โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คณะแพทย์ ม.เกษตรฯ รับนักศึกษารุ่นแรกปี’ 67 พยาบาล-เภสัช-ทันตะ ระยะถัดไป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มี.ค. 2566 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 10.26 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมรับนักศึกษารุ่นแรกปีการศึกษา 2567 เล็งเปิดคณะพยาบาลศาสตร์-เภสัชศาสตร์-ทันตแพทยศาสตร์ ระยะถัดไป

วันที่ 1 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศเปิดคณะแพทยศาสตร์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดสาขาวิชาเวชศาสตร์การเกษตรและชีวนวัตกรรม (Agro-medicine and Bio-innovation) เป็นสาขาแรกพร้อมกับเตรียมรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2567

รองศาสตราจารย์ ดร.สมหวัง ขัตยานุวงศ์ ประธานคณะกรรมการเพื่อการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ และเพื่อพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยในการประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 61 วาระครบรอบ 80 ปีสถาปนามหาวิทยาลัยว่า ขณะนี้หลักสูตรของคณะแพทย์ ม.เกษตรฯ อยู่ในการพิจารณาของแพทยสภา ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะติดปัญหาอะไร และสามารถรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2567 ทันที

และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างวางแผนการก่อสร้างอาคารเรียน โดยคณะสถาปัตยกรรมรับผิดชอบในการออกแบบ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาเพราะคณะแพทย์มีอาคารประจำการอยู่ที่ชั้น 6-7 อาคารศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ 60 พรรษา คณะวิทยาศาสตร์แล้ว

“ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น ม.เกษตรฯ มีความพยายามที่จะจัดตั้งคณะแพทย์มาตั้งแต่ปี 2545 แต่เกิดเหตุสะดุดด้วยปัจจัยหลายด้านจึงไม่ได้สานต่อ จนท่านอธิการบดี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ มอบหมายให้ผมศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำกลับมาสานต่อ สิ่งที่ผมมองเห็นคือ ม.เกษตรฯ ค่อนข้างมีความพร้อมอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะสภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติหลักสูตรมาตั้งแต่ปี 2545 เราก็นำมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องเอาจุดเด่นของเรามาใช้ คือจุดเด่นด้านเกษตร เรามีงานวิจัยด้านเกษตรเยอะมากในรั้วมหาวิทยาลัย เราจึงได้นำองค์ความรู้ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยตามคณะต่าง ๆ มาช่วยกันพัฒนาหลักสูตร ทำให้เป็นหลักสูตรผลิตแพทย์ที่เข้าใจในบริบทเกษตรกรรม”

รองศาสตราจารย์ ดร.สมหวังกล่าวต่อว่า ในอดีตการจะตั้งโรงเรียนแพทย์ได้นั้นจำเป็นจะต้องมีโรงพยาบาลก่อน แต่ในปัจจุบันผมมองว่าไม่จำเป็นเสมอไป เราสามารถใช้เครือข่ายความร่วมมือได้ ตามมาตรฐานของแพทยสภาคือจะต้องร่วมกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเตียงรองรับคนไข้ 400 เตียงขึ้นไป ซึ่งเราพยายามค้นหาโรงพยาบาลจนพบโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี และโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในวิทยาเขตของเรา จะร่วมกันผลิตบัณฑิตแพทย์ และเรามีพี่เลี้ยงจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

หลักสูตรหนึ่งเดียวในไทย

ด้านศาสตราจารย์คลินิก พลตรี นายแพทย์อุปถัมป์ศุภสินธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าสำหรับหลักสูตรแรกที่เปิดจะเป็น สาขาวิชาเวชศาสตร์การเกษตรและชีวนวัตกรรม (Agro-medicine and Bio-innovation) ซึ่งเป็นสาขาทางการแพทย์ที่ไม่เคยมีสถาบันใดดำเนินการมาก่อนในประเทศ เหตุผลที่ต้องเป็นหลักสูตรนี้ เนื่องจากโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทยมีจำนวนมาก การจะตั้งคณะแพทย์ขึ้นมา ทุกคนจะตั้งคำถามก่อนว่าอัตลักษณ์ของเราคืออะไร จุดมุ่งหมายหลัก ๆ คือ เปิดมาแล้วคนต้องอยากมาเรียน เราต้องสร้างความก้าวหน้าให้กับมหาวิทยาลัยด้วย

อย่าง ม.เกษตรฯ เราถนัดเรื่องเกษตร เราก็ต้องนำวิชาด้านเกษตรมาผสมผสาน ในฝั่งเอเชียไม่มีใครสอนเรื่องเกษตรกับการแพทย์ จะมีแค่ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา แคนาดาบ้าง ยิ่งบริบทของสังคมไทย เป็นสังคมเกษตร จะเห็นว่าโรคที่เกิดจากการทำเกษตรมีจำนวนมาก ไม่ว่าจะมาจากการกินพืช หรือกินเนื้อสัตว์ ดังนั้นจึงมุ่งเป้าว่าอยากจะผลิตแพทย์ที่รู้เรื่องพืชพรรณเกษตร รู้เรื่องโรคเขตร้อน โรคอุบัติใหม่มีความเข้าใจเรื่องอาหารกับสิ่งแวดล้อม, ยา,แพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือกผสมผสาน โรคจากสัตว์สู่คน เป็นต้น และปีสุดท้ายเด็กทุกคนต้องมีผลงานวิจัยของตนเองจึงจะผ่าน ที่สำคัญ เราจะสร้างเด็กมีจริยธรรมทางการแพทย์ มีจริยธรรม และเป็นผู้นำชุมชน นำความเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนด้วย

เตรียมเปิดพยาบาล-เภสัช-ทันตะ ระยะถัดไป

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมหวังเปิดเผยอีกว่าการจัดตั้งคณะแพทย์ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการอุทยานการแพทย์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากการประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา เห็นชอบว่า นอกจากการก่อตั้งคณะแพทย์แล้วควรมีคณะอื่น ๆ ตามมาด้วย เพื่อให้เกิดการขยายการศึกษาในเชิงสุขภาพมากขึ้น

ดังนั้นในโครงการอุทยานการแพทย์ฯ จึงแบ่งระยะการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วยระยะแรกนับตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2572 จะดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.ตั้งคณะแพทยศาสตร์ 2.ตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ 3.ตั้งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ที่วิทยาเขตบางเขน โดยใช้งบประมาณราว 8.8 พันล้านบาท

และในระยะที่สองจะมีการตั้งคณะเภสัชศาสตร์ และทันตแพทย์ศาสตร์ ซึ่งจะต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งว่าจะเกิดขึ้นที่วิทยาเขตใด

“โครงการอุทยานการแพทย์ ใช้งบประมาณสูง ในจำนวน 8.8 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากงบประมาณแผ่นดิน จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการสร้างอาคาร อุปกรณ์การเรียน แต่อุปกรณ์การรักษา และเทคโนโลยีอื่น ๆ อาจต้องขอความกรุณาจากภาคส่วนอื่น ๆ รวมถึงการระดมทุนจากศิษย์เก่าด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...