“ตั้ม วราวุธ” เปิดใจหลังเกิดอุบัติเหตุ รายได้หายวับ 6 หลัก! เคืองแรงคู่กรณีไร้เยื่อใย นัดเคลียร์กันพรุ่งนี้!!
“ตั้ม วราวุธ” เปิดใจหลังเกิดอุบัติเหตุ รายได้หายวับ 6 หลัก! เคืองแรงคู่กรณีไร้เยื่อใย นัดเคลียร์กันพรุ่งนี้!!
เอาละค่ะ ล่าสุด “ตั้ม วราวุธ” หนุ่มเสียงดีจากเวทีเดอะสตาร์ ออกมาเปิดใจสุดช้ำ! หลังเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถูกรถปริศนาพุ่งใส่แบบไม่ทันตั้งตัว! ส่งผลให้ต้องพับโปรเจกต์งานพรีเซนต์-ถ่ายโฆษณาไปยาว ๆ รายได้หายวับในพริบตากว่า 6 หลักจุก ๆ!! แถมยังเจ็บตัวอีกต่างหาก!
“คือข้างในตอนนี้ยังละลายไม่หมด ข้างนอกโอเคมากๆ ผมประโคมทุกอย่างเพื่อที่จะให้ทำงานได้เร็วขึ้น ก็เลยมีการฉีดสเต็มเซลล์ด้วยไปหาหมอฟัน เพราะว่าฟันหน้าผมหายไปเลย 3 ซี่ ตอนนี้ก็ใส่วีเนียร์ชั่วคราว จะใส่วีเนียร์แบบปกติไม่ได้ เพราะเรายังอ้าปากทำแบบนั้นไม่ได้ ก็เลยใส่ชั่วคราว แล้วก็กลืนลงท้องไปหลายอันแหละ เพราะว่ามันหลุดง่าย
ตอนนี้มันยังไม่สมบูรณ์ แล้วแผลข้างในจมูกผม ตอนนี้จมูกโดนเยอะ ก็ยังเจ็บอยู่ เพราะว่าดั้งเราหัก แล้วแผลที่ฉีกคือมันฉีกแบบเห็นฟันเลย แยกถึงจมูก ณ ตอนนี้ เวลาที่ยิ้มกลับมา มันยังตึงอยู่ มันเหมือนตรงกลางไม่สมานกัน แล้วมันก็ยังแข็ง เป็นไตๆ เวลาที่ไปโดนอะไรแรงๆ มันก็ยังรู้สึกเจ็บ เวลาพูดมันก็จะมีความตึงๆ อยู่นิดนึง
ก็ไม่ได้ศัลยกรรมอะไรเลย จมูกก็แค่ดัดกลับ ส่วนปาก ผมโชคดีที่ได้หมอศัลยกรรมสมิติเวช ศรีนครินทร์ด้วย เค้าก็เย็บให้ ทุกคนชมว่าแผลสวย ขอบคุณคุณหมอมากๆ เพราะว่าเขาก็ทางนี้โดยตรง ส่วนร่างกายส่วนอื่น มันก็จะมีแขน คือวันแรกที่ผมประสบอุบัติเหตุ แขนฝั่งซ้ายผมไม่สามารถยืดได้เลย เหมือนว่ามันช้ำที่เอ็น ก็ไปกายภาพแล้วก็ไปฉีดสเต็มเซลล์ตรงข้อศอกมาแล้ว ตอนนี้ดีขึ้นมาก เกือบ 100% แล้ว
