โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิตาลีไม่เคยอ้อนวอนใคร เมลอนี โต้ ทรัมป์ อ้างเธอวอนขอถ่ายรูปคู่ในG7

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มิถุนายน 2569 เวลา 17.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เมลอนี’ นายกฯ อิตาลี ซัด ‘ทรัมป์’ กุเรื่องอ้างเธออ้อนวอนขอถ่ายรูปคู่ ตอกกลับ "อิตาลีไม่เคยอ้อนวอนใคร" ด้านนักการเมืองอิตาลีประสานเสียงป้องผู้นำ สะท้อนกระแสยุโรปเริ่มตีตัวออกห่างสหรัฐฯ

20 มิ.ย.2569 - (BBC) จอร์เจีย เมลอนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี แสดงความตกตะลึงอย่างมาก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อิตาลีว่าเธอได้ "อ้อนวอน" ขอถ่ายรูปคู่กับเขา ซึ่งการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดข้อพิพาทอย่างเปิดเผยระหว่างผู้นำทั้งสอง

เมลอนีกล่าวว่า คำพูดของทรัมป์เป็นเรื่องที่ "กุขึ้นมา" ทั้งสิ้น ขณะที่อันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี ได้สั่งยกเลิกการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงต้นสัปดาห์หน้าทันที

การตอบโต้ผ่านสื่ออย่างเผ็ดร้อนครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นก่อนหน้านี้ของทั้งคู่ได้ร้าวฉานลงไปมากเพียงใด ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนหลังจากที่ทรัมป์ตัดสินใจเปิดฉากสงครามกับอิหร่าน

ชนวนเหตุจากโซฟากลางงาน G7

แม้ว่าจะมีผู้พบเห็นทรัมป์และเมลอนีกำลังพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดในการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ที่เมืองเอเวียง-เล-แบ็ง (Evian-les-Bains) ทางตะวันออกของฝรั่งเศสในสัปดาห์นี้ และผู้นำอิตาลีได้บอกกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเหมือนเดิมและ "ไม่มีการตัดพ้อต่อว่ากัน"

ทว่า หลังจากนั้น ทรัมป์กลับให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับช่อง La7 ของอิตาลี โดยอ้างว่า "เธออ้อนวอนขอถ่ายรูปกับผม ผมเลยรู้สึกสงสารเธอ"

แม้ภาพที่มีการบันทึกไว้ได้หลายครั้งที่เมืองเอเวียง จะแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังจดจ่อกับการสนทนาบนโซฟาตัวเล็ก ๆ โดยมีเมลอนียิ้มแย้มขณะพูดคุย แต่ทรัมป์กลับกล่าวว่า"เธอคงจะดีใจที่ผมยอมคุยด้วย" ทั้งนี้ สถานีช่อง La7 ไม่ได้เปิดเสียงต้นฉบับภาษาอังกฤษของทรัมป์ แต่ใช้เสียงพากย์ภาษาอิตาลีทับลงไป "อิตาลีไม่เคยอ้อนวอนใคร"

[caption id="attachment_251654" align="aligncenter" width="921"]

AFP PHOTO / PALAZZO CHIGI PRESS OFFICE[/caption]

เมลอนีตอบโต้อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง โดยระบุว่าเธอ“ประหลาดใจมาก” ผ่านแถลงการณ์สั้น ๆ ถึงผู้ติดตาม 7 ล้านคนบน Instagram ของเธอ

เธอได้กล่าวว่า น่าเสียดายที่เขาไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นแบบเดียวกันนี้ต่อศัตรูของชาติตะวันตกและศัตรูของสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามผู้นำเหล่านั้นมากกว่าด้วยซ้ำ

"แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาต้องจำไว้: ทั้งฉันและอิตาลีไม่เคยอ้อนวอนใคร"

ขณะนี้สำนักข่าว BBC ได้ติดต่อไปยังทำเนียบขาวเพื่อขอความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวแล้ว

รอยร้าวที่ก่อตัวก่อนหน้านี้

ความตกใจอย่างเห็นได้ชัดของเมลอนีต่อท่าทีที่ดุดันของทรัมป์ เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางการเมืองที่เคยใกล้ชิดเริ่มสั่นคลอน เมลอนีซึ่งได้รับเลือกตั้งในปี 2022 เป็นผู้นำยุโรปเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของทรัมป์เมื่อเดือนมกราคม 2025 และเพื่อนร่วมงานในสหภาพยุโรป (EU) ต่างมองว่าเธอเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เมลอนีได้แสดงจุดยืนคัดค้านสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างเปิดเผย และในเดือนเมษายน ทรัมป์ได้โต้กลับผ่านการสัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ของอิตาลีว่า "ผมเคยคิดว่าเธอมีความกล้าหาญ แต่ผมคิดผิด"

