โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกจับ "น้องนุ่น" ดาว Only fans คาคอนโดหรู โฆษณาชวนเล่นเว็บพนัน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 09.04 น.

บุกจับ "น้องนุ่น" ดาว Only fans คาคอนโดหรู โฆษณาชวนเล่นเว็บพนัน เผย ได้ค่าจ้าง 20,000 บาทต่อการโพสต์ภาพครบ 30 ครั้ง/1 เว็บไชต์

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส. , พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 3 จับกุมตัว น.ส.นุ่น อายุ 23 ปี ชาว จ.สกลนคร ฐาน “ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” โดยจับกุมได้ที่ภายในห้องพักคอนโดฯ หรู ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าว จนทราบว่าผู้ต้องหาเป็นดาวดัง OnlyFans และเน็ตไอดอลตัวแม่ mom ซึ่งมีคนติดตามเป็นจำนวนมาก มีพฤติการณ์ประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน โดยการโพสต์ภาพลงในบัญชีเฟซบุ๊คส่วนตัว มักจะใส่แท็กไอดีไลน์เว็บไซด์การพนันไว้ใต้คอมเม้นของภาพที่โพสต์ จะมีการเชิญชวนให้สมัครเว็บไชต์คาสิโนออนไลน์ ลิงก์สมัครของเว็บพนันที่มีชื่อว่า omega9 และสืบทราบว่าผู้ถูกจับพักอาศัยอยู่ภายในห้องคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จัดทำรายงานการสืบสวนเพื่อขออนุมัติขอออกหมายค้นต่อศาลอาญา เพื่อทำการตรวจค้น พบ และยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือได้ใช้ หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด เพื่อยึดไว้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนเพื่อดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 15 พ.ค.67 เวลา 10.00 น. ศาลได้อนุมัติหมายค้นศาลอาญาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นห้องดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏว่า พบผู้พักอาศัยทราบชื่อภายหลังว่านางสาวลลดา หรือนุ่น รับว่าเป็นผู้พักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งได้แสดงหมายค้นศาลอาญา พร้อมทำการตรวจค้นโดยยินยอมเป็นผู้นำตรวจค้นห้องดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นพบ โทรศัพท์ I phone 15 pro max ซึ่งเป็นโทรศัพท์ของนางสาวลลดา จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ดังกล่าว พบแอปพลิเคชั่น เฟซบุ๊คพบว่าบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊คดังกล่าวคือนางสาวลลดา ได้มีโพสต์โฆษณาชักชวนเล่นการพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊คหลายครั้ง และตรวจค้นแอปพลิเคชั่น อินตราแกรมพบว่า บัญชีผู้ใช้อินตราแกรม ซึ่งผู้ใช้บัญชีดังกล่าวคือนางสาวลลดา ได้มีการโพสต์โฆษณาชักชวนเล่นการพนันนออนไลน์ บนแอปพลิเคชั่นอินตราแกรม ด้วยเช่นกัน

นางสาวลลดา ให้การรับว่า ตนเป็นเจ้าของและผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คและบัญชีอินสตราแกรมดังกล่าวและตนได้เริ่มชักชวนและโฆษณาให้บุคคลภายนอกและประชาชนทั่วไปที่เข้าถึงเล่นการพนันออนไลน์ดังกล่าว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 เป็นต้นมา ซึ่งปัจจุบันได้มีเว็บการพนันออนไลน์จำนวน 2 เว็บไซต์ เป็นผู้ว่าจ้างให้โฆษณาและชักชวน โดยได้รับค่าตอบแทนในการชักชวนเป็นเงินจำนวน 20,000 บาทต่อการโพสต์ภาพครบ 30 ครั้ง/ 1 เว็บไซต์จริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้แก่ นางสาวลลดา ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบ โดยเมื่อผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และ สิทธิของผู้ถูกจับดังกล่าวข้างต้นโดยตลอดแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้จัดทำบันทึกการจับกุม และ นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า จากนโยบาย การปราบปรามการพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , ซึ่งในสื่อสังออนไลน์ปรากฏว่ามีการโฆษณาชักชวนเล่นการพนันผ่าน “เน็ตไอดอล” หรือ บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีอิทธิพลตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ประกาศโฆษณาชักชวนประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Line, Facebook, Instagram, TikTok เป็นต้น มีการโฆษณามีโปรโมชันเล่นเสียคืนเงิน หรือให้เครดิตจูงใจเพื่อให้มีคนเข้าไปเล่นการพนัน ฝากไปยังบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ที่ยังมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอยู่ ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย จะอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นความผิดไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ไม่มีละเว้นอย่างเด็ดขาด และผู้นั้นอาจจะถูกยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อีกด้วย นอกจากนี้แล้วการโฆษณาต่างๆ ยังทำให้ผู้ที่หลงเชื่อเข้าเล่นการพนันอาจจะถูกกลโกงของมิจฉาชีพหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือเสี่ยงถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางทุจริต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...