โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” มั่นใจเงินลงทุนจริงปี 2569 ทะลุ 7 แสนล้านบาท รับแรงหนุนคำขอลงทุนพุ่งต่อเนื่อง

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เอกนิติ” เชื่อดึงเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ปี 2569 แตะ 7 แสนล้านบาท หลังยอดคำขอลงทุนพุ่งต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 มิ.ย.69 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด Thailand FastPass โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้เกือบ 7 แสนล้านบาท ผ่านการเร่งรัดโครงการ BOI Fast Pass และ Thailand FastPass เน้นการเปลี่ยนความเชื่อมั่นจากใบสมัครส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นายเอกนิติ กล่าวว่า ความสำเร็จนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานและการฟื้นตัวของภาคการผลิตในทุกภูมิภาคทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการใช้การลงทุนเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขันของชาติในเวทีโลกอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในทุกขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจไทยตามความต้องการของนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนอย่างแท้จริง

"นโยบายนี้จะช่วยเร่งดำเนินโครงการให้รวดเร็วขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มศักยภาพการแข่งขันตามทิศทางที่นายกรัฐมนตรีได้วางรากฐานไว้สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรวดเร็วและประสาประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทุกหน่วยงานเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนที่ผ่านการพิจารณาให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีโดยไร้อุปสรรคทางด้านระเบียบปฏิบัติที่ยุ่งยากในอดีต" นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 พบว่ามียอดขอรับการส่งเสริมรวมมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างชัดเจน การที่มีเงินมหาศาลจ่อคิวเข้ามาลงทุนนี้เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลต้องเร่งสร้างกลไกที่อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ผ่านโครงการเร่งรัดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับความเชื่อมั่นเหล่านี้เกิดจากความมั่นคงทางนโยบายและการที่รัฐบาลสามารถสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนผ่านความร่วมมือกับนานาชาติอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนได้รับการยอมรับจากองค์กรจัดอันดับระดับโลก ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนที่ยังคงมีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านบาทภายในไตรมาสเดียว ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 142%

ด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ล่าสุดพบว่าอันดับที่ประกาศโดยสถาบันไอเอ็มดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับตัวดีขึ้นจากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ในภาพรวมซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยเมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่ามิติด้านการลงทุนระหว่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากอันดับที่ 30 มาเป็นอันดับที่ 24 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นให้สูงขึ้น

เช่นเดัยวกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้งมูดี้ส์และเอสแอนด์พีได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอันเป็นสัญญาณที่ยืนยันถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติให้มีความมั่นคง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยอย่างชัดเจนและเป็นการตอกย้ำว่านโยบายการดึงดูดการลงทุนของนายกรัฐมนตรีเดินมาถูกทางในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มทุนข้ามชาติที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว

อย่างไรก็ดีนโยบายการเร่งรัดการลงทุนยังส่งผลสะท้อนไปยังตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมาซึ่งมีการขยายตัว 2.8% โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 10.1% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี การขยายตัวดังกล่าวนับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการส่งเสริมการลงทุนเริ่มมีการใช้จ่ายเงินจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาทไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมาผ่านกลไกการเร่งรัดที่รัฐบาลได้ริเริ่มขึ้น

"การเติบโตนี้ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาวผ่านเม็ดเงินลงทุนที่จะไหลเข้าสู่ภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างของประเทศอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลมั่นใจว่าด้วยแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะทำให้เป้าหมายการลงทุนจริงจำนวน 7 แสนล้านบาทสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีปีนี้" รองนายกฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...