จากสิงคโปร์สู่ไทย อ่านความคิดการสร้างแบรนด์ Beyond the Vines เมื่อแฟชั่นมาเจอกับฟังก์ชั่นที่ดี
LSA Thailand
อัพเดต 29 พ.ค. 2567 เวลา 23.02 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2567 เวลา 08.53 น. • Lifestyle Asia ThailandBeyond the Vines เตรียมแลนดิ้งสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกพร้อมสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมพบกับสินค้าไลฟ์สไตล์จำนวนมาก รวมถึงกระเป๋าตัวดังอย่าง Dumpling Bag และ Puffy Bag ในเฉดสีพิเศษเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น!
ในโลกของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ซึ่งพัวพันอยู่กับการวิ่งตามเทรนด์ หรือเหวี่ยงเข้าหาฐานผู้บริโภคเพื่อความอยู่รอด โดยหลงลืมรากเง้าจุดประสงค์ที่แท้จริงในการสรรสร้างแบรนด์ไป ผู้เล่นอีกหนึ่งคนโผขึ้นมาจากเกาะสิงคโปร์ แล้วเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ให้คนบนนั้นไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง Beyond the Vines คือชื่อแบรนด์ที่เกิดขึ้นภายใต้การนำของคู่รัก Daniel Chew และ Rebecca Ting ผู้ให้ความสำคัญในการสร้างคอมมูนิตี้ของแบรนด์ ควบรวมไปกับการคลำเส้นทางแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์จนเจอตัวตนที่แท้จริง
BTV มีปรัชญาพื้นฐานที่เป็นแนวทางในการดำเนินแบรนด์ด้วยการยึดคอมมูนิตี้เป็นศูนย์กลาง สร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าอย่างเข้มข้น เพราะการเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์นับเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่แบรนด์คำนึงถึง ด้วยสินค้าที่ออกแบบมาได้ดีจะเป็นตัวสะท้อนถึงการสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กรและคอมมูนิตี้ได้ แบรนด์จึงกึ่งสร้างความเป็นเจ้าของให้กับผู้บริโภค ได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมของแบรนด์ไปในตัว
หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นมากๆ คือการเข้าใจถึงฟังก์ชั่นการทำงานของดีไซน์ โทนสีที่เลือกใช้ในการนำเสนอ และวัสดุที่คงทนต่อการใช้งาน โครงสร้างของชิ้นงานแต่ละตัวไม่ได้ซับซ้อน ไม่ได้เข้าใจยาก แต่ปรับตัวได้อย่างลื่นไหลให้กับผู้บริโภค เห็นได้จากกระเป๋ารุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์อย่าง Dumpling Bag กระเป๋าทรงขนมจีบที่ทำจากผ้าไนลอนในหลากเฉดสี รูปทรงผ่านการรีดีไซน์มาแล้วหลายครั้งเพื่อมองหาจุดกึ่งกลางที่ดีที่สุดของกระเป๋ารุ่นนี้ ตามมาด้วยกระเป๋ารุ่น Puffy Bag อีกหนึ่งลูกรักของคนสิงคโปร์ที่ใช้งานง่าย และเช่นเดียวกันคือมีพาเลตต์คู่สีที่เป็นเอกลักษณ์มาก
รีเบคก้าผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ได้เล่าให้เราฟังเพิ่มเติม ในทริปที่เราได้ไปเยี่ยมชมสโตร์และ Design Studio ของแบรนด์ที่สิงคโปร์ว่า “เราตระหนักดีว่าในฐานะแบรนด์ เราต้องสามารถปรับตัวไปกับเทรนด์ได้ แต่คุณก็ต้องยึดติดกับบางสิ่งบางอย่างเพื่อที่จะเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับคอมมูนิตี้มาก เราทำการสื่อสาร ทำการตลาด เลือกวิธีการพูดคุยมากมาย เรามองว่าตัวเองปรับตัวเข้ากับคอมมูนิตี้อย่างไรบ้าง เพราะการสร้างแบรนด์มันคือการสร้างความไว้วางใจ มันเหมือนกับ Vines ที่แปลว่าเถาวัลย์ เพราะว่าเถาวัลย์นั้นไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่พวกมันมีความยืดหยุ่นมาก และเติบโตได้ดีแม้ในสภาพอากาศที่รุนแรง แต่พวกมันก็ต้องยึดติดกับบางสิ่งบางอย่างเพื่อที่จะเติบโตขึ้นไปด้วย ซึ่งมันเหมือนกับพวกเรามาก”
