โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ภูมิธรรม" เผยคุย "ทรัมป์" ย้ำ ถ้า "เขมร" จริงใจ ต้องหยุดยิง เอายุทโธปกรณ์ออกจากพื้นที่ ให้มั่นใจไม่มีพลิก

สยามรัฐ

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 04.46 น.

วันที่ 27 ก.ค.2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เสนอให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิงโดยทันที ไม่เช่นนั้นจะไม่เจรจาการค้ากับประเทศที่กำลังรบกันอยู่ว่า เราคาดการณ์ว่าทางสหรัฐอเมริกาจะมีการพูดคุยเรื่องนี้ จึงได้หารือกับส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และได้สอบถามเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกได้ทราบข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว

เพราะฉะนั้นการหารือครั้งนี้เป็นการหารือบนพื้นฐานที่เราได้ทำงานร่วมกันทุกส่วน อันที่จริงไม่ใช่มีแค่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีนและ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้โทรศัพท์มาหาเช่นกัน ซึ่งได้ข้อสรุปคล้ายๆกันคือ อยากเห็นสันติภาพ อยากเห็นการหยุดยิง เพราะเป็นห่วงพลเรือนไทย เกรงว่าการรบจะทำให้เกิดความสูญเสีย ซึ่งเขาไม่อยากเห็น

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เริ่มต้นการพูดคุย เราเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมาเรายึดในหลักของสันติภาพและการเจรจา แต่มีการยิงเข้ามาถูกพลเรือนโดยไร้เป้าหมายทางทหาร ซึ่งเราตอบโต้ในจุดที่เป็นฐานเป้าหมายทหาร เพราะเราคิดว่าเป็นปัญหาที่ทำลายมาถึงประชาชนไทย เราได้รายงานไปว่าพลเรือนไทยเสียชีวิตประมาณ 15 คนและมีผู้บาดเจ็บประมาณ 50 คนและเราได้อพยพพลเรือนจากส่วนต่างๆออกมา 130,000 คนกระจายในศูนย์อพยพต่างๆ

“ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น เขาไม่ประสงค์ที่จะเห็น โดยระบุว่าถ้ายังไม่สามารถหยุดยิง เขาก็ไม่พร้อมที่จะเจรจาทางการค้ากับทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งเราบอกว่าไม่มีปัญหา เพราะเป็นหลักการอยู่แล้ว แต่เงื่อนไขของเราคือ ต้องให้กัมพูชาสร้างความมั่นใจ ซึ่งเขาได้ขอบคุณ เพราะสิ่งที่เราเสนอไปเป็นเรื่องที่ดี จากนั้นเขาจะโทรศัพท์ไปหานายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ตอนนี้เราไม่ได้ต้องการให้ประเทศที่ 3 เข้ามาแทรกแซง แต่ขอบคุณที่เขาห่วงใยและสนับสนุน เราเสนอให้มีการพูดคุยกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 2 ประเทศ คุยให้จบว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไรที่จะเป็นมาตรการในการหยุดจริง ถอยกำลังทหารและยุทโธปกรณ์วิถีไกลออกไป” นายภูมิธรรม กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเริ่มคุยกับทางกัมพูชาล่าสุดเมื่อใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมาเราให้รัฐมนตรีต่างประเทศ คุยต่อ เข้าใจว่าวันนี้ถ้านัดได้ก็จะคุยได้กันเลย แต่วันนี้ตนได้ชวนรัฐมนตรีต่างประเทศ ไปดูพื้นที่จริงและที่เลือกจังหวัดจันทบุรีและตราด เพราะเป็นพื้นที่เปิดยุทธการใหม่ซึ่งมีการยิงกัน และพื้นที่ที่ผ่านมา เราได้ส่งรัฐมนตรีลงพื้นที่หมดแล้ว อยากให้ประชาชนคลายกังวลเรารู้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะตามชายแดน ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำของกัมพูชา ซึ่งเราประณามว่าเป็นอาชญากรระหว่างประเทศที่ทำร้ายพลเรือน ผิดข้อบังคับกฎหมายระหว่างประเทศทั้งหมด

ส่วนในเรื่องของประชาชนวันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องโกลาหล ขณะที่เราได้เตรียมการบ้างแล้ว เราพยามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วว่าให้ดำเนินการ อยากให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่า เราทำงานนึกถึงสิทธิประโยชน์หรือชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

เมื่อถามต่อว่าเรายังไว้ใจกัมพูชาได้อยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราได้บอกนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไปแล้วว่าต้องทำให้มั่นใจว่ากัมพูชาจะไม่มีการพลิก เพราะฉะนั้นการเจรจาสันติภาพกับการขอให้หยุดยิงและนำยุทโธปกรณ์ออกจากพื้นที่ เป็นหลักประกันว่ามีความจริงใจที่อยากหยุดยิง เราประกาศมานานแล้ว เรื่องของการหยุดยิง เขาเพิ่งมาประกาศว่าอยากหยุดยิง และนำคำมาพูดเสมือนว่าเรารุกราน แต่เท่าที่เราประเมินแล้วชัดเจนว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายรุกราน ฉะนั้นสิ่งที่เราทำคือการปกป้องอธิปไตย ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ส่วนเรื่องภาษีสหรัฐฯ ก็ไม่มีปัญหาถ้าหยุดยิงเมื่อไร ก็จะมีการแจ้งทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งตนยังไม่สามารถพูดว่าเรื่องนี้จะยุติภายในวันที่ 1ส.ค.นี้ได้หรือไม่ เพราะต้องดูฝ่ายกัมพูชา หากทางกระทรวงต่างประเทศคุยสำเร็จเราต้องมีการปรึกษาหารือกับกองทัพ เพราะขณะนี้กัมพูชาเปิดแนวรบยิงถึง 800 กิโลเมตรตั้งแต่อีสานลงมาถึงจังหวัดตราด ถึงแม้จะประกาศหยุดยิง ก็ต้องพูดคุยกันในรายละเอียด ส่วนตัวมองว่า แนวโน้มในเรื่องของภาษีจะไปในทางบวก เพราะเราดำเนินการอย่างเป็นมิตรกับทุกประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...