โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"คลัง" ประเมินขัดแย้ง "ไทย-กัมพูชา" กระทบเศรษฐกิจ "หมื่นล้าน" เร่งดึงงบส่วนอื่นเยียวยาเพิ่มเติม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.57 น.
“คลัง” ประเมินขัดแย้ง “ไทย-กัมพูชา” กระทบเศรษฐกิจ “หมื่นล้าน” เร่งดึงงบส่วนอื่นเยียวยาเพิ่มเติม

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่จะมีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย โดยหลักคือขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานขนาดไหน แต่หากประเมินในเบื้องต้นตั้งแต่เริ่มอพยพประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์น่าจะดำเนินมาหลักสัปดาห์ ถ้าประเมินแบบเร็ว ๆ ไม่นับรวมผลกระทบทางการค้าก็น่าจะอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบัน รัฐบาลยังมีงบในการกระตุ้นเศรษฐกิจเหลืออีก 4.2 หมื่นล้านบาท จากวงเงินในก้อน 1.57 แสนล้านบาท หลังจากจัดสรรให้โครงการต่าง ๆ ไปแล้ว 1.15 แสนล้านบาท วงเงินที่เหลือเบื้องต้นจัดสรรไปแล้ว 1 หมื่นกว่าล้านบาท เหลืออีกราว 2.5 หมื่นล้านบาทที่จะสามารถนำมารองรับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชาได้ แต่อาจจะไม่เพียงพอก็คงต้องดึงงบประมาณในส่วนอื่นเข้ามาเสริมด้วย

“ผมต้องรวบรวมเอางบมาใช้ ซึ่งรวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย เพราะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จะต้องมีการก่อสร้าง ซ่อมแซมบ้านเรือนอีกเยอะมาก ดังนั้นงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลืออยู่ 2.5 หมื่นล้านบาทอาจจะไม่พอ อาจต้องเอางบที่อื่นมาช่วยด้วย ส่วนถามว่าจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มหรือไม่ เบื้องต้นยังไงก็ต้องใช้เงินตามกรอบงบประมาณ ส่วนการกู้เงิน ก็ต้องกู้ตามแผนของงบประมาณด้วยเช่นกัน” นายพิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่าอาจจะยังมีการยิงตอบโต้กันอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน

นายพิชัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ ว่า ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ทางสหรัฐขอหยุดการเจรจาทันทีที่มีการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา แต่หลังจากเจรจาหยุดยิงแล้ว ทางสหรัฐก็กลับมาเดินหน้าเจรจากับไทยต่อทันที ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ทำงานกันต่อไป ส่วนการยื่นข้อเสนอต่าง ๆ ของไทยนั้นดำเนินการไปแล้วกว่า 99.99% จากนี้ขึ้นอยู่กับสหรัฐฯว่าจะพิจารณาอย่างไร

ก่อนหน้านี้ ไทยได้ปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ และยื่นให้กับสหรัฐฯ ไปเกือบหมดแล้ว อาจจะเหลือในส่วนของร่างสัญญาที่ไม่จำเป็นต้องรีบดำเนินการให้เสร็จ และเมื่อพิจารณาท่าทีของสหรัฐฯ หลังจากได้รับข้อเสนอของไทยแล้วก็น่าจะออกมาในทิศทางที่ดี

ส่วนถามว่าหากสหรัฐฯ พิจารณาลดภาษีนำเข้าให้ไทยในระดับ 25% นั้น รับได้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า “ส่วนตัวไม่อยากเห็น 25%”

อย่างไรก็ดี ไทยไม่ทราบข้อเสนอของประเทศอื่น ๆ ที่ทำให้ฟิลิปินส์ และอินโดนีเซีย ได้ภาษีนำเข้าในอัตรา 19% ส่วนเวียดนาม ได้ 20% แต่ยังยืนยันว่า ข้อเสนอของไทยเป็นข้อเสนอที่ดูดี และจะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย

“ถ้าถามว่ากลับมายิงกันต่อ ในมุมของสหรัฐฯ มันก็ไม่ควรที่จะมีการเจรจาเรื่องภาษีกันต่อ แต่ตอนนี้ ทุกคนตกลงกันได้แล้ว มันก็ควรจะเบาลง หลังจากนี้ ต้องมาดูกันที่ความจริงใจของแต่ละประเทศ ส่วนวันนี้ ยืนยันว่าสหรัฐฯ สั่งให้กลับมาเจรจากันต่อแล้ว แปลว่าเขาปลดล็อกให้เราแล้ว จากนี้ยังเหลืออีก 3 วัน จนกว่าจะถึง 1 ส.ค. ก็อยากให้มาดูกัน เป็นอะไรที่น่าลุ้น ถ้าไม่ทัน เขาก็อาจจะเลื่อนให้” นายพิชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...