โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กรมดำรง” ไขปริศนา รัชกาลที่ 1 ทดลองนั่ง “พระโกศ” ขณะทรงมีพระชนมชีพ จริงหรือไม่?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 17.01 น.
พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระโกศทองใหญ่ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงสร้าง มีข่าวลือว่าทรงลองลงไปนั่ง กรมดำรง ไขปริศนา ว่าจริงหรือไม่?

พระโกศทองใหญ่ เป็นพระโกศที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงสร้าง ซึ่งในยุคต่อ ๆ มา มีผู้เล่าว่าเมื่อทรงสร้างเสร็จแล้ว รัชกาลที่ 1 เสด็จประทับพระลอง (ปัจจุบันเรียกพระลองกับพระโกศรวมกันว่า พระโกศ) ผู้พบเห็นเหตุการณ์ตกใจถึงขั้นร้องไห้ เพราะความเชื่อในสังคมไทยถือเป็นลางไม่ดี

กรมดำรง หรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้ทรงสังเกต ตั้งคำถาม และหาคำตอบเพื่อให้ได้ความกระจ่างอยู่เสมอ จึงทรงหาหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบเพื่ออธิบายว่าจริงหรือไม่?

เรื่องมีอยู่ว่า หนังสือพิมพ์ไทยใหม่ ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2478 ลงบทความ “ผู้รู้ย่อมรู้ความตาย” ตอนหนึ่งระบุว่า

“…เมื่อ ๑๓๐ ปีเศษมานี้ ในกรุงรัตนโกสินทร์ของเรานี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสร้างพระบรมโกศทองคำด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง และสำหรับใส่พระองค์เองเมื่อสวรรคตแล้ว พระบรมโกศใบนี้คือที่เรียกกันว่าพระโกศ ‘ทองใหญ่’ และทางราชการได้ใช้สำหรับประกอบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราสืบจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ มาทั้ง ๕ รัชกาล รวมทั้งสมเด็จพระบรมราชินีด้วย

เมื่อรัชกาลที่ ๑ ทรงสร้างพระบรมโกศนี้เสร็จแล้วรวมทั้งพระลองเงินปิดทองด้วย ก็ทรงทดลอง คือลงไปประทับในพระลองเพื่อทอดพระเนตรว่า จะเหมาะหรือยัง พอดีเจ้าจอมผู้หนึ่งมาเห็นเข้าก็ร้องไห้ และกราบบังคมทูลขอมิให้ทรงกระทำเช่นนั้นด้วยเป็นลางนัก กล่าวตามจดหมายเหตุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ ทรงพระสรวล”

ผู้เขียนบทความดังกล่าวบอกต่อไปว่า พระโกศทองใหญ่ คงได้ใช้ประกอบถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อมา กระทั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่าพระโกศทองใหญ่ “มีรูปบุราณไป” ไม่ทรงโปรด จึงโปรดฯ ให้กรมหมื่นณรงค์เรืองเดช เจ้านายผู้ทรงชำนาญในการช่างหล่อทรงแก้ไขเสียใหม่

เมื่อกรมดำรงทรงอ่านบทความนี้แล้ว ก็ทรงมีลายพระหัตถ์ถึง กรมนริศ หรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งทรงมีลายพระหัตถ์โต้ตอบกันเป็นนิตย์ (ภายหลังรวมเล่มเป็น “สาส์นสมเด็จ”) ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2478 ความว่า

“หม่อมฉันได้รับลายพระหัตถ์ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม มีหนังสือพิมพ์ตัดแต่ตอนวินิจฉัยของผู้ใดผู้หนึ่ง ว่าด้วยตำนานพระโกศทองใหญ่ประทานมาให้ดู วินิจฉัยนั้นขบขันอยู่ ด้วยน่าเอ็นดูอยู่บ้างที่เห็นได้ว่าผู้แต่งเป็นคนเอาใจใส่โบราณคดี ได้สนใจดูหนังสือเก่าจึงเห็นเรื่องสร้างพระโกศทองใหญ่ และรู้พระนามกรมหมื่นณรงค์หริรักษ์อันนับว่ามืดมากอยู่แล้ว แต่น่าเกลียดที่มักง่ายไม่รู้จักวิจารณ์เสียเลยทีเดียว

ข้อที่อ้างว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกลงประทับทดลองใน ‘พระลองเงิน’ ดูโง่เสียยิ่งกว่านาย ก.ศ.ร. กุหลาบ เห็นจะเอาคำที่มักพูดกันว่า ‘พระรามเข้าโกศ’ หรือรูปภาพที่เขียนพระระเบียงวัดพระแก้วมาสำคัญ ว่าพระรามลงไปซ่อนตัวอยู่ในโกศ เพราะไม่ได้อ่านเรื่องรามเกียรติ์ตรงนั้น ไม่รู้ว่าที่จริงเอาโกศเปล่าตั้ง ส่วนพระรามแอบอยู่ในม่าน ก็เลยเห็นว่าทำเหมือนอย่างพระราม

แต่ข้อที่อ้างถึงว่าทูลกระหม่อมโปรดฯ ให้กรมหมื่นณรงค์ฯ แก้รูปพระโกศทองใหญ่ (คือสร้างพระโกศทองน้อย) นั้นพิศวง เป็นต้นที่เอาพระนามกรมหมื่นณรงค์ฯ ซึ่งสิ้นพระชนม์เสียแต่ในรัชกาลที่ ๓ มาอ้าง ส่วนกรมพระเทเวศรฯ ผู้ทำพระโกศทองน้อย เสด็จอยู่มาจนรัชกาลที่ ๕ ไฉนผู้แต่งจึงไม่รู้ ดูประหลาดอยู่”

หากพิจารณาหลักฐานและบริบทต่าง ๆ ตามที่กรมดำรงทรงยกมานั้น เรื่องที่รัชกาลที่ 1 เสด็จประทับในพระลอง กรมดำรงก็ทรงถือเป็น “ข่าวปลอม” นั่นเอง

หมายเหตุ : ในเครื่องหมายคำพูดมีการจัดย่อหน้าใหม่

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. สาส์นสมเด็จ เล่ม 2. นนทบุรี : ต้นฉบับ, 2563. (ฉบับรวมพิมพ์จากหนังสืออนุสรณ์ผู้วายชนม์ (10 เล่มชุด)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กรมดำรง” ไขปริศนา รัชกาลที่ 1 ทดลองนั่ง “พระโกศ” ขณะทรงมีพระชนมชีพ จริงหรือไม่?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...