โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2 ก.ค. ครบรอบ 27 ปี "วิกฤติต้มยำกุ้ง-ลอยตัวค่าเงินบาท" กว่า 2 ทศวรรษ “เศรษฐกิจไทย” ดีขึ้นยัง?

Thairath Money

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 03.06 น.
ภาพไฮไลต์

2 กรกฎาคม 2567 เป็นวันครบรอบ 27 ปี ของการประกาศลอยตัว “ค่าเงินบาท” วิกฤติต้มยำกุ้ง ฝันร้ายของเศรษฐกิจไทย

ภาพธุรกิจปิดตัว คนตกงาน ล้มละลาย ถูกลดเงินเดือน บ้านถูกยึด รถถูกขาย ยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายล้านคน เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2540 บทเรียนราคาแพงกับการผูกค่าเงินกับดอลลาร์ฯ และปัญหาสะสมจากการลงทุน การใช้จ่ายเกินตัวของภาคครัวเรือน จนท้ายที่สุดรัฐบาลต้องกู้เงินกับ IMF มาแก้ปัญหา

ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทความ : ครบรอบ 27 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท-วิกฤตต้มยำกุ้ง และ เสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ย้อนทบทวนจุดอ่อนโครงสร้างเศรษฐกิจการเงินไทยในเวลานั้น และเทียบกับบริบทปัจจุบัน เพื่อไม่เห็นเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก จากสถานการณ์อ่อนไหว ณ ขณะนี้ ที่เรียกว่ารอบนี้มีความซับซ้อนและมีความต่างออกไปจากช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง และถือเป็นโจทย์ใหญ่ทั้งระยะกลางและยาว

ย้อนภาพ วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ต่อเนื่อง ปี 2541 โดยสรุป

  • จีดีพีไทย หดตัว -2.8% และ 7.6% ในปีถัดมา
  • ทุนสำรองสุทธิ ลดลงมาอยู่ที่ 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ มิ.ย. 2540
  • ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเรื้อรังต่อเนื่องในช่วงปี 2530-2540 เฉลี่ยปีละ -5.1% ต่อจีดีพี
  • ไทยมีสัดส่วนหนี้ต่างประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 69.2% ต่อจีดีพี (ปี 2540-2542)
  • ค่าความผันผวนของค่าเงินสูงถึง 34.5% ในช่วง 1 ปี หลังการลอยตัวค่าเงินบาท

ทั้งนี้ วิกฤติเศรษฐกิจการเงินของไทยในปี 2540 ปะทุขึ้นจากความไม่สมดุลหลายด้าน โดยภาคเอกชนและสถาบันการเงินขาดการตระหนักถึงความเสี่ยง มีการใช้จ่ายและกู้ยืมเกินตัวเปิดความเสี่ยงด้าน Maturity and Currency Mismatch มีการก่อหนี้ต่างประเทศสูง และมีการเก็งกำไรอย่างกว้างขวางในตลาดอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ เศรษฐกิจภาพรวมยังมีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเรื้อรังเป็นเวลานานตลอดช่วงปี 2530-2540 แต่อัตราแลกเปลี่ยนตรึงไว้กับตะกร้าเงิน ซึ่งทำให้ถูกโจมตีค่าเงิน และทางการไทยจำเป็นต้องนำทุนสำรองระหว่างประเทศไปใช้ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท โดยในเวลานั้นเงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิลดลงอย่างมาก

ต้นตอวิกฤติการเงิน ปี 2540 กับ จุดเปลี่ยนนโยบาย "ค่าเงิน" ของไทย

โดย วิกฤติเศรษฐกิจการเงินในปี 2540 ยังมีต้นตอมาจากความไม่สมดุลภายในและการผูกค่าเงินกับดอลลาร์ อย่างไรก็ดี การปรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนของไทยในครั้งนั้นก็ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของไทย เพราะทำให้เงินบาทสามารถเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยมากขึ้น

เทียบกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบผูกติดกับตะกร้าเงินที่นอกจากอัตราแลกเปลี่ยนจะขาดความยืดหยุ่นแล้ว ยังไม่สอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของไทย และเป็นชนวนของการถูกโจมตีค่าเงินในช่วงเวลานั้น

ย้อนกลับมามองสถานการณ์ในปี 2567 แม้ยังคงเห็นการไหลออกของกระแสเงินลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย แต่ค่าความผันผวนของเงินบาทในปี 2567 ก็มีแนวโน้มชะลอลง จากที่อยู่สูงถึง 9.0% ในปี 2566 มาอยู่ที่ 6.8% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 และต่ำกว่าค่าความผันผวนในช่วง 1 ปีหลังลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งอยู่ที่ 34.5% ค่อนข้างมาก

เศรษฐกิจปี 67 ใกล้วิกฤติต้มยำกุ้งแล้วหรือยัง?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังให้มุมมองเพิ่มเติมต่อกรณีมีการเทียบเคียงสถานการณ์ เศรษฐกิจในปัจจุบันว่า อาจซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้ง ว่า ในมิติเศรษฐกิจ สถานการณ์เศรษฐกิจ และมาตรวัดเสถียรภาพต่างประเทศของไทยในปัจจุบันดีขึ้นกว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจการเงินปี 2540 อย่างชัดเจน แม้จะอยู่ในช่วงทยอยฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19

โดยมีจุดที่แตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติปี 2540 คือ ระดับทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยในปัจจุบันมีความเข้มแข็งมากกว่ามาก โดยระดับเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ 21 มิ.ย. 2567 อยู่ที่ประมาณ 2.53 แสนดอลลาร์ฯ

ซึ่งสามารถรองรับภาระหนี้ต่างประเทศระยะสั้น การนำเข้า 3 เดือน และหนุนหลังการพิมพ์ธนบัตรได้เต็มจำนวน ขณะที่สัดส่วนหนี้ต่างประเทศลดลงมาอยู่ที่ระดับ 38.6% ต่อจีดีพี ณ สิ้นปี 2566 และทางการก็ได้มีมาตรการดูแลการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสะท้อนว่ามีการเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤติเพื่อป้องกันการเดินซ้ำรอยเดิมของระบบเศรษฐกิจและการเงินไทย

5 โจทย์ท้าทาย "เศรษฐกิจไทย" รอปะทุ

อย่างไรก็ตามคงต้องยอมรับว่าโจทย์ท้าทายของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันนั้นมีทั้งประเด็นเฉพาะหน้า โดยเฉพาะความคาดหวังของนักลงทุนต่อสถานการณ์และนโยบายเศรษฐกิจไทย และโจทย์ที่เกิดจากปัจจัยที่มีความไม่แน่นอน และโจทย์เชิงโครงสร้าง ที่ยังต้องดูแลแก้ไข เช่น

  • ปัญหาหนี้ในระดับสูงทั้งภาครัฐและครัวเรือน
  • ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสงคราม การค้าในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อ Global Supply Chain
  • ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
  • การเตรียมตัวกับการที่ไทยกำลังเข้าสู่ Aged society ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว
  • การเตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

ซึ่งอาจนำไปสู่การสะสมปัญหาความไม่สมดุลของเศรษฐกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น ทุกภาคส่วนควรร่วมกันช่วยเสริมสร้างสมดุลใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ต่อระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต.

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2 ก.ค. ครบรอบ 27 ปี "วิกฤติต้มยำกุ้ง-ลอยตัวค่าเงินบาท" กว่า 2 ทศวรรษ “เศรษฐกิจไทย” ดีขึ้นยัง?

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...