แก่นแท้อยู่ที่การรวมฟังก์ชั่นที่ดีเข้ากับแฟชั่นที่สวย
“สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยตั้งแต่ต้น คือวิสัยทัศน์ที่ว่าเราจะพาแบรนด์ไปตรงไหน เราพยายามสร้างแบรนด์ที่มีการออกแบบที่ดีและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เยอะ มันลงรายละเอียดไปถึงทุกสิ่งตั้งแต่แพกเกจจิ้ง การจัดส่ง จนตอนเปิดดูของว่าเราเห็นอะไร และได้อะไรจากแพกเกจจิ้งบ้าง ทุกครั้งจะมีสติกเกอร์ มีโน๊ตน่ารักๆ พร้อมเซอร์ไพรส์หมด นั่นคือสิ่งที่เราสร้างมาตั้งแต่จุดแรกของแบรนด์ ฉันคิดว่านั่นแหละคือบาลานซ์ระหว่างงานแฟชั่นและงานดีไซน์ เพราะว่าเมื่อพูดถึงการเป็นศูนย์กลางการออกแบบของแบรนด์ มันมีความตั้งใจ การคำนึงถึงการใช้งาน และการรังสรรค์เป็นอย่างมาก มันนึกไปถึงการซื้อผ้ามาทำ คิดเกี่ยวกับสี คิดไปจนถึงวิธีการขายสินค้า เพราะอะไรเราจึงใช้สีนี้แทนสีนั้น เพื่อที่เราจะได้ยืดอายุการเก็บรักษาของสีนั้นๆ ในการออกแบบให้ได้สูงสุด”
“ในทางกลับกันแฟชั่นค่อนข้างจะรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงพยายามที่จะอยู่ตรงกลางให้ได้ เราพยายามที่จะเป็นทั้งแฟชั่นและฟังก์ชั่นที่ดี ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เราออกแบบในท้ายที่สุดจึงมีประโยชน์ใช้สอย การออกแบบใช้งานง่าย แต่ผ่านความซับซ้อนและการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วน และต้องเซนเตอร์อยู่กับการเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ด้วยในขณะเดียวกัน”
Shelf Life บนโลกของแฟชั่น และอายุสินค้าในตลาดแห่งเทรนด์
“แน่นอนเพื่อหาสิ่งตรงกลางร่วมกันของงานดีไซน์ เราใช้เวลาในการออกแบบ 6-8 เดือน บางทีอาจมีเพียง 3 ดีไซน์เท่านั้นที่ลงเอยด้วยการผลิตออกสู่ตลาด ซึ่งเราจะเลือกด้วยการทดสอบผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองเป็นเวลานาน มันเป็นสิ่งที่เราทำกับกระเป๋ารุ่น Dumplings และรุ่นอื่นๆ ด้วย ก่อนที่เราจะลงลึกไปถึงงานดีไซน์เราพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในระดับโซเชียล เทรนด์ และการเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ ว่าตอนนี้เทรนด์อะไรกำลังมา เราต้องการแบรนด์ที่สามารถผลักดันและนำเสนอการออกแบบที่ดีได้ ควบคู่ไปกับราคาที่สมเหตุสมผล”
“เราตัดสินใจที่จะปรับเปลี่ยนและขยายประเภทกระเป๋าและสินค้าชิ้นอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็จะให้ความสำคัญในระดับที่ลึกมากเพื่อทำให้เราสามารถควบคุมเอ้าต์พุตได้ ทั้งในด้านการออกแบบ ความถูกต้อง การบริโภค และอายุสินค้า เราตั้งใจอย่างมากกับสิ่งที่เราออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องเมื่อเทียบกับโลกแฟชั่น เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องที่รวดเร็วมาก”
ไลฟ์สไตล์ที่ BTV กำลังวิ่งไปหาคือไลฟ์สไตล์ที่ไม่เฉพาะเจาะจง
“เราพยายามที่จะไม่ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เจาะจงกับไลฟ์สไตล์ใดไลฟ์สไตล์หนึ่ง เพราะคุณจะไม่มีทางพบกระเป๋าใบใดใบหนึ่งโดยเฉพาะ อย่างใบนี้ใช้ไปยิมได้แต่ก็ใช้เดินทางได้เหมือนกัน มันจะเป็นอะไรที่ยั่งยืนและสามารถรวมทุกอย่างไว้ในเวลาเดียวกันได้ เราออกแบบแบรนด์ให้เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ ชีวิตที่ดีมันมากกว่าการอยู่ในไลฟ์สไตล์ที่เฉพาะเจาะจงนะ แล้วคุณก็จะได้เห็นผู้หญิงคนเดียวกันถือ Dumpling Bag ไปในหลายๆ ที่ พื้นฐานของ BTV มีอยู่ได้ มาจากการที่ผู้คนสร้างมันขึ้นมา ฉันว่าแบรนด์มันเกือบจะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นมูฟเม้นต์ด้วยซ้ำ”
