โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ-จีน” เดินหน้าเจรจาวันที่ 2 รมว.พาณิชย์สหรัฐ ชี้คืบหน้าควบคุมส่งออก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น.

รมว.พาณิชย์สหรัฐ เผยการเจรจาการค้ากับจีนในลอนดอนคืบหน้า หวังคลี่คลายข้อพิพาทด้านการควบคุมการส่งออก หลังจีนถูกกล่าวหาขัดขวางแร่หายากที่สำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 17.20 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายฮาวเวิร์ด ลัทนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า เมื่อวันอังคารการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในกรุงลอนดอนดำเนินไปด้วยดี ซึ่งเป็นวันที่สองของการพูดคุยที่มุ่งหวังให้เกิดความคืบหน้าในประเด็นการควบคุมการส่งออก ที่อาจกลายเป็นต้นตอของความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจ

ทั้งสองฝ่ายพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาจีนว่าขัดขวางการส่งออกแร่หายาก (rare earths) ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ส่งผลให้บรรยากาศตึงเครียดอีกครั้ง แม้จะเพิ่งตกลงกันเบื้องต้นได้ในนครเจนีวาเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าจะหลีกเลี่ยงการตอบโต้ทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบ

นายเควิน แฮสเซ็ตต์ (Kevin Hassett) ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐพร้อมยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกบางรายการ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ หากจีนเร่งส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กให้เร็วขึ้น

“เมื่อวานเราคุยกันตลอดทั้งวัน และวันนี้ก็น่าจะทั้งวันเหมือนกัน” ลัทนิกกล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมเสริมว่า “การเจรจาดำเนินไปด้วยดี และเราใช้เวลาด้วยกันเยอะมาก”

นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปลี่ยนไปมาได้ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก ทำให้เกิดความล่าช้าและความสับสนในท่าเรือสำคัญต่าง ๆ ทั่วโลก บริษัทหลายแห่งสูญเสียยอดขายและต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นนับหมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตามตลาดการเงินก็สามารถฟื้นตัวจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นหลังการประกาศภาษีวันปลดปล่อย (Liberation Day Tariffs) ของทรัมป์เมื่อเดือนเมษายน โดยได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงรีเซ็ตความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในเจนีวา

โดยการเจรจารอบที่สองในลอนดอนมีขึ้นหลังการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสำคัญที่ทั้งสองประเทศต่างเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลจากศุลกากรจีนเมื่อวันจันทร์เผยว่า การส่งออกสินค้าจีนไปยังสหรัฐในเดือนพฤษภาคมลดลงถึง 34.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด

แม้ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานของสหรัฐจะยังไม่รุนแรงนัก แต่ภาษีที่เพิ่มขึ้นก็ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและครัวเรือน รวมถึงกดดันค่าเงินดอลลาร์

ทั้งนี้การเจรจานำโดย รมว.คลังสหรัฐฯ นายสก็อตต์ เบสเซนต์, รมว.พาณิชย์นายลัทนิก และผู้แทนการค้าสหรัฐ นายเจมีสัน เกรียร์ ขณะที่ฝ่ายจีนนำโดย รองนายกรัฐมนตรี เหอ หลี่เฟิง (He Lifeng) การเจรจาในวันจันทร์ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง และกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาไทยในวันอังคาร โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะออกแถลงการณ์ในภายหลัง

การที่ลัทนิก ซึ่งดูแลเรื่องการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ เข้าร่วมการเจรจารอบนี้ถือเป็นสัญญาณว่าแร่หายากกลายเป็นประเด็นหลักในการเจรจา เขาไม่ได้ร่วมวงเจรจาที่เจนีวา ซึ่งเป็นที่ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกภาษีสามหลักบางส่วนเป็นเวลา 90 วัน

จีนเป็นผู้ควบคุมตลาดแม่เหล็กแร่หายากเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า การตัดสินใจของจีนเมื่อเดือนเมษายนในการระงับการส่งออกแร่และแม่เหล็กเหล่านี้ได้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกปั่นป่วนและสร้างความวิตกในภาคธุรกิจทั่วโลก

เคลลี่ แอนน์ ชอว์ (Kelly Ann Shaw) อดีตที่ปรึกษาการค้าทำเนียบขาวในสมัยทรัมป์ ปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนด้านการค้าที่สำนักงานกฎหมาย Akin Gump กล่าวว่า คาดว่าจีนจะยืนยันการยกเลิกมาตรการตอบโต้ รวมถึงการจำกัดการส่งออก พร้อมกับยอมรับข้อแลกเปลี่ยนจากฝั่งสหรัฐบางประการในเรื่องการควบคุมการส่งออก

อย่างไรก็ตาม เคลลี่ แอนน์ ชอว์ เชื่อว่าสหรัฐจะยอมยกเลิกเพียงบางส่วนของมาตรการควบคุมการส่งออกใหม่เท่านั้น แต่จะยังคงควบคุมการส่งออกชิป AI ระดับสูงอยู่เช่นเดิม

ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคม สหรัฐมีคำสั่งระงับการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์การบิน รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาตส่งออกเดิมที่เคยออกไว้ก่อนหน้านี้แล้วด้วย

อ้างอิง : reuters.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...