โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ภัยหน้าร้อน! เปิด 5 จุดเสี่ยงในบ้าน "งู" มักแอบเข้ามาซ่อนตัว พร้อมวิธีบล็อกทางเลื้อยได้ผลจริง

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เช็กด่วนก่อนสาย! 5 พิกัดอันตรายงูหนีร้อนเข้าบ้าน เผยวิธีจัดการและข้อควรปฏิบัติเมื่อเผชิญหน้า เช็กด่วนก่อนสาย! 5 พิกัดลับในบ้านที่งูชอบใช้ซ่อนตัวหนีร้อน เผยวิธีบล็อกทางเลื้อยได้ผลจริง

เช็กด่วนก่อนสาย! 5 พิกัดอันตรายงูหนีร้อนเข้าบ้าน เผยวิธีจัดการและข้อควรปฏิบัติเมื่อเผชิญหน้า

สภาพอากาศในฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พฤติกรรมของสัตว์เลื้อยคลาน โดยเฉพาะ "งู" เปลี่ยนแปลงไป งูมักจะละทิ้งรังตามธรรมชาติเพื่อออกค้นหาพื้นที่ที่มีความเย็น มีความชื้น และมีแหล่งอาหารเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว

เนื่องจากงูเป็นสัตว์เลือดเย็น (Ectotherm) ที่ไม่มีระบบควบคุมหรือปรับอุณหภูมิในร่างกายได้เองเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนจัด อาคารบ้านเรือนของมนุษย์จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักในการเข้าพักพิง ซึ่งหากผู้พักอาศัยละเลยการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและสัตว์เลี้ยงได้

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่ามี 5 จุดเสี่ยงภายในบ้านที่งูมักใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัวในช่วงฤดูร้อนมากที่สุด พร้อมแนวทางจัดการดังต่อไปนี้

1. พื้นที่ใต้เตียง ใต้ตู้ และมุมมืดในห้องนอน

  • ปัจจัยดึงดูด: พื้นที่ดังกล่าวมีความมิดชิด เงียบสงบ แสงสว่างส่องไม่ถึง และมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าภายนอกอาคาร จึงเหมาะสมต่อการจำศีลหรือหลบซ่อนตัวในเวลากลางวัน

  • แนวทางป้องกันและแก้ไข: * การจัดระเบียบ: ทำความสะอาดพื้นที่ใต้เตียงและหลังตู้สม่ำเสมอ กำจัดกล่องลังกระดาษหรือสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกเพื่อไม่ให้เกิดซอกหลืบ

  • การใช้กลิ่นขับไล่: วางถุงหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นตะไคร้หอม กระเทียม หรืออบเชย ไว้ในจุดอับ เนื่องจากงูมีประสาทรับกลิ่นที่ไวต่อสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฉุน

2. ห้องน้ำ และพื้นที่ใต้ซิงค์ล้างจาน

  • ปัจจัยดึงดูด: งูต้องการแหล่งน้ำเพื่อดื่มและลดอุณหภูมิในร่างกาย บริเวณท่อน้ำทิ้ง ช่องเปิดใต้ซิงค์ และกล่องเทคนิคในห้องน้ำจึงเป็นจุดที่มีความชื้นสูง นอกจากนี้ งูยังสามารถเลื้อยย้อนศรจากระบบท่อระบายน้ำสาธารณะภายนอกเข้ามาภายในตัวบ้านได้

  • แนวทางป้องกันและแก้ไข:

  • การปิดกั้นทางเข้า: ติดตั้งตะแกรงเหล็กหรือฝาปิดท่อน้ำทิ้งประเภทที่มีระบบป้องกันสัตว์เลื้อยคลานและแมลงย้อนกลับ (Anti-Clog)

    • การควบคุมแสงสว่าง: ปิดประตูห้องน้ำให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน และควรเปิดไฟสลัวทิ้งไว้หากห้องน้ำมีความมืดทึบเกินไป เพื่อลดสภาพแวดล้อมที่เป็นมุมอับ

3. ห้องเก็บของ ตู้รองเท้า และพื้นที่เก็บของเก่า

  • ปัจจัยดึงดูด: เป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของสิ่งของสูง มีช่องว่างจำนวนมาก และไม่มีการเคลื่อนไหวของมนุษย์บ่อยครั้ง นอกจากจะเป็นที่หลบร้อนแล้ว พื้นที่รกรุงรังยังเป็นแหล่งสะสมของหนูและแมลงสาบ ซึ่งเป็นห่วงโซ่อาหารหลักที่ดึงดูดงูให้เข้ามาล่าเหยื่อ

  • แนวทางป้องกันและแก้ไข:

  • การจัดหมวดหมู่: จัดระเบียบห้องเก็บของเป็นประจำ ยกตู้รองเท้าหรือชั้นวางสิ่งของให้สูงจากพื้นผิวเพื่อให้อากาศถ่ายเทและตรวจสอบง่าย

    • การใช้สารเคมีป้องกัน: โรยปูนขาวหรือผงกำมะถันรอบผนังและทางเข้าห้องเก็บของ (ควรระมัดระวังในบ้านที่มีเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง)

4. บริเวณคอยล์ร้อนเครื่องปรับอากาศ และรอยแยกท่อส่งน้ำยา

  • ปัจจัยดึงดูด: คอยล์ร้อนนอกอาคารมักมีน้ำหยดจากการควบแน่นทำให้เกิดความชื้นสูง ประกอบกับรอยเจาะบนผนังปูนที่ใช้เดินท่อน้ำยาแอร์ หากไม่มีการซีลปิดที่หนาแน่นพอ งูจะใช้ช่องว่างดังกล่าวเป็นเส้นทางเลื้อยเข้าสู่ตัวเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน

  • แนวทางป้องกันและแก้ไข:

  • การอุดรอยรั่ว: ใช้กาวโฟม (PU Foam) หรือซิลิโคน อุดปิดช่องโหว่รอบท่อแอร์ที่ทะลุผ่านกำแพงให้สนิท 100%

    • การกำจัดสิ่งกีดขวาง: ตัดแต่งกิ่งไม้หรือไม้เลื้อยที่อยู่ใกล้คอยล์ร้อนและหน้าต่าง เพื่อไม่ให้งูใช้เป็นสะพานไต่เข้าสู่อาคาร

5. ห้องครัว และพื้นที่จัดเก็บขยะมูลฝอย

  • ปัจจัยดึงดูด: ห้องครัวที่มีเศษอาหารตกหล่นมักเป็นจุดดึงดูดหนู เมื่อมีแหล่งอาหาร งูจะเลื้อยตามกลิ่นมาและมักจะกบดานอยู่ตามซอกใต้เคาน์เตอร์ครัวหรือหลังเตาแก๊ส

  • แนวทางป้องกันและแก้ไข:

  • การกำจัดแหล่งอาหาร: รักษาความสะอาดภายในห้องครัว ปิดฝาถังขยะให้มิดชิด และดำเนินมาตรการกำจัดหนูอย่างเด็ดขาด

    • การปิดช่องว่างเชิงโครงสร้าง: ออกแบบหรือติดตั้งแผ่นกั้นปิดช่องว่างใต้ฐานเคาน์เตอร์ครัวเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์มุดเข้าไปด้านใน

ข้อปฏิบัติความปลอดภัยเมื่อพบงูภายในอาคาร

  • การรักษาระยะห่าง: ตั้งสติและไม่ควรเข้าใกล้ ห้ามใช้ไม้ตีหรือพยายามจับงูด้วยตนเองโดยเด็ดขาดหากไม่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากงูที่ตกใจจะโจมตีสวนกลับด้วยความรวดเร็ว

  • การจำกัดพื้นที่: หากงูอยู่บนพื้นเรียบและไม่เคลื่อนไหว สามารถใช้ภาชนะขนาดใหญ่ เช่น กะละมัง คว่ำครอบตัวงูไว้ชั่วคราวแล้วหาของหนักทับ เพื่อจำกัดบริเวณไม่ให้เลื้อยหนี

  • การแจ้งหน่วยงานกู้ภัย: โทรศัพท์แจ้งสายด่วนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลข 199 หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เพื่อดำเนินการจับและนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

การป้องกันและเฝ้าระวังงูหนีร้อนเข้าบ้านในช่วงฤดูร้อนนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงสุขอนามัยภายในบ้าน ตลอดจนการอุดปิดรอยรั่วตามโครงสร้างอาคาร ไม่เพียงแต่ช่วยตัดวงจรแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานเท่านั้น แต่ยังเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หากเผชิญเหตุฉุกเฉินควรตั้งสติและประสานงานผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อยู่อาศัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...