เปิดอาณาจักร Tencent บิ๊กเทคจีนที่มีมากกว่า ‘ความบันเทิง’
“เทนเซ็นต์” (Tencent) เป็นบิ๊กเทคสัญชาติจีนที่มีความโดดเด่นในสายธุรกิจคอนเทนต์ด้าน “ความบันเทิง” ไม่ว่าจะเป็น “เกม” ยอดนิยมที่มีฐานผู้เล่นอยู่ทั่วโลก เช่น PUBG MOBILE, Tower of Fantasy และ Goddess of Victory : NIKKE หรือแม้แต่ฝั่งแอปสตรีมมิ่ง Tencent Video ที่ให้บริการในจีน และ WeTV ที่ให้บริการมากกว่า 170 ประเทศ (ข้อมูล ณ เดือน ต.ค. 2023)
ในอีกด้าน “เทนเซ็นต์” ยังมีขาธุรกิจดิจิทัลที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน
ในแวดวงเทคโนโลยีบ้านเรา จะรู้จักในฐานะเจ้าของ “สนุกดอตคอม” (sanook.com)
“ประชาชาติธุรกิจ” พาทุกคนไปทำความรู้จัก และอัพเดตอาณาจักร “เทนเซ็นต์” ว่าปัจจุบันบิ๊กเทคจากแดนมังกรรายนี้มีธุรกิจอะไรอยู่ในมือบ้าง ?
เส้นทาง 27 ปี
“เทนเซ็นต์” ก่อตั้งในปี 1998 ณ เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน เน้นให้บริการ System Integration หรือบริการวางระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายสำหรับองค์กร ในปีถัดมา (1999) บริษัทเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากการเปิดตัว “QQ” โปรแกรมรับ-ส่งข้อความทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ยุคนั้นเป็นอย่างมาก
สร้างการเติบโตมาเรื่อย ๆ จนในปี 2004 ได้เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และมีบริการอื่น ๆ ตามมาอีกเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือ Weixin/WeChat แอปแชตยอดนิยมในจีน ที่เริ่มให้บริการในปี 2011 ก่อนจะเปิดตัว Weixin Pay/WeChat Pay ในปี 2013 และก้าวสู่การเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเกมอีกด้วย
ปี 2019 เทนเซ็นต์ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านวิสัยทัศน์ “Value for Users, Tech for Good” เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคของศตวรรษที่ 21 รวมถึงตอกย้ำความตั้งใจที่จะเชื่อมผู้คนทั่วโลก และพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ
ในแง่ผลประกอบการ “เทนเซ็นต์” ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 มีรายได้ 6.60 แสนล้านหยวน (ประมาณ 3 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 2.37 แสนล้านหยวน (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) โตจากปี 2023 ที่ 24%
อีโคซิสเต็ม “Tencent”
ปัจจุบัน เทนเซ็นต์ มี “กลุ่มธุรกิจ” ที่เชื่อมกันเป็นอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลทั้งหมด 8 กลุ่ม ได้แก่
1.การสื่อสาร (Communication & Social) เช่น Weixin/WeChat และ QQ
2.บริการของ Weixin (Weixin Ecosystem) เช่น Official Accounts, Weixin Mini Programs และ Weixin Video Accounts
3.เกม (Games) เช่น Tencent Games, Timi, Level Infinite, Lightspeed Studio, Supercell และ Riot Games
4.เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) เช่น Weixin Pay/WeChat Pay, LiCaiTong, WeSure และ Tenpay
5.คลาวด์ (Cloud) คือ Tencent Cloud
6.การทำงาน (Work & Collaboration) เช่น Hunyuan LLM, Tencent Docs, VooV และ WeCom
7.โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utilities) เช่น Mobile Manager และ QQ Browser
8.ดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) เช่น Tencent Music Entertainment, China Literature และ Tencent Video/WeTV
แต่ละบริการจะกระจายไปทำตลาดในประเทศต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของพฤติกรรมผู้ใช้งาน รวมแล้ว 30 ประเทศ 4 ภูมิภาค คืออเมริกา ตะวันออกกลาง, ยุโรป และเอเชีย-แปซิฟิก ที่มี “ไทย” อยู่ด้วย
ในตลาดประเทศไทย เทนเซ็นต์เลือกโฟกัส 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ WeTV, Tencent Cloud และ Tencent Games
แต่ละกลุ่มธุรกิจมีทิศทางการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในปี 2025 ดังนี้
WeTV ชูคอนเทนต์ BL/GL
“ณัฐพร รุ่งขจรกลิ่น” ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย กล่าวว่า WeTV ให้บริการในไทยตั้งแต่ปี 2019 จุดเด่นคือการเป็นคอนเทนต์จากประเทศจีน ที่ผ่านมาทำตลาดผ่านพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อขยายฐานผู้ใช้ รวมถึงผลิตคอนเทนต์ออริจินอล และส่งออกคอนเทนต์เหล่านั้นไปยังต่างประเทศ
ทิศทางการผลิตคอนเทนต์ออริจินอลของ WeTV ในปีนี้ จะเน้นคอนเทนต์ BL/GL (Boy Love/