หมอ เผย! เด็กๆอาจประสบ “Long COVID” แนะ ควรเช็กอาการ
เช็กอาการลูกหลานด้วยนะคะ!
วันนี้(4 มิ.ย.68) นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat อัปเดตยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทั้งยังแนะ เรื่องอาการลองโควิดในเด็กเพิ่มเติม ระบุว่า…
“ยอดเสียชีวิตปีนี้จากโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 72 รายแล้ว แต่หากพิจารณาให้ดี จะพบว่ามีถึง 52 รายที่เสียชีวิตในรอบ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา อันเป็นเหตุมาจากการที่มีคนติดเชื้อและป่วยกันมากตั้งแต่ช่วงเมษายนจนถึงพฤษภาคม แม้ส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตมักเป็นผู้สูงอายุ แต่ก็มีราว 20% ที่อยู่ในช่วงวัยทำงานอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปด้วย ในขณะที่ไข้หวัดใหญ่ 33 ราย โดยจำนวนเคสป่วยราว 3.5 แสนราย ไม่ต่างมากจากโควิด-19 สะท้อนถึงความรุนแรงของโรคโควิด-19 ที่มากกว่าไข้หวัดใหญ่หลายเท่า หากดูจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการในระบบทางเดินหายใจตอนนี้ เทียบกันระหว่างโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ จะพบว่าโควิดมากกว่าถึง 11 เท่า ดังนั้นหากมีอาการสงสัยแต้มต่อที่จะเป็นโควิดจึงมากกว่าไข้หวัดใหญ่มาก หากตรวจแล้วเป็นลบ ควรตรวจซ้ำจนถึงวันที่ 4-5 หลังจากเริ่มมีอาการเพราะไวรัสจะพีคช่วงนั้น และตรวจโดยสวอปโพรงจมูก ร่วมกับบริเวณคอหอยด้วย ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบมากยิ่งขึ้น
ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ยอดป่วยพุ่ง ยอดตายก็พุ่งเช่นกันค่ะ ยิ่งเป็นเด็กๆที่ต้องไปเรียนหนังสือ ยิ่งน่าเป็นห่วงมากค่ะ สิ่งที่จะทำได้คือหมั่นเช็กอาการของลูกหลานและถ้ามีอาการควรต้องดูแลสุขภาพต่อเนื่อง ทั้งนี้ หมอธีระ จึงได้ออกมาโพสต์ข้อมูลจากวารสารการแพทย์ JAMA Pediatrics ที่เพิ่งเผยแพร่ infographics และข้อมูลเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ระบุว่า ภาวะโควิด-19 ระยะยาวจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กยังคงมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 3 วัน หลังจากติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งบางครั้งอาการอาจเปลี่ยนไปหรืออาการอาจกลับมาเป็นอีกหลังจากรู้สึกดีขึ้นแล้ว
อาการและสัญญาณของ โควิด-19 ระยะยาวมีความแตกต่างในเด็กแต่ละวัย
ทารกและเด็กเตาะแตะ (0-2 ปี)
-มีปัญหาในการนอนหลับ
-ความอยากอาหารไม่ดี
-คัดจมูก
-ไอแห้งหรือเปียก
เด็กวัยเรียน (6-11 ปี)
-ปัญหาเกี่ยวกับหน่วยความจำหรือการโฟกัส
-รู้สึกมึนหัวหรือเวียนศีรษะ
-ปวดหลังหรือคอ
-ปวดหัว
-มีปัญหาในการนอนหลับ
-ปวดท้อง
-คลื่นไส้หรืออาเจียน
-กลัวสิ่งที่เฉพาะเจาะจง
-ปฏิเสธที่จะไปโรงเรียน
-คันผิวหนังหรือมีผื่น
เด็กวัยก่อนเรียน (3-5 ปี)
-อาการเหนื่อยล้าหรือง่วงนอนในเวลากลางวัน
-พลังงานต่ำ
-ไอแห้ง
วัยรุ่น (12-17 ปี)
-ปัญหาเกี่ยวกับหน่วยความจำหรือการโฟกัส
-รู้สึกมึนหัวหรือเวียนศีรษะ
-ปวดหลังหรือคอ
-ปวดหัว
-สูญเสียการรับกลิ่นหรือรสชาติ
-อาการปวดตามร่างกาย กล้ามเนื้อ หรือข้อต่อ
-อาการเหนื่อยล้าหรือง่วงนอนในเวลากลางวัน
-พลังงานต่ำ
-เดินเหนื่อยเร็ว
ทั้งนี้ยังไม่มีวิธีรักษาโรคโควิด-19 ในระยะยาว แต่แพทย์อาจแนะนำยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางอย่างและแนะนำแนวทางในการหลีกเลี่ยงการกำเริบของอาการ
ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ และหมั่นเช็กอาการของตัวเองและบุตรหลานบ่อยๆ หากมีอาการรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันทีค่ะ
ที่มา:เพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/1AeJFmed7v/