SCG ปักหมุดเดอะ ดูไบ ฮับ ผนึก “ฮัสซัน อัลลาม” บุกกลุ่มประเทศ SAMEA
เพราะโลกใบนี้เต็มไปด้วยผู้นำวิสัยทัศน์กว้างไกล นำมาสู่การลงทุนโปรเจ็กต์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ตลอดเวลา ทั้งในภาครัฐและเอกชน จึงเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจของ SCG บนเวทีตลาดทั่วโลก
ล่าสุด นายอบิจิต ดัดต้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ SCG International ชูกลยุทธ์ซัพพลายเชนครบวงจร ด้วยการจับมือยักษ์ใหญ่ด้านก่อสร้างในอียิปต์ “ฮัสซัน อัลลาม” ปลดล็อกโอกาสเติบโตในภูมิภาคเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (SAMEA)
คำถามคือ ทำไมต้องเป็นภูมิภาค SAMEA
“เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งขยายธุรกิจต่อเนื่องในระดับสากล ในขณะที่ภูมิภาค SAMEA เป็นกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ประเมินจากขนาดเศรษฐกิจหรือ GDP จากอุปสงค์ภายในประเทศเฉลี่ยมากกว่า 70% และมีจำนวนประชากรรวมกันมากกว่า 40% ของโลก”
เมื่อมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจทางด้านซัพพลายเชน จึงนำมาสู่การจัดตั้ง The Dubai Hub ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ให้เป็นศูนย์กลางในการจัดหาและขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกา
รวมถึงเตรียมเปิดสำนักงานใหม่ ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจและเจาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (gigaproject) จากวิสัยทัศน์ 2030 ของมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือสร้างการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในด้านต่าง ๆ
ในการเดินหน้าพัฒนาและปลดล็อกโอกาสการเติบโตครั้งนี้ จะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์โซลูชั่นซัพพลายเชนครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมกลุ่มสินค้าตั้งแต่สินค้าก่อสร้าง สินค้าวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรม สินค้าบ้านและที่อยู่อาศัย สินค้ากระดาษและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงพลังงานทดแทน
ในขณะเดียวกันเพื่อสอดรับกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจดังกล่าว “บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด” ได้จับมือกับ “บริษัท ฮัสซัน อัลลาม เทรดดิ้ง แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทวัสดุก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 85 ปี และงบฯลงทุนบริษัทมากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐในประเทศอียิปต์
เพื่อประกาศความพร้อมบุกตลาดอียิปต์ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา อย่างเต็มรูปแบบ
“ที่ผ่านมา เอสซีจี อินเตอร์ฯ ได้ทรานส์ฟอร์มจากการเป็นบริษัทการค้า มาสู่การทำซัพพลายเชนครบวงจร มุ่งขยายธุรกิจเข้าไปในภูมิภาค SAMEA ครอบคลุมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งนับว่าเป็นภูมิภาคใหม่ที่มีศักยภาพและน่าสนใจ โดยต่อยอดจากจุดแข็งและเครือข่ายที่แข็งแกร่งในตลาดอาเซียน”
นอกจากนี้ซาอุดีอาระเบียยังเป็นประเทศมหาอำนาจในภูมิภาค และมีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนลจึงวางแผนเข้าไปจัดตั้งสำนักงานในเมืองริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
โดยมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพด้านการจัดการซัพพลายเชนระหว่างประเทศ เพื่อรองรับทั้งโครงการจากภาครัฐและเอกชนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
“นอกจากขยายขีดความสามารถด้านการจัดการซัพพลายเชนแล้ว เรายังร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งในอียิปต์ อย่างฮัสซัน อัลลาม บุกตลาดอียิปต์ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อเสนอโซลูชั่นด้านการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพให้กับตลาดก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างมากในภูมิภาคตะวันออกกลาง”
ทั้งนี้ เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล จะใช้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีทางด้านวัสดุก่อสร้างของเอสซีจี ในการช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของซาอุดีอาระเบีย
บทบาทหลักของเอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คือการทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญในการเสาะแสวงหาคู่ค้าและโอกาสใหม่ ๆ ผ่านการนำเสนอโซลูชั่นซัพพลายเชนครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้าสินค้า และขนส่งไปยังลูกค้าปลายทาง เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตั้งแต่ผู้ใช้สินค้าไปถึงกลุ่มผู้ผลิต
โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ (customer centric) เพื่อปรับโซลูชั่นให้สอดคล้องและเหมาะสมกับธุรกิจนั้น ๆ ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
ตอกย้ำความเป็น trusted international supply chain partner ที่มีเครือข่ายทางธุรกิจมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก