ทรัมป์สั่งเร่งซ่อม “สระลินคอล์น” อ้างเหตุทำลายทรัพย์สิน–น้ำเสื่อมสภาพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า อาจจำเป็นต้องระบายน้ำส่วนใหญ่ออกจากสระน้ำสะท้อนแสงหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ ในกรุงวอชิงตัน เพื่อทำการซ่อมแซม หลังจากเกิดเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สินสาธารณะในพื้นที่ดังกล่าว
ผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า ตอนนี้มีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมอีกหลายคน ฐานมีความเกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพย์สินอย่างน่าอับอาย ณ สระน้ำสะท้อนแสงดังกล่าว นอกจากนี้ ทำเนียบขาวร่วมประชุมกับกลุ่มผู้รับเหมาแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องปล่อยน้ำและระบายน้ำส่วนใหญ่ออก เพื่อดำเนินการซ่อมแซมที่จำเป็น และจะมีการเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินการซ่อมแซมสระน้ำแห่งนี้ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น ท่ามกลางรายงานว่า สีเคลือบที่ใช้ในการปรับปรุงสระน้ำสะท้อนภาพหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตัน เริ่มหลุดลอกออกจากพื้นสระและลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ซ้ำร้ายน้ำในสระยังกลายเป็นสีเขียวเข้มจากการสะสมของสาหร่าย
รายงานระบุว่า เมกะโปรเจกต์นี้มีมูลค่าสูงถึง 14.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 483.7 ล้านบาท ) โดยใช้วิธีจัดจ้างแบบพิเศษโดยไม่มีการเปิดประมูลแข่งขัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ของทรัมป์ในการปรับโฉมภูมิทัศน์กรุงวอชิงตัน ซึ่งรวมถึงแนวคิดอภิมหาโปรเจกต์อื่น ๆ เช่น การรื้อปีกตะวันออกของทำเนียบขาวเพื่อสร้างห้องจัดเลี้ยงแห่งใหม่ และการก่อสร้างซุ้มประตูขนาดใหญ่ใกล้สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่า เร่งรัดผลักดันการก่อสร้างจนข้ามขั้นตอนการวางแผนที่รัดกุม และทำลายภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของเมือง
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข้อครหาดังกล่าว พร้อมทั้งยกย่องวิสัยทัศน์และการออกแบบของทรัมป์ โดยเชิดชูประสบการณ์ในฐานะอดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS