โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตามรอยมาสเตอร์พีซของ 'ทาดาโอะ อันโดะ' สถาปนิกผู้สร้างผลงานจากการเดินทาง

ONCE

อัพเดต 12 ก.พ. 2566 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2566 เวลา 02.11 น.

Tadao Ando สถาปนิกชาวญี่ปุ่น ผู้ไม่เคยเรียนสถาปัตย์ฯ ในห้องเรียน แต่กลับมีผลงานออกแบบที่โด่งดังระดับโลก และยังเป็นสถาปนิกคนที่ 3 ของประเทศ ที่ได้รับรางวัล Pritzker Architecture Prize ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ที่มอบให้แก่สถาปนิกที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

อันโดะ สถาปนิกผู้ออกแบบชีวิตของตัวเอง

ปีนี้ Tadao Ando มีอายุครบ 80 ปีแล้ว และยังคงสร้างงานสถาปัตยกรรมสวยๆ ประดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือโปรเจกต์รีโนเวทพิพิธภัณฑ์ La Bourse de Commerce ในฝรั่งเศส โดยเป็นการทำงานร่วมกับ NeM Architectes และ Pierre-Antoine Gatier ด้วยลายเซ็นการออกแบบ ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ หลายคนรู้จักชื่อของ ทาดาโอะ อันโดะ ผ่านสถาปัตยกรรมของเขาที่เป็นอาคารคอนกรีตหน้าตาโมเดิร์น อาบไล้ด้วยแสง สี และเงา หลอมรวมกับภูมิทัศน์โดยรอบอย่างกลมกลืมและเป็นหนึ่งเดียว

แต่กว่าจะมาเป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างทุกวันนี้ อันโดะไม่เคยเรียนสถาปัตย์ฯ มาก่อน เขาเติบโตที่เมืองโอซาก้า และสนใจการทำโมเดลไม้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยมีเพื่อนบ้านช่างไม้ เป็นครูคนแรกที่สอนวิธีการต่อเรือและเครื่องบิน เมื่อโตขึ้น อันโดะเดินทางไปรอบโลกเพื่อศึกษาและเรียนรู้งานสถาปัตยกรรมด้วยตัวเอง จนเมื่ออายุ 28 ปี เขาจึงเปิดบริษัทออกแบบของตัวเองในชื่อว่า Tadao Ando Architects & Associate

ทาดาโอะ อันโดะได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาชีพสถาปนิก นั่นคือ Pritzker Architecture Prize ในปี 1995

ONCE จะชวนคุณๆ ไปรู้จักกับสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ ผ่านอาคารหน้าตาโมเดิร์นทั้ง 10 แห่ง ผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขา

พิพิธภัณฑ์ศิลปะบ้านเบนเนส (Benesse House)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะนาโอชิมะ ใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะสมัยใหม่ พื้นที่ภายในประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 4 หลัง ได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์, ห้องวงรี (The Oval) , สวนสาธารณะ และชายหาด อันโดะออกแบบภายใต้แนวคิดที่ว่า ความกลมกลืนของธรรมชาติ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์ สอดคล้องกับศิลปะและธรรมชาติได้อย่างไร

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของพิพิธภัณฑ์ฯ คือ บ้านวงรี เป็นบ้านพักที่ประกอบด้วยห้องพัก 6 ห้อง ซึ่งเผยให้เห็นถึงแก่นแท้ขององค์ประกอบงานศิลป์ที่เรียกว่าธรรมชาติ เพราะไม่ว่าจะยืนอยู่ภายนอกหรือภายในอาคาร จะสัมผัสได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อม ว่ากันว่า อาคารส่วนใหญ่ของ Ando จะไม่มีหน้าต่างที่เปิดให้เห็นทิวทัศน์นอกอาคาร แต่มักเป็นช่องแสง ที่เปิดรับแสงแดดสาดส่องเข้ามา เพื่อให้ผู้ที่อยู่ด้านในได้สัมผัสกับธรรมชาติภายนอกได้ตลอดเวลา และที่นี่เป็นผลงานที่เห็นได้อย่างแจ่มชัด

วิหารแห่งแสง Church of Light

เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซของอันโดะเลยก็ว่าได้ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1987-1989 ที่เมือง Ibaraki ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโอซาก้ามากนัก และด้วยงบประมาณการก่อสร้างที่มีจำกัด ทาดาโอะ อันโดะ จึงออกแบบอย่างเรียบง่ายมากที่สุด เขาใช้ผนังคอนกรีตเสริมใยเหล็ก ที่ไม่ได้ทาสีใดๆ นำมาวางต่อกันให้เกิดเป็นสเปซ และเว้นช่องแสงเป็นรูปไม้กางเขนสำหรับเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกที่จะสาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน เมื่อผู้คนกำลังทำพิธีกรรมภายในโบสถ์ จะมองเห็นลำแสงของไม้กางเขน สร้างสรรค์บรรยากาศที่ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น

วัดแห่งวารี Water Temple

ย้อนไป 10 ที่แล้ว อันโดะได้รับมอบหมายให้ออกแบบโถงหลักประจำวัดฮมปุคิจิ ในตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าผลงานที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่นั้น จะเป็นไฮไลท์ที่ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำเกาะอะวะจิของจังหวัดเฮียวโงะ

สถาปนิกออกแบบกล่องคอนกรีตขนาดใหญ่ ผนังคอนกรีตขัดเงาที่มีความสูง 3 เมตรสองด้าน ตรงกลางมีทางเดินบันไดทอดยาวลงไปยังบ่อน้ำรูปไข่ ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของวัด ผู้เข้าชมจะถูกนำทางเข้ามาบ่อน้ำแห่งนี้ด้วยแสงสีแดงสด ซึ่งสะท้อนออกมาจากผนังคอนกรีต

ปัจจุบัน นอกจากวัดจะถูกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังนิยมใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์อ่างเก็บน้ำแห่งประวัติศาสตร์ Osaka Prefectural Sayamaike

Sayamaike เป็นอ่างเก็บน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หรือมีอายุมากกว่า 1,400 ปี ที่ยังใช้งานอยู่จวบจนถึงปัจจุบัน ใกล้ๆ กับอ่างเก็บน้ำ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Sayamaike ซึ่งเปิดให้เข้าชมในปี 2001 เพื่อนำเสนอประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอ่างเก็บน้ำ และการป้องกันน้ำท่วมในญี่ปุ่น รวมทั้งจัดแสดงวิธีการซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำ Sayamaike ตลอดจนชิ้นส่วนเขื่อนของจริงในยุคสมัยต่างๆ

อันโดะ ออกแบบพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในเมืองโอซาก้า ให้เข้ากับบริบทของอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ก่อน ตัวอาคารคอนกรีตหน้าตาเรียบๆ มีสระน้ำขนาดใหญ่และกำแพงขนาบสองข้าง เขาตั้งใจทำน้ำตกเทียมเพื่อเลียนแบบอ่างเก็บน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ส่วนด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ อันโดะดีไซน์ให้เป็นโถงวงกลม เปิดช่องแสงไว้ด้านบนเพื่อให้แสงอาทิตย์ตกกระทบเป็นเงาบนพื้นคอนกรีต

Garden of Fine Art สวนศิลป์ในลุคโมเดิร์น

ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งในเมืองเกียวโต ภายในมีสะพานทางเดินเชื่อมโยงกันหลายจุดเพื่อการรับชมงานศิลป์ที่ประดับอยู่ตามบริเวณต่างๆ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากการสนับสนุนของ Kyoto Prefectural Government

อันโดะออกแบบให้เป็นเหมือนแกลอรีลับๆ ที่เมื่อมองจากฝั่งถนนตรงข้าม Kitayama ก็แทบจะมองไม่เห็นโครงสร้างของตัวอาคารแม้แต่น้อย สถาปนิกเลือกฝังพื้นที่อาคารลงไปใต้ดิน มีเพียงกำแพงปูนเปลือยและแผงกำแพงกระจกขนาดใหญ่เท่านั้นที่โผล่พ้นระดับพื้นดินขึ้นมา

ส่วนหนึ่งเพราะบริเวณที่ตั้งของ Garden of Fine Arts อยู่ใกล้กันกับสวนพฤกษศาสตร์ และอันโดะเองก็ไม่ต้องการให้อาคารที่เขาออกแบบนั้น ไปบดบังทัศนียภาพอันสวยงามระหว่างตัวสวนพฤกษศาสตร์กับภูเขา

พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ Fort Worth ในรัฐเท็กซัส

หอศิลป์แห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของอันโดะในการใช้น้ำเป็นองค์ประกอบของการออกแบบ ตัวอาคารคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากจำนวน 5 หลัง ตั้งเรียงยาวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีบ่อน้ำตื้นอยู่เบื้องล่างของตัวอาคาร เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน จะเกิดเป็นแสงเอฟเฟกต์ที่สวยงามเหมือนอาคารลอยเด่นอยู่เหนือน้ำ

โปรเจกต์นี้ อันโดะใช้บานกระจกใสเปิดรับวิวรอบด้าน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับองค์ประกอบทางธรรมชาติที่อยู่ด้านนอกอาคาร โดยเฉพาะแสงเงาที่สวยงามบนผืนน้ำ อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟอร์ตเวิร์ทแห่งนี้ เป็น 1 ใน 10 ผลงานของอันโดะที่ไม่ได้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น และที่นี่ก็ถือเป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดในเมืองฟอร์ตเวิร์ท รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มันก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 1992 และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ในปี 2002 ปัจจุบันเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะตั้งแต่ทศวรรษที่ 1940 จวบจนถึงปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์แห่งงานดีไซน์ 21 21 Design Sight Museum

แนวคิดของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ดีไซน์ 21 21 Design Sight Museum มาจากแฟชั่นดีไซเนอร์อิสเซ่ มิยาเกะ (Issey Miyake) เนื่องจากในอดีตญี่ปุ่นไม่มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับงานดีไซน์ที่จัดแสดงผลงานของนักออกแบบ มิยาเกะจึงผลักดันให้เกิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นในปี 2007 โดยขอให้ทาดาโอะ อันโดะเป็นผู้ออกแบบให้ “แนวคิดของอาคารหลังนี้ไม่เพียงเพื่อแสดงผลงานเท่านั้น แต่ยังสร้างศูนย์กลางที่มองว่าองค์ประกอบของการออกแบบเสริมสร้างชีวิตประจำวันของเราอย่างไร” อันโดะกล่าวเอาไว้

อาคารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิด A-POC (“A Piece of Cloth”) ของอิสเซ่ มิยาเกะ โดยตัวอาคารส่วนใหญ่ถูกซ่อนอยู่ชั้นใต้ดิน ส่วนที่โดดเด่นอยู่ตรงหลังคาแผ่นกระจกที่เป็นแนวยาวลาดลงสู่พื้นดิน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่าน Roppongi ของเมืองโตเกียว และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมงานศิลป์และนิทรรศการที่หมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันอยู่เรื่อยๆ

Awaji Yumebutai สวนบันไดดอกไม้ 100 ขั้น อนุสรณ์รำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวโกเบ

Awaji Yumebutai อนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงความสูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวโกเบ ภัยพิบัติครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายเมื่อปี 1995 หากแต่เดิมที ช่วงต้นทศวรรษที่ 90 พื้นที่บริเวณสวนแห่งนี้ ถูกขุดทำลาย เพื่อนำดินไปใช้ถมที่ในโครงการก่อสร้างรอบอ่าวโอซาก้า รวมถึงโครงการก่อสร้าง Kansai International Airport

ด้วยความที่อันโดะไม่ต้องการให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย จึงเรียกร้องให้รัฐซื้อที่ดินบริเวณนี้ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กลายเป็นสวนสาธารณะสำหรับชุมชน แต่การก่อสร้างสวนแห่งนี้ยังไม่ทันจะแล้วเสร็จดี ก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาเสียก่อน เมื่อเหตุการณ์สงบ อันโดะจึงตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้ ให้กลายเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตแทน

สวนแห่งนี้มีบันได 100 ขั้น เชื่อมต่อกันด้วยพื้นที่สีเขียวในบล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม แต่ละบล็อกปลูกดอกไม้ที่ต่างชนิดกัน และจะเปลี่ยนสีไปตามสภาพอากาศในแต่ละฤดู ปัจจุบัน มีลิฟท์โดยสารสำหรับให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวสวยแบบ 360 องศา ที่อยู่ชั้นบนสุดของสวนอีกด้วย

The Hill of the Buddha หุบเขาพระพุทธเจ้า

Hill of the Buddha หรือหุบเขาพระพุทธเจ้า ที่นี่มีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ของพระพุทธเจ้า ซึ่งถูกสร้างขึ้นใต้อุโมงค์ มีเพียงยอดพระเศียรเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมาจากเนินเขา นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านเนินเขาโดยไม่ได้เข้าไปในอุโมงค์ จึงมองเห็นเฉพาะยอดพระเศียรที่โผล่พ้นออกมาจากทุ่งดอกลาเวนเดอร์

Hill of the Buddha เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของสุสาน Makomanai Takino Cemetery ในเมืองซัปโปโร ประติมากรรมนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในอุโมงค์ที่ตัดผ่านผืนดิน ภายในอุโมงค์มีห้องสวนมนต์ และศูนย์กลางของห้องโถงเป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระพุทธเจ้า ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนบันไดคอนกรีตขนาดใหญ่โดยเปิดรับแสงสว่างจากด้านบนลงมาสู่ภายใน ถือเป็นประติมากรรมที่อันโดะตั้งใจสร้างให้เกิดความกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์โดยรอบ

โบสถ์กลางน้ำในฮอกไกโด Church on the Water

Church on the Water เป็นโบสถ์ริมน้ำในเมืองฮอกไกโด หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานมากที่สุด อันโดะออกแบบอย่างเรียบง่ายสไตล์มินิมอล “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์จะต้องเชื่อมโยงธรรมชาติ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” สถาปนิกอธิบาย

ด้วยเหตุนี้ ภายในตัวอาคารด้านหนึ่ง อันโดะกรุกระจกใสทั้งหมดเพื่อเปิดรับบรรยากาศธรรมชาติด้านนอก ผู้คนที่มายังโบสถ์แห่งนี้จะได้สัมผัสกับองค์ประกอบของธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ทั้งภูเขา ต้นไม้ สายน้ำ แสงและเงา สำหรับจุดเด่นอยู่ตรงไม้กางเขนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางน้ำ แสดงถึงความขลังและศักดิ์สิทธิ์

ที่มา
https://mymodernmet.com/tadao-ando
https://thematter.co/life/tadao-ando-people-you-should-know/42058j

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...