โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตือนภัย Scammer บุกโลกออนไลน์ - รู้ทันก่อนโดนหลอก | เงินทองของจริง

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 09.05 น. • TEROASIA
เตือนภัย Scammer บุกโลกออนไลน์ - รู้ทันก่อนโดนหลอก | เงินทองของจริง

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต มิจฉาชีพออนไลน์หรือที่เรียกว่า "Scammer" ก็มีอยู่ทุกที่ พวกเขาใช้สารพัดวิธีในการหลอกเอาเงินหรือข้อมูลส่วนตัวจากเรา ไม่ว่าจะเป็นข้อความปลอม อีเมลหลอก หรือแม้แต่การโทรศัพท์จาก "เจ้าหน้าที่" ปลอม

Scammer คืออะไร ?

Scammer คือผู้ที่ใช้วิธีการหลอกลวงผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพื่อหาประโยชน์จากเหยื่อ โดยรูปแบบการหลอกลวงมีหลากหลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป

รูปแบบการหลอกลวงออนไลน์ที่พบบ่อย

1. Phishing Scam (การตกปลาข้อมูล)

การส่งอีเมลหรือข้อความปลอมที่ดูเหมือนมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคารหรือเว็บไซต์ยอดนิยม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่านหรือข้อมูลบัตรเครดิต

2. Vishing Scam (การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์)

การใช้โทรศัพท์เพื่อหลอกลวง โดยจะโทรหาคุณและปลอมตัวเป็นตัวแทนจากบริษัทหรือหน่วยงานราชการ เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือเงิน

3. Smishing Scam (การหลอกลวงผ่าน SMS)

การใช้ข้อความ SMS เพื่อหลอกลวง เช่น การส่งลิงก์ปลอมที่อ้างว่าเป็นโปรโมชั่นพิเศษหรือการแจ้งเตือนด่วน

4. Romance Scam (การหลอกลวงทางอารมณ์)

การหลอกลวงโดยสร้างโปรไฟล์ปลอมในเว็บไซต์หาคู่หรือโซเชียลมีเดีย สร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อ จากนั้นจึงขอเงินหรือของมีค่าต่างๆ

5. Tech Support Scam (การหลอกลวงด้านเทคนิค)

การปลอมตัวเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิค เช่น จากบริษัทซอฟต์แวร์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บอกว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีปัญหาและขอเข้าถึงระยะไกลเพื่อ "แก้ไข" แต่จริงๆ แล้วกลับติดตั้งมัลแวร์หรือขโมยข้อมูล

6. Charity Scam (การหลอกลวงเพื่อการกุศล)

การหลอกลวงโดยใช้ชื่อขององค์กรการกุศล โดยขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เงินที่ได้จะไม่ถึงองค์กรการกุศลจริง

รูปแบบการหลอกลวงออนไลน์อื่นๆ ที่ต้องระวัง

- แก๊งคอลเซ็นเตอร์

- หลอกให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ

- หลอกขายสินค้าออนไลน์

- หลอกด้วย SMS ปลอม, เฟสบุ๊คปลอม, เว็บไซต์ปลอม

- หลอกให้ทำงานเสริมผ่านช่องทางออนไลน์

- หลอกให้กู้เงิน

- หลอกให้ทำบุญ

- ข่มขู่ให้เกิดความกลัว

- หลอกด้วยเสน่หา หรือหลอกว่าเป็นเพื่อน

- แชร์ลูกโซ่

- พนันออนไลน์

- หลอกให้ติดตั้งโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสาร

วิธีการป้องกัน Scammer

1. เก็บข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัย

- อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัญชี หรือบัตรเครดิต ผ่านโซเชียลมีเดีย

- อย่ากดลิงก์ที่ได้รับในอีเมลที่ไม่พึงประสงค์

- หากมีใครขอข้อมูล หรือได้รับอีเมล/โทรศัพท์อ้างว่ามาจากธนาคาร ให้หาข้อมูลธนาคารเอง แล้วติดต่อผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

2. ระวังบุคคลบนโลกออนไลน์

- อย่าแชร์ข้อมูลกับผู้คนที่คุณเพิ่งจะพบเจอ

- ใช้ความระมัดระวังในการแบ่งปันรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน งาน สมาชิกในครอบครัว และเพื่อนๆ

- หากมีคนติดต่อด้วยท่าทีแปลกๆ และเสนอว่าคุณจะได้รับเงินอย่างรวดเร็ว นั่นคือการหลอกลวง

3. ระวังโฆษณาและโปรโมชันบนโซเชียลมีเดีย

- แม้ว่าโฆษณาจะได้รับการชำระเงิน ก็ไม่รับประกันว่าข้อเสนอนั้นจะถูกต้องตามกฎหมาย

- พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขายก่อนตัดสินใจ

- ยึดติดกับผู้ให้บริการหรือผู้ค้าปลีกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก

- อย่าตกหลุมพรางข้อตกลงที่ดีเกินจริง

4. ไม่ไว้วางใจคำขอชำระเงินที่ผิดปกติ

การขอให้ใช้วิธีการชำระเงินที่ผิดปกติ เช่น บัตรเดบิต บัตรของขวัญ หรือสกุลเงินดิจิทัลที่โหลดไว้ล่วงหน้า ถือเป็นสัญญาณของการหลอกลวง

5. ตรวจสอบข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์และที่อยู่อีเมล

- หากได้รับการติดต่อจากสถาบันการเงิน หน่วยงานของรัฐบาล หรือบริการจัดส่งพัสดุ ให้ตรวจสอบการสะกดผิด

- อย่าหลงเชื่อโลโก้ที่ดูเหมือนของทางการ เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์ได้ฝึกฝนวิธีการโจมตีมาเป็นอย่างดี

6. อย่าเปิดไฟล์แนบจากบุคคลที่ไม่รู้จัก

ไฟล์ที่เป็นอันตรายอาจระบุว่าเป็นใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระเงินแบบเร่งด่วน กำหนดการเดินทาง เอกสารรายละเอียดงาน หรือไฟล์ PDF ที่มีรายละเอียดขั้นตอนแปลกๆ

7. อย่าป้อนข้อมูลส่วนบุคคลในหน้าจอป๊อปอัป

หน่วยงาน บริษัท หรือองค์กรที่ถูกต้องจะไม่ขอข้อมูลของคุณด้วยวิธีนี้

8. ใช้ Security Solution

ติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยเป็นชั้นป้องกันการหลอกลวงในขณะที่คุณท่องเว็บไซต์

9. รายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย

รายงานไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย บริการอีเมล หรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง

เมื่อสงสัยว่าถูกหลอก ต้องทำอย่างไร?

หากสงสัยว่าถูกหลอกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งข้างต้น ให้ดำเนินการดังนี้:

1. รีบปิดเครื่องทันที หากทำไม่สำเร็จ ให้ตัดการเชื่อมต่อของโทรศัพท์ด้วยการถอดซิมการ์ดหรือตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

2. เปิดโหมดการบิน หรือปิดเครื่อง

3. ติดต่อธนาคาร ทันที

4. แจ้งความ หากเกิดความเสียหาย

การป้องกันตัวเองจากมัลแวร์และสแกมเมอร์เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรรู้เท่าทัน เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวและระบบคอมพิวเตอร์ของตนเอง การติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพ อัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์อยู่เสมอ และที่สำคัญ อย่ากดลิงก์หรือแนบไฟล์จากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด

จำไว้ว่า การป้องกันดีกว่าการแก้ไข ความระมัดระวังและการมีสติในการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะช่วยปกป้องคุณจากการหลอกลวงออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/DGmH3jQ1K0Y?si=WeYo_zBH5XDdrf7A

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...