‘สาวอดีตคนสนิท สว.’ ยื่นร้องจริยธรรม ‘สว.หื่น’ ลั่นเปิดหน้าขอความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐสินี ภิญโญปิยวิศว์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ วุฒิสภา พร้อมด้วยทนายความ แถลงกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศโดย สว. ก่อนการให้สัมภาษณ์ ทางผู้เสียหายกำลังเดินมาจุดแถลงข่าว กลับล้มอาการคล้ายจะเป็นลมถึง 3 ครั้ง จึงได้นั่งพักก่อน ผู้สื่อพยายามสอบถามว่าเป็นลมหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีอาการโรค PTSD หรือ Post-Traumatic Stress Disorder (โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ) เป็นภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลนั้นได้ประสบ หรือเห็นเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จากนั้นเดินมาที่จุดให้สัมภาษณ์
น.ส.ณัฐสินี กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมายื่นฟ้องจริยธรรมร้ายแรงกับ สว. เราไม่ใช่ผู้กระทำผิดไม่ควรกลัว ควรเปิดหน้าที่จะเรียกร้องขอความเป็นธรรม ยอมรับว่าตอนนี้กลัวมาก แต่ขอบคุณกำลังใจจากทุกท่าน ตนรู้จักกับ สว.ท่านนี้เป็นการส่วนตัวเคยคบหากัน แต่มีเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่าทำให้ต้องเลิกคุยกัน โดยไม่สามารถกลับมาคบกันได้อีก ทั้งนี้ สว.คนคู่กรณี ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการที่ตนทำงาน แต่ยอมรับว่าได้เจอกันบ้าง ซึ่งเราต้องรักษามารยาท ในวันเกิดก็จะต้องมีการทักไปแสดงความยินดี โดยหลังจากที่ตนแจ้งว่าจะมายื่นจริยธรรม ทางคู่กรณีไม่ได้ติดต่อตนมาแต่อย่างใด ส่วนคดีความที่แจ้งความที่ สน.เตาปูน จะไม่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น
น.ส.ณัฐสินี ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า สว. คนดังกล่าวได้ชวนไปทานอาหาร ซึ่งตนไม่สะดวก จึงขอนัดเป็นร้านขนม ย่านบรรทัดทอง โดยยืนยันว่าไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ และ สว. มารับตนที่บ้านพัก และหลังจากที่รับประทานเสร็จ สว. คู่กรณีได้ขับรถไปส่งตนที่บ้าน และระหว่างทาง สว. คู่กรณีขอคืนดี แต่ตนปฏิเสธ และขอเป็นเพื่อนกันอย่างเดียวดีกว่า ทั้งนี้ภายในรถมีการดึงแขนล็อกตัวไม่ให้ออกจากรถ ซึ่งตนพยายามกระโดดออกจากรถและขัดขืน แต่ถูกรั้งไว้ ส่วนเหตุผลที่เพิ่งจะมีการเปิดเผยหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปหลายเดือนนั้น เพราะต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานต่างๆ ให้รัดกุม เนื่องจาก สว. คู่กรณีเป็นผู้ใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสัมภาษณ์ในรายละเอียดของทนายความนั้น น.ส.ณัฐสินี ได้สะกิดผู้สื่อข่าวเพื่อขอยาดมจากนั้น มีท่าทีทรุดจะล้ม จนทำให้คนที่อยู่รอบข้างประคองพยุง ก่อนที่ทีมพยาบาลรัฐสภานำตัวขึ้นรถเข็นและพาไปที่ห้องพยาบาล
โดยระหว่างเจ้าหน้าที่พา น.ส.ณัฐสินี ไปห้องพยาบาล ผู้สื่อข่าวได้ถามว่ากังวัลหรือไม่ เพราะเป็น สว. ซึ่ง น.ส.ณัฐสินี กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ตนอยากเป็นกำลังใจให้เหยื่อทุกคนที่เหมือนกับตน ส่วนมีการติดต่อมาหรือไม่นั้น น.ส.ณัฐสินี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แค่ก่อนหน้านี้มีติดต่อเข้ามา และในวันเกิดเหตุอยู่ในห้องเกิน 30 นาที จนตัวเองป่วยเป็นโรค PTSD ส่วนพฤติกรรมนี้ ตนไม่ทราบว่าไปทำกับคนอื่นอีกหรือไม่ สำหรับคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ เบื้องต้นมองว่ายังไม่ล่าช้า ตำรวจให้ความร่วมมืออย่างดี สำหรับพฤติกรรมชอบดื่มจนเมา ตนไม่ทราบ และคิดว่าเป็นการกระทำดูถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ไม่มีใครควรโดนแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีตำแหน่งหรือไม่มี
ผู้สื่อข่าวขออนุญาตถามถึงประเด็นที่ถูกล่วงละเมิดในคืนนั้น น.ส.ขวัญ ระบุว่า มีการใช้อวัยวะ ใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปข้างใน
ขณะที่นายรดิศทัต ประภานนท์ ทนายความ ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของคดีอาญานั้น หลังจากที่แจ้งความแล้ว เป็นเรื่องของตำรวจที่จะดำเนินการ เพราะได้แจ้งความในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ อย่างไรก็ดีในกรณีของการยื่นร้องเรียนจริยธรรมของ สว. ที่เป็นคู่กรณีนั้น มีเอกสารและรายละเอียดที่ชี้ให้เห็นพฤติกรรมของ สว. คนดังกล่าว ซึ่งถือว่าเข้าข่ายผิดข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สว. และกรรมาธิการ ข้อที่ 21 ที่กำหนดว่าต้องไม่กระทำอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะจำต้องยอมรับในการกระทำนั้น และกรณีที่ น.ส.ณัฐสินี ป่วยด้วยโรคพีทีเอสดีนั้นเป็นจริง มีการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา
“เรื่องนี้เชื่อว่าจะมีเกิดขึ้นอีกมาก แต่กรณีของ น.ส.ณัฐสินี นี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ออกมาเปิดหน้าและต่อสู้ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องของอดีตของคนที่คุ้นเคย เป็นรุ่นพี่รู้จักกันมา 20 ปี สามารถส่งข้อความไปสุขสันต์วันเกิดได้ อย่างไรก็ตามการยื่นร้องจริยธรรมต่อคณะกรรมการของวุฒิสภา ที่เป็นพวกเดียวกับกับ สว. คู่กรณีนั้น ผมยังเชื่อว่ากระบวนการตรวจสอบจริยธรรมจะโปร่งใส เพราะ สว. ที่เป็นคู่กรณีนั้นมีความผิด ส่วนผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม” นายรดิศทัต กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้น กังวลเรื่องถูกอิทธิพลข่มขู่หลังจากนี้หรือไม่ นายรดิสทัต กล่าวว่า ตนเพิ่งเข้ารับหน้าที่เป็นทนายความของ น.ส.ณัฐสินี ได้ 2 วัน หลังจากที่ทนายคนเดิมถอนตัวโดยไม่ทราบเหตุผล เพราะได้ดูหลักฐาน คลิปวิดีโอแล้ว ยืนยันพร้อมที่จะช่วยลูกความสู้คดี โดยไม่กลัวอิทธิพลใดๆ เพราะหากกลัวคงไม่กล้าเปิดเผยหน้าต่อสาธารณะ
เมื่อถามว่ากรณีที่มาร้องจริยธรรมหลังจากที่เกิดเหตุมานาน ถูกมองว่าเป็นการรับงานทางการเมือง เพราะมี สว.กลุ่มสำรองต้องการตำแหน่ง นายรดิศทัต กล่าวว่า ยืนยันไม่ใช่เรื่องการเมืองแน่นอน.