โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7” เคยเกือบถูกสร้างแทนที่ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ก.พ. 2566 เวลา 08.36 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2566 เวลา 10.14 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ซึ่งอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566

พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 (องค์เดิม) ซึ่งวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปี 2566 ได้มีพิธีบวงสรวงอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) แรกเริ่มเดิมทีเป็นโครงการที่จะก่อสร้างขึ้นแทนที่ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” บนถนนราชดำเนินกลางมาก่อน โดยสัมพันธ์กับนัยยะทางการเมืองในช่วงเวลานั้นอย่างมาก แต่ท้ายสุดความคิดดังกล่าวก็ต้องล้มเลิกไปด้วยเหตุผลหลายประการ

ภายหลังรัฐประหารในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ปิดฉากบทบาททางการเมืองของคณะราษฎร เปิดทางให้กลุ่มนิยมเจ้าและกลุ่มอนุรักษนิยมได้กลับมามีบทบาททางการเมือง พร้อมกับการฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กลับมามีบทบาทอีกครั้งในสังคมไทย หลักฐานที่ชัดเจนคือรัฐธรรมนูญ ปี 2492 ที่เพิ่มบทบาทและพระราชอำนาจแก่พระมหากษัตริย์อย่างมาก

รวมไปถึงมีการผลิตงานเขียนต่าง ๆ สร้างคำอธิบายประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยว่า เกิดจากการพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น ผลงานเรื่อง “เบื้องหลังประวัติศาสตร์” “ฝันจริงของข้าพเจ้า” “เจ้าฟ้าประชาธิปก ราชันผู้นิราศ” ฯลฯ ทำให้ความทรงจำว่าด้วยบทบาทของรัชกาลที่ 7 ในฐานะกษัตริย์นักประชาธิปไตย เริ่มซึมซาบสู่สังคมไทย

เมื่อเกิดรัฐประหารวันที่ 29 พฤศจิกายน ปี 2494 ซึ่งมีสาเหตุจากความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มทหารภายใต้การนำของจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับกลุ่มนิยมเจ้า นำสู่การยุติบทบาททางการเมืองของกลุ่มหลัง ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2492 และนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2475 ซึ่งจำกัดอำนาจของสถาบันกษัตริย์กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจอมพล ป. ต้องการประนีประนอมกับกลุ่มนิยมเจ้าและกลุ่มอนุรักษนิยม เป็นที่มาของแนวคิดในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 เพื่อลดกระแสต่อต้านจากกลุ่มนิยมเจ้า สะท้อนจากคำกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปี 2494 ความว่า

“พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นหลักที่สถาพรสถิตประดิษฐานสมรรถภาพอันประเสริฐ เป็นบ่อเกิดความผาสุก สันติคุณ วิบุลราศี แก่อาณาประชาชน ตลอดจำเนียรกาลประวัติ นำประเทศบรรลุสรรพพิพัฒนชัยมงคล เอนกศุภผลสกลเกียรติยศมโหฬาร สมควรจะได้สร้างอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นไว้ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อเป็นที่เคารพสักการะสืบไป”

ในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 31 มกราคม ปี 2495 ที่ประชุมได้พิจารณาเลือกสถานที่ 2 แห่งในการก่อสร้าง คือ พระที่นั่งอนันตสมาคม และ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ประชุมมีมติเลือกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นพื้นที่ก่อสร้าง ดังคำกล่าวของ พลตรี บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการดำเนินการสร้าง ความว่า

“ควรจะสร้างตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปตัยปัจจุบันนี้ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ขณะนี้เป็นอนุสาวรีย์ซึ่งเป็นของสิ่งหนึ่งคือรัฐธรรมนูญ ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน จึงมิใช่พระองค์ท่าน เป็นเพียงวัตถุสิ่งของเท่านั้น ฉะนั้นเหตุใดจึงไม่เอาพระบรมรูปของพระองค์ท่านตั้งแทน”

ด้านจอมพล ป. ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้คัดค้านประการใด แต่ผู้เคลื่อนไหวคัดค้านกลับเป็น พลตรี ประยูร ภมรมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะราษฎร ซึ่งขอให้จอมพล ป. หาทำเลใหม่ในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 แทน แต่การคัดค้านไม่เป็นผล

โครงการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ แม้ฝ่ายราชสำนักจะพยายามกดดันให้มีการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน แต่กระทรวงการคลังไม่อาจจัดหาเงินมาให้ได้ เพราะจะทำให้มีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณประจำปี ท้ายสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2496 คณะกรรมการจึงทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีให้ระงับการจัดสร้างไว้ก่อน ซึ่งจอมพล ป. รับทราบ พร้อมแสดงความเห็นว่า

“เมื่อยังไม่มีเงินก็ให้รอไปก่อน ส่วนการสร้างที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลางนั้น ดูจะไม่เหมาะสม”

โครงการดังกล่าวจึงเงียบหายไป และไม่มีการนำเรื่องกลับมาพิจารณาอีกตลอดสมัยรัฐบาลจอมพล.ป อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า ความจริงแล้วจอมพล ป. อาจไม่เห็นด้วยกับการสร้างแทนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงว่าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นผลงานการก่อสร้างในยุคที่จอมพล ป. เป็นนายกฯ สมัยแรกในปี 2482 และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของอุดมการณ์คณะราษฎร อันมีตัวเขาเป็นผู้นำนั่นเอง

การก่อสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้งในปี 2517 สมัยรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ การก่อสร้างแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดในวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2523 โดยประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ไว้ที่หน้าอาคารสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

อ้างอิง :

ศรัญญู เทพสงเคราะห์. “การเมืองว่าด้วยอนุสาวรีย์พระปกเกล้าฯ กับแนวคิดกษัตริย์นักประชาธิปไตยหลังการรัฐประหาร พ.ศ.2494” ใน ศิลปวัฒนธรรม ธันวาคม 2556.

ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระองค์เดิม) ประดิษฐานบนพระที่นั่งพุดตาน ณ พิพิธภัณฑ์รัฐสภา ชั้น MB1 อาคารรัฐสภา. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าถึงจาก https://web.parliament.go.th/view/7/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2/97973/parcy/TH-TH

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...