“ฉันคิดว่าในฐานะสตูดิโอออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่วนหนึ่งของพวกเรารู้สึกภูมิใจมาก เราสามารถทำและออกแบบสิ่งที่ผู้บริโภครับรู้ถึงไลฟ์สไตล์ของเราได้ แน่นอนคุณไม่สามารถพูดได้หรอกว่าชิ้นนี้หรือชิ้นนั้นคือชิ้นที่เป็นจุดขาย จนกว่าสังคมจะโน้มเข้าหามันเอง แล้วเมื่อมันกลายเป็นไวรัลมันถึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ตัวดังของเรา ไม่ใช่การกระโดดจากผลิตภัณฑ์หนึ่งไปยังอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง แน่นอนว่าชิ้นที่สื่อได้ถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์อีกหนึ่งอย่างเลยคือ BTV Jumpsuit เพราะไม่ว่าจะขั้นตอนการผลิต หรือการดีไซน์มันถูกออกแบบมาอย่างดี ทั้งขนาด ความยาว และเนื้อผ้า มันเป็นชิ้นที่บอกความเป็นแบรนด์ได้ง่ายเลย รวมไปถึงเสื้อผ้าซีรีย์ที่เป็นเดนิม เสื้อยืด Boxy และสินค้าไลฟ์สไตล์ชิ้นอื่นๆ ด้วย”
การเติบโตในระดับสากล และจุดเริ่มต้นในประเทศไทย
“ถ้าถามว่ากระเป๋ารุ่นไหนที่ชอบเป็นพิเศษ แน่นอนว่าต้องเป็นรุ่นที่ยังไม่ได้วางตลาดเสมอ เพราะว่าจากมุมมองของงานดีไซน์ เมื่อเราผ่านขั้นตอนการออกแบบ เราได้เห็นผลิตภัณฑ์มาเป็นเวลาหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น มันเหมือนเรากำลังท้องและคลอดลูกเลยแหละ มันคือความภูมิใจนะ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่มีอยู่แล้วมันก็ต้อง Dumpling Bag แหละ เพราะมันไม่ใช่แค่ให้อะไรกับพวกเรา แต่มันทำอะไรมากมายเหลือเกินให้กับแบรนด์และคอมมูนิตี้ด้วย มันสร้างซีนให้กับแบรนด์เราเป็นอย่างมาก การที่ผู้คนสนใจกระเป๋าไลฟ์สไตล์ มันเหมือนกับว่ามันเปลี่ยนวิธีที่เราจะใช้ หรือถือกระเป๋าของพวกเขาไปเลย”
“แบรนด์เราพัฒนามาโดยตลอดว่าเราต้องครบเครื่อง ซึ่งเราทำได้ดีมากๆ ในตลาดสิงคโปร์ แต่เราอยากที่จะเติบโตมากขึ้นถึงได้เลือกเปิดสโตร์ที่ต่อไปที่กรุงเทพฯ ที่นี่มีสีสันมาก ประชากรจำนวนเยอะ คำถามควรจะเป็นว่าทำไมไม่ใช่กรุงเทพมากกว่านะ มันเหมือนว่าที่นี่อะไรก็เกิดขึ้นได้ กรุงเทพฯ สวยงามและน่าตื่นเต้น เราเปิดสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดใน SEA ที่นี่ ซึ่งมีขนาด 4000 ตารางฟุต มันยิ่งใหญ่มาก เราพยายามเติบโตไปเป็นแบรนด์สากลและมันจะเริ่มต้นจากที่นี่ เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ สิ่งที่จะได้เห็นเลยคือสิ่งที่คุณจะไม่เคยเห็นมาก่อน เราหวังว่ามันจะสามารถสร้างสถานที่ที่เป็นช้อปทางอ้อมได้ และคนยังได้มีช่วงเวลาที่ดีไปกับมัน มีเสียงเพลง มีความผ่อนคลาย มีพลังงานบวก ฉันคิดว่าเราอยากจะสร้างร้านแบบนั้น อยากให้เป็นสถานที่เชิงประสบการณ์มากกว่า ไม่ใช่แค่การเป็นอีกหนึ่งร้านจากสิงคโปร์เท่านั้น”
นี่คือแม่แบบความคิด การสร้างรากฐานของแบรนด์ และการเติบโตต่อยอดของ BTV จากปากของรีเบคก้าที่เราได้สัมภาษณ์กันไป แบรนด์ที่ตั้งตนเป็นแฟชั่นและฟังก์ชั่นในเวลาเดียวกัน แบรนด์ที่เป็นไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์วิถีการใช้ชีวิต และแบรนด์ที่สร้างคอมมูนิตี้และวัฒนธรรมของกลุ่มคนได้อย่างเข้มข้น แฟนๆ ชาวไทยอดใจรอกันอีกหน่อย เพราะ BTV จะมาเปิดสโตร์ที่ประเทศไทยแล้วอีกไม่นานเกินรอ และจะมีขายทั้งสินค้าหลักของแบรนด์อย่างกระเป๋ารุ่น Dumpling Bag และ Puffy Bag ที่มีสีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น รวมไปถึงสินค้าไลน์เสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าไลฟ์สไตล์ชิ้นอื่นๆ อย่างแก้ว หมวก เหล่า Stationary และอีกมากมายเลยทีเดียว ติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์กันต่อได้ที่นี่เลย
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia