โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

สอนลูกรับมือ Toxic People: ไม่อยากให้ลูกอ่อนไหวและโดนทำร้ายซ้ำๆ จะรับมืออย่างไรดี?!

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 15.26 น. • Features

ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะพยายามเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยก็คือ เมื่อลูกโตพอที่จะมีสังคมและสภาพแวดล้อมของตัวเอง ลูกย่อมต้องมีเพื่อนที่มาจากครอบครัวที่หลากหลาย และเติบโตมากับการอบรมเลี้ยงดูที่ต่างกัน จนทำให้การ สอนลูกรับมือ toxic people กลายเป็นหนึ่งในทักษะที่คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ ควรเพิ่มเข้าไปในหลักสูตรการเข้าสังคมให้ลูกตั้งแต่เนิ่นๆเพราะ toxic people หมายถึงคนที่มีนิสัย ทัศนคติ หรือพฤติกรรมที่ทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และไม่สบายใจ เช่น ชอบพูดจาโอ้อวดหรือฟูมฟาย บ้างก็ชอบบังคับควบคุมคนอื่น หรือพูดจาหักหน้าคนอื่น โดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้หรือไม่ตั้งใจ แต่ก็สามารถเป็นพิษต่อคนที่อยู่ใกล้ได้เสมอสังเกตตัวเองว่ากำลังเผชิญกับ toxic people อยู่หรือเปล่า

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักสังเกตความรู้สึกตัวเอง ว่าตอนที่อยู่กับคนที่ทำให้ลูกรู้สึกสบายใจเป็นอย่างไร และเมื่ออยู่คนที่เป็นพิษ พฤติกรรมและทัศนคติของคนคนนั้น มักจะทำให้ลูกรู้สึกอย่างไร ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสิ่งที่เกิดกับจิตใจและอารมณ์ของลูก เมื่ออยู่กับคนที่เป็นพิษ ดังต่อไปนี้• ลูกมักจะรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจในตัวเอง• รู้สึกหมดแรง โกรธ หรือวิตกกังวลได้ง่าย• รู้สึกแย่กับตัวเอง• รู้สึกว่าจำเป็นต้องแสดงออกหรือให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา• ถูกทำให้รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวหรือโดนล้ำเส้นอยู่เสมอ• รู้สึกผิดเมื่อต้องปฏิเสธ• ไม่เป็นตัวเอง หรือต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเสมอเมื่อลูกเรียนรู้ว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับคนที่เป็นพิษแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนวิธีจัดการอารมณ์ตัวเอง รวมถึงวิธีรับมือคนที่เป็นพิษหรือ toxic people ได้ด้วยวิธีต่อไปนี้1. อดทน ใจเย็น และมีสติ

คนที่เป็นพิษ มักมีคำพูดและพฤติกรรมที่สร้างความรำคาญใจให้คนอื่น โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดี เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ถูกทำให้รู้สึกอึดอัด รำคาญใจ หรือกดดัน อาจเลือกใช้วิธีตอบโต้ด้วยความรุนแรงได้ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง ถ้าลูกรู้สึกโกรธ และไม่รู้จะหยุดเพื่อนได้ยังไง ให้ลูกลองหายใจเข้าออกลึกๆ พาตัวเองไปสนใจสิ่งอื่น พยายามมีสติ และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงตอบโต้2. ต่อสู้อย่างชาญฉลาด

นอกจากสอนลูกให้ใจเย็นและมีสติเพื่อรับมือกับคนที่เป็นพิษแล้ว แต่การรับมือที่ชาญฉลาดที่สุดก็คือ การพาตัวเองออกห่าง คนท็อกซิกแม้ว่าจะดูเหมือนคนใส่ใจเรื่องของคนอื่น แต่ลึกๆ ก็มักจะพยายามแข่งขันอยู่เสมอ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกชนะและอยู่เหนือกว่า การต่อสู้กับคนประเภทนี้ที่ดีที่สุดคือ การพาตัวเองออกให้ห่างจากคนเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกเข้าใจว่า เมื่อลูกพบเจอคนที่พยายามพูดจาไม่ดีใส่ลูก หรือพยายามพูดยั่วยุให้ลูกโมโห ให้ลูกพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด3. ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือคล้อยตามเพื่อนทุกครั้ง

เด็กบางคนมักคิดว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำและน่าสงสาร เช่น ถูกเพื่อนรังแกหรือคุณครูรักไม่เท่าเพื่อนคนอื่น จึงมักแสดงออกเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากเพื่อนและคนรอบข้างสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำก็คือสอนว่า หากลูกไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเห็นคล้อยตามเพื่อน โดยสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างอ่อนโยนและจริงใจให้เพื่อนฟังได้ แม้อาจจะทำให้เพื่อนไม่พอใจ แต่ก็จะช่วยลดโอกาสที่เพื่อนจะเข้ามาสร้างความอึดอัดให้ลูกในครั้งต่อไปได้4. เห็นคุณค่าของตัวเอง และมองตัวเองในแง่บวก

เมื่อต้องอยู่กับเพื่อนที่ชอบพูดจาโอ้อวด หรือทำให้รู้สึกไม่สบายใจบ่อยๆ อาจทำให้ลูกรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ เช่น ลูกทำคะแนนสอบได้ดี แต่เพื่อนที่เป็นพิษบอกว่าเป็นเพราะความโชคดีมากกว่า หรือเพื่อนที่ทำคะแนนสอบได้มากกว่า แต่กลับไม่พอใจ และพลอยทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีกับตัวเองมากขึ้นไปอีกคุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้ลูกเห็นคุณค่าของตัวเอง มองตัวเองในแง่บวก มีความมั่นใจและความภูมิใจในตัวเองอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้คำพูดของคนที่เป็นพิษมาบั่นทอนกำลังใจของลูกได้5. สอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ

การปฏิเสธที่จะเล่นหรือคบหา รวมถึงการบอกว่าไม่ชอบให้เพื่อนพูดหรือทำบางอย่าง อาจเป็นเรื่องยากสำหรับลูก เพราะกลัวว่าเพื่อนจะโกรธหรือเสียใจ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกเข้าใจว่า การปฏิเสธและบอกขอบเขตของตัวเอง เป็นหนึ่งในวิธีการรับมือคนเป็นพิษที่ลูกมีสิทธิ์ทำเพื่อปกป้องตัวเองได้6. สอนให้ลูกเปิดใจและให้โอกาสเท่าที่ทำได้

หลังจากสอนวิธีรับมือ toxic people ให้ลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะสอนให้ลูกเข้าใจว่า เราทุกคนก็อาจทำผิดพลาดและเป็นพิษสำหรับคนอื่นได้ในบางเวลา ดังนั้นอย่าลืมที่จะให้โอกาสเพื่อนได้ลองแก้ไขและปรับปรุงตัว เพราะหากลูกมีอคติ ไม่ให้อภัย และไม่ยอมให้โอกาสเพื่อนได้แก้ไขตัวเอง ลูกก็อาจกลายเป็นคนที่เป็นพิษสำหรับคนอื่นต่อไปเช่นกันอ้างอิงscarymommyscienceofpeoplehealthline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...