ก็เป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตครับ คือมันเป็นเหตุการณ์ที่อุบัติเหตุจริงๆ จ๊ะเอ๋จริงๆ เราตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกทีผมหายไปแว้บนึง แล้วก็ตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีคนมาพยุงเรา ตอนนั้นมันคือชาเลย เหตุการณ์ก็คือป๊ะกันเลย แล้วก็พุ่งเข้าไปเลย ผมชาหมดเลย ไม่รู้สึกว่าตัวเองเจ็บ ไม่รู้ว่าเลือดออก จนพี่ที่เค้ามาพยุง เขาบอกว่า ‘น้อง เราไปนั่งข้างทางก่อน เพราะว่าเลือดน้องออกเยอะมาก’
แล้วพอเราก้มแล้วมีเลือดออกมา เราก็เช็กฟันเราก่อน เราก็เอาลิ้นดุน ๆ เราไม่รู้สึกนะ แต่เรารู้ว่ามันเป็นต่อ ข้างหน้าเนี่ย ผมก็ถามพี่เขาว่า ’พี่ หน้าผมเป็นอะไรบ้าง?‘ เขาก็บอกว่า ’น้อง ดูไม่ออก เพราะว่าเลือดมันโชกมากๆ ผมก็ถามแฟนว่า ’หน้าเป็นยังไงบ้าง?’ เขาก็ปลอบใจผม บอกว่า ’ถลอกแต่ป้าที่มาช่วยข้างๆ ผมมาบอกว่า ’ฉีกเลย ฉีก’ ผมก็แบบ ‘ฉีกเลยเหรอ?‘ ผมก็สงสัยว่าฉีกข้างไหน ผมก็เลยเซลฟี่ตัวเอง แต่ผมก็มองไม่ออก เพราะว่าเลือดมันโกรกปาก
แต่ว่าตอนนั้นใจไม่ดีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถนอนได้ เพราะว่าตอนที่โดน พี่ที่ปฐมพยาบาลก็ให้เรานอน แล้วผมปวดหัวมาก ผมก็เลยคิดว่าผมจะเสียความทรงจำไหม จังหวะนั้นผมไล่เรียง ชื่อพ่อ ชื่อแม่ บ้านเลขที่ เกิดวันไหน อะไรขึ้น ไล่ตลอดเวลา เพราะว่าผมกลัวว่าสมองมันจะไม่เหมือนเดิม คือตอนนั้นผมเลือกที่จะหาแฟนผมก่อน แต่ว่าจำไม่ได้นะว่าตอนนั้นรถชนตรงไหน ก็พยายามคิด แม้กระทั่งมีป้ายอยู่ข้างหน้า ผมก็ยังนึกไม่ออก ก็เลยให้พี่ที่ช่วยผม คุยกับแฟนว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วก็แชร์โลเคชั่นไป
แล้วนาทีนั้นเราคิดไหมว่าเรารอดหรือไม่รอด?
“คือมันไม่มีเวลาคิดเลย มันชนปั้ง รู้ตัวอีกทีก็คือคนพยุงแล้ว คือตอนนั้นน่ะ เขาตัดมาปุ๊บ เราเห็นแล้ว แต่ว่าสติสุดท้ายคือจะกำเบรก แต่ว่ากำไม่ทัน มันก็คือชนเลย รู้ตัวอีกทีตอนคนพยุง ตอนนี้เราก็มีหลักฐานหมดแล้ว มีกล้องวงจรปิดหมดแล้ว แต่ส่วนเรื่องคดีความให้พ่อผมจัดการ เพราะว่าโชคดีที่พ่อเป็นทนายความ ก็จะเร็วหน่อย ให้เขาจัดการเรื่องคดีไปเลย เราไม่อยากไปโฟกัสตรงนี้แล้ว
ถามว่าหลักฐานที่มี ใครผิดใครถูก?
