โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หลานสาวเปิดปาก ไม่ได้ตั้งใจฆ่ายายแค่อยากให้พิการ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 05 พ.ค. 2566 เวลา 10.53 น.

หลานสาววัย 14 เปิดปาก ร่วมมือกับแฟนหนุ่มอายุ 15 ทำร้ายยาย บอกไม่ตั้งใจให้ยายเสียชีวิต ต้องการแค่ให้พิการ ปมเหตุเพราะเรื่องกีดกันความรักหนุ่มสาว เพื่อนสนิทผู้ตายบอกที่กีดกันเพราะผู้ตายไม่ชอบที่เจ้าหนุ่มมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

.

วันที่ 5 พ.ค. 66 จากกรณีการพบร่างของนางคำปัน หญิงชราวัย 63 ปี ในดงกล้วยภายในบริเวณบ้านของตนเอง ในพื้นที่ ต.หว้าทอง อ.ภูเวียง จ.ขอนเเก่น เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของคืนที่ผ่านมา และตำรวจสงสัยตัวหลานสาววัย 14 ว่าอาจเกี่ยวพันกับกรณีที่เกิดขึ้น

.

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.คารม พรมคุณ ผกก. สภ.ภูเวียง ทราบว่าเด็กหญิงเอ(นามสมมติ) อายุ 14 ปี ได้เปิดปากสารภาพในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วว่าคนที่ลงมือทำร้ายร่างกายยายของเธอ คือแฟนหนุ่มวัย 15 ปี ที่คบหากันมาได้ 4 เดือน เด็กหญิงเอ เล่าว่าระหว่างที่เธอคบหากับแฟนหนุ่ม ทางบ้านของทั้ง 2 ครอบครัวรับรู้มาตลอด แต่ยายของเธอคอยกีดกันไม่ให้เธอและคนรักคบหากัน

.

ก่อนเกิดเหตุเธอออกจากบ้านมาพบกับแฟนหนุ่ม ยายของเธอก็ตามมาอีก เธอกับแฟนจึงตัดสินใจทำร้ายยาย โดยไม่ต้องการให้ถึงขั้นเสียชีวิต แต่อยากให้ยายพิการ พูดไม่ได้ ยายของเธอสู้กลับ ทำให้แฟนของเธอใช้มีดฟันที่แขนยาย และแทงเข้าที่หลัง 1 แผล ก่อนที่ยายจะล้มลงและสิ้นใจ

.

ขณะที่ญาติๆ และเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตต่างก็มารวมตัวกันที่บ้านนางคำปัน ต่างก็อยู่ในอาการโศกเศร้า เพื่อสนิทคนหนึ่งบอกว่าไม่คิดว่าเพื่อนของตนจะเจอเรื่องแบบนี้ เพื่อนทำงานมีเงิน มีทรัพย์สิน เพิ่งทำบ้านใหม่ให้ลูกหลานได้อยู่ร่วมกัน

.

ที่ผ่านมารับรู้มาตลอดว่าเพื่อนเครียดเรื่องหลานสาวมากที่ไปคบกับเด็กหนุ่มที่มีประวัติพัวพันกับยาเสพติด และพยายามกีดกันมาตลอด ขณะที่เพื่อนบ้านอีกคนก็บอกว่าหลังเกิดเหตุทุกคนที่รู้ข่าวก็รู้กันดีว่าคนที่ก่อเหตุน่าจะเป็นหลานสาวของผู้ตาย เพราะมึปัญหากันอยู่เรื่องกีดกันความรัก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...