นอกจากนี้ เมื่อทรัมป์กล่าวหาว่าสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14"อ่อนข้อให้อาชญากรรมและดำเนินนโยบายต่างประเทศได้ย่ำแย่" เมลอนีก็ตอกกลับทันทีว่าคำพูดของเขาเป็นสิ่งที่รับไม่ได้

อิตาลีประสานเสียงปกป้องผู้นำ

หลังจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดของทรัมป์เผยแพร่ออกไป ประธานาธิบดีเซร์จิโอ มัตตาเรลลา แห่งอิตาลี ได้โทรศัพท์หาเมลอนีทันทีเพื่อแสดงความสนับสนุน ขณะที่นักการเมืองจากทุกขั้วการเมืองในอิตาลีต่างออกมาปกป้องเธอ

  • ฟิลิปโป เซนซี (สว. ฝ่ายค้านจากพรรคเดโมแครต): ระบุว่า ไม่มีใครมีสิทธิ์พูดกับนายกรัฐมนตรีอิตาลีด้วยน้ำเสียงที่ยโสโอหังเช่นนี้
    • จูเซปเป คอนเต (ผู้นำพรรคขบวนการห้าดาว): กล่าวว่า อิตาลีไม่สมควรได้รับความอับอายเช่นนี้ และการวิ่งตามผลประโยชน์กับวอชิงตันไม่ควรแลกมาด้วยศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของชาติ
    • ลูซิโอ มาลัน (ประธานวิปวุฒิสภาจากพรรค Brothers of Italy ของเมลอนี): ชี้ว่าคำพูดของทรัมป์เป็นไปตามพฤติกรรมเดิม ๆ ที่ชอบดูหมิ่นผู้นำยุโรป ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และอำนาจของทรัมป์เอง พร้อมเสริมว่าวิดีโอจากงาน G7 แสดงให้เห็นภาพที่ต่างจากที่ทรัมป์พูดอย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หงุดหงิดจริง ๆ อาจเป็นเพราะเมลอนีกล้าที่จะปฏิเสธวอชิงตันเมื่อจำเป็น
    • มัตเตโอ ซัลวินี (พรรคร่วมรัฐบาล League): กล่าวสั้น ๆ ว่า "ใครก็ตามที่โจมตีจอร์เจีย เท่ากับโจมตีพวกเราทุกคน"

เทรนด์ใหม่ของยุโรป: ไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างสหรัฐฯ

ความขัดแย้งระหว่างเมลอนีและทรัมป์ไม่ใช่แค่การทะเลาะเบาะแว้งธรรมดา แต่มันสะท้อนถึงแนวโน้มที่ใหญ่กว่านั้น จากที่พันธมิตรยุโรปเคยยอมโอนอ่อนผ่อนตามประธานาธิบดีทรัมป์ ตอนนี้พวกเขากล้าที่จะท้าทายมากขึ้น

  • เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกมาวิจารณ์ทรัมป์ที่ตำหนิกองกำลังอังกฤษและพันธมิตรในอัฟกานิสถาน
    • ผู้นำคนอื่น ๆ รวมถึงเมลอนี ได้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับสงครามในอิหร่าน และปฏิเสธไม่ให้เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศของตน

นักการทูตกล่าวว่า ผู้นำยุโรปแสดงความเด็ดขาดมากขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ ข่มขู่เรื่องกรีนแลนด์เมื่อต้นปีนี้ ส่งผลให้มีการรื้อฟื้นการพูดคุยเรื่องการสร้าง "ความพึ่งพาตนเองเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Autonomy) ของยุโรป โดยหลายประเทศพยายามพึ่งพาตนเองมากขึ้น แทนที่จะต้องพึ่งพาพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่นับวันจะยิ่งคาดเดาไม่ได้

นอกจากนี้ ผู้นำเหล่านี้อาจกำลังสะท้อนถึงความรู้สึกของผู้อยู่สิทธิ์เลือกตั้งในยุโรป ก่อนการเลือกตั้งทั่วทวีปที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า พรรคการเมืองปีกขวาในยุโรปที่เคยเห็นทีมของทรัมป์เป็นเพื่อนร่วมทางทางการเมืองในตอนแรก ตอนนี้เริ่มตีตัวออกห่างจากพันธมิตรชาวอเมริกันรายนี้แล้ว

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...