”ผมเล่าเหตุการณ์ให้พี่ฟังละกัน พี่ลองนึกภาพว่ารถเป็นเลนสวน แล้วผมขับตามรถกระบะ แล้วรถกระบะเค้าเลี้ยวเข้าซอย แต่ผมจะต้องขับตรงต่อไปให้ถึงจุดหมายของผม ซึ่งเราไปด้วยความเร็วคงที่ ไม่ได้แซงหรืออะไร แต่เค้าออกจากซอยที่รถกระบะเลี้ยวเข้าไป ก็ตัดกันพอดี (เป็นสี่แยก) ไม่มีไฟครับ เป็นซอย กล้องวงจรปิดจับภาพได้แบบนี้เลย
คู่กรณีเรายังไม่ได้เจอเลยครับ แล้วก็เห็นว่าญาติเขาจะนัดเจอวันที่ 11 ก็คือวันพรุ่งนี้ เพราะว่าจะไปเอารถมอเตอร์ไซค์ที่สถานีตำรวจ ก็เลยจะให้คุยกันพรุ่งนี้ นี่คือครั้งแรกที่ผมจะได้เจอญาติคู่กรณี ที่จริงพ่อผมยื่นโนติส เพราะว่าเขาไม่ได้มีการติดต่อมาเลย ถ้าเขาติดต่อมา เราจะได้รู้ว่าโอเค ยังไงกัน ทำยังไงให้จบ แต่พอพ่อยื่นโนติสเสร็จ ก็มีญาติเขาโทรมาเหมือนกัน บอกว่า โอเค ตอนนี้ทางฝั่งโน้นยังไม่พร้อมที่จะคุย ก็เลยจะส่งญาติมาก่อน
เรารู้ไหมว่าฝั่งนั้นได้รับบาดเจ็บเท่าเราไหม?
“คือตอนแรกผมไม่รู้ ผมมารู้ทีหลัง ตอนที่ทางผมพยายามติดต่อไป ว่าทางนั้นยังไง เป็นยังไงบ้าง คือผมแจ้งทางตำรวจไปว่า ทำไมญาติทางเขาไม่ติดต่อกลับมาเลย ทางตำรวจก็เลยไปคุยให้ จนญาติเขาติดต่อกลับมา เขาก็เลยบอกว่า ทางฝั่งของเขาสะโพกหัก เพราะว่าผมชนเข้าตัวเขาเลย สะโพกหัก กระดูกซี่โครงร้าว ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าตรงนี้มันโดนอะไร เพราะว่าความจำมันหายไปเลย แว๊บเลย คือรู้ตัวอีกทีตอนโดนพยุงแล้ว เลยไม่รู้ว่าตรงปากไปโดนอะไร หรือโดนท่าไหน แล้วในคลิปก็ไม่เห็นนะว่าล้มท่าไหน คือมันมืดมาก คือสภาพรถก็คือล้อหน้าบิด หม้อน้ำหน้าแตก ล้อหลุด
แล้ววันนั้นน่ะผมตลกมาก คือวันนั้นเป็นวันที่ผมมาขนของพะรุงพะรัง เพราะว่ากลับจากซาวด์เช็ก พี่ไมค์ ก็คือเอาน้ำปลาร้าอะไรให้เต็มไปหมด เชื่อไหมว่าน้ำปลาร้าไม่แตกซักขวด! น้ำปลาร้าพี่ไมค์สุดยอดจริงๆ”
ขอถามหน่อยพรุ่งนี้เราต้องไปเคลียร์ไปคุยกับทางคู่กรณีแล้ว เรามีการตั้งธงไว้ยังไงบ้าง?
“เอาจริงๆ เราไม่ได้ติดเรื่องไหนเลย เราติดแค่เรื่องเดียวที่ว่า เขาไม่ได้ติดต่อกลับมาหรือแสดงความเป็นห่วงเป็นใยกัน เหมือนทางเราจะบอกกับทางคุณตำรวจและทางหมอว่า ลองติดต่อเขาไปไหมอะไรยังไง ติดต่อไม่ได้เราไม่มีเบอร์ญาติเขา เราเลยจึงต้องถามคุณตำรวจไป ซึ่งเรารู้สึกว่าจริงๆ แล้ว การแสดงความมีน้ำใจแค่หลักเริ่มต้นของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแสดงความเป็นห่วงกันก็ยังดี อันนี้เรายังไม่ได้พูดถึงเรื่องผิดหรือไม่ผิดนะ แต่เราไม่ได้รับสิ่งนั้นเลยเรารู้สึกว่าโหทำไม มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราก็อยากเอาให้สุดเหมือนกัน เพราะว่าเราก็เสียอะไรไปหลายอย่าง ทั้งโอกาส ทั้งงาน ทั้งเงินที่เราจะต้องคืนลูกค้าไป แค่ความเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมกันเขายังไม่มีให้กับเราเลย ดังนั้นเราก็รู้สึกว่าอะไรที่เราจะเรียกร้องได้เราก็เต็มที่“