โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวไต้หวันช่วยจับคนร้าย ไล่แทงคนบนรถไฟใต้ดินไถจง มีผู้บาดเจ็บ ซ้ำรอยเหตุการณ์ปี59

JS100

อัพเดต 21 พ.ค. 2567 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2567 เวลา 10.07 น. • JS100:จส.100
ชาวไต้หวันช่วยจับคนร้าย ไล่แทงคนบนรถไฟใต้ดินไถจง มีผู้บาดเจ็บ ซ้ำรอยเหตุการณ์ปี59

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางลู ซิวหยาน นายกเทศมนตรีเมืองไทจง ทางภาคกลางของไต้หวัน เปิดเผยว่า ผู้โดยสารบนรถไฟใต้ดินช่วยกันจับคนร้ายวัย 20 ปีคนหนึ่ง ที่มีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิต หลังใช้มีดปอกผลไม้เป็นอาวุธ ไล่ทำร้ายคนบนรถไฟในเมืองไถจงเมื่อเวลา 11.17น.ของวันนี้ มีผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นชายอายุ 17 ปีและอายุ 27 ปี ถูกทีมกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่คนร้ายบาดเจ็บที่นิ้วมือถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยมีตำรวจคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ชายคนหนึ่ง ซึ่งเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเกิดเหตุ ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งปรี่เข้าหาคนร้าย ช่วยกันจับคนร้ายกดลงกับพื้น และจับแขนและขาของคนร้าย ก่อนแย่งมีดจากมือของคนร้าย สำหรับคนร้าย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองเกาสง ทางภาคใต้ของไต้หวัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนี้ เผอิญตรงกับวันครบรอบ 10 ปีของเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงคนบนรถไฟใต้ดินในกรุงไทเปในปี 2559 มีผู้เสียชีวิต 4 รายและมีผู้บาดเจ็บกว่า 20 คน สำหรับคนร้ายถูกศาลตัดสินประหารชีวิตในปีเดียวกัน หลังการเสนอของรัฐมนตรียุติธรรมในขณะนั้นเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคดีให้เสร็จโดยเร็วเนื่องจากเป็นคดีที่มีความสะเทือนใจให้กับคนทั่วทั้งเกาะไต้หวัน ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความปลอดภัย

สำหรับเหตุรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นน้อยมากในไต้หวัน เช่น ผลสำรวจดัชนีความสงบสุขทั่วโลก ไต้หวันอยู่ในลำดับที่ 33 จาก 163 เมืองทั่วโลก ตามผลสำรวจของสถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (Institute for Economics and Peace – IEP)ของออสเตรเลียในปีที่แล้ว

#ไต้หวัน

#แทงคนบนรถไฟใต้ดิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...