โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนใช้เทคโนโลยี eDNA ใหม่ คุ้มครองแนวปะการังทะเลจีนใต้ (คลิป)

เดลินิวส์

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 15.59 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • เดลินิวส์
นักวิทยาศาสตร์จีนกำลังยกระดับการคุ้มครองแนวปะการังในทะเลจีนใต้ ด้วยการนำเทคโนโลยีดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (eDNA) มาใช้เป็นครั้งแรก คู่มือเทคโนโลยีใหม่นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบความหลากหลายทางชีวภาพและเตือนภัยล่วงหน้าถึงสิ่งมีชีวิตที่เป็นภัยต่อปะการัง

นักวิทยาศาสตร์จีนได้เพิ่มความพยายามในการคุ้มครองแนวปะการังอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มใช้ คู่มือเทคโนโลยีใหม่ ที่ศูนย์ภาวะนิเทศทะเลจีนใต้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน คู่มือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะได้สรุปมาตรฐานการใช้ ดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (eDNA) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ปฏิวัติวิธีการตรวจสอบความหลากหลายทางชีวภาพของแนวปะการัง และยังสามารถเสนอการเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นภัยได้อีกด้วย

ปัจจุบัน แนวปะการัง ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน การระบาดเพิ่มจำนวนของ ปลาดาวหนาม ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของปะการัง ไปจนถึงกิจกรรมของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ปะการังจำนวนมากตาย ฟอกขาว และแหล่งที่อยู่อาศัยอนุบาลสัตว์น้ำเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการเร่งด่วนสำหรับวิธีการตรวจสอบและเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น

ด้วยการประยุกต์ใช้ ระบบเทคโนโลยี eDNA นี้เป็นครั้งแรกในการตรวจสอบภาวะนิเวศของแนวปะการังในทะเลจีนใต้ นักวิจัยสามารถระบุชนิดของปะการังและติดตามการกระจายตัวของปลาดาวหนามได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอย่างมหาศาล แต่ยังขยายขอบเขตความครอบคลุมของการสำรวจ ทำให้การปกป้องแนวปะการังเป็นไปอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

เครดิต China Media Group (CMG)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...