โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฐานเศรษฐกิจ เปิดเผยข้อมูลบริษัทของตระกูลลิ้มเจริญรัตน์ พบรายงานปี 60 “งบการเงินบริษัทไม่ถูกต้อง” หนี้ท่วม “ไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนมารองรับ”

The Structure

อัพเดต 06 มิ.ย. 2566 เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2566 เวลา 03.57 น. • The Structure

4 มิ.ย. 66 ฐานเศรษฐกิจได้รายงานสถานะการเงินของบริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด) ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวลิ้มเจริญรัตน์ โดยในรายงานดังกล่าวระบุว่า บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2548 ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท มีนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ บิดาของนายพิธา เป็นกรรมการเพียงคนเดียว

สำหรับตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เข้ามาเป็นกรรมการเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2549 ถึง 6 มีนาคม 2560 รวมระยะเวลาประมาณ 10 ปี

นอกจากนี้ ฐานเศรษฐกิจยังอ้างถึงรายงานผู้ตรวจสอบบัญชี พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์มีชื่อเป็นกรรมการ โดยมีเนื้อความว่า“จากการตรวจสอบรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีพบว่า ในปี 2560 ผู้ตรวจสอบบัญชีได้ตรวจสอบบัญชีแล้วแสดงความเห็นว่างบการเงินบริษัทไม่ถูกต้อง พร้อมแสดงความเห็นในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 3 ว่า ปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิจํานวน 98.99 ล้านบาท มีหนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์รวมจํานวน 48.55 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถเจรจาต่อรองหรือหาแหล่งเงินทุนมารองรับสถานการณ์ดังกล่าว

แสดงให้เห็นว่ามีความไม่แน่นอนที่มีสาระสําคัญมาก ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสําคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดําเนินงานต่อเนื่องของบริษัท ซึ่งมีผลทําให้งบการเงินสําหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2560 ควรถูกจัดทําตามเกณฑ์ที่เหมาะสมกับกิจการที่ไม่ดําเนินงานต่อเนื่อง แต่ผู้บริหารของบริษัทยังคงจัดทํางบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสําหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะภายใต้ข้อสมมติฐานการดําเนินงานอย่างต่อเนื่องของบริษัท

โดยถือว่าการขายหรือเรียกคืนสินทรัพย์และการจ่ายชําระหนี้สินของบริษัทจะเป็นไปตามปกติธุรกิจ โดยไม่คาดว่าจะมีการหยุดชะงักของการดําเนินงานตามปกติของบริษัท หากบริษัทจัดทํางบการเงินตามการดำเนินงานต่อเนื่อง หลายๆ องค์ประกอบในงบการเงินนี้จะได้รับผลกระทบอย่างมีสาระสําคัญ”

อีกทั้งยังระบุถึงงบการเงินของบริษัทว่า “ปี 2560 บริษัทมีหนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์ 142,134,424.54 บาท โดยมีสินทรัพย์รวม 351,527,074.72 บาท และหนี้สินรวม 493,661,499.26 บาท”

นอกจากนี้ จากข้อมูลเพิ่มเติมจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าสถานะทางการเงินของบริษัทในส่วนของผู้ถือหุ้น ติดลบต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2559 จนถึง พ.ศ. 2562 โดยมีข้อมูลว่าพ.ศ. 2559 มีส่วนของผู้ถือหุ้น -43,147,443.47 บาทพ.ศ. 2560 มีส่วนของผู้ถือหุ้น -142,134,424.54 บาทพ.ศ. 2561 มีส่วนของผู้ถือหุ้น -231,528,101.17 บาทพ.ศ. 2562 มีส่วนของผู้ถือหุ้น -374,931,360.79 บาท

และพบข้อมูลการเพิ่มทุนจากสิงคโปร์ 48,039,200.00 บาท ในวันที่ 13 ม.ค. 63 อีกด้วย

นอกจากนี้ ฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังได้ระบุอีกด้วยว่า บริษัทได้ยื่นงบการเงินของ พ.ศ. 2562 เป็นครั้งล่าสุด ในวันที่ 26 ต.ค. 64 ถือเป็นการยื่นงบการเงินที่ล่าช้า

สำหรับกรรมการบริษัทชุดปัจจุบันประกอบด้วย นายภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์, นายอาร์นี่ โอตะวะ ซาริมา และนายประสพโชค สุขสมบูรณ์ ปัจจุบันถือเป็นธุรกิจขนาดเล็ก (s) มีวัตถุประสงค์ตามงบการเงินปีล่าสุด (พ.ศ. 2562) เป็น โรงสกัดน้ำมันรำข้าว ประเภทธุรกิจ 10412 การผลิตน้ำมันรำข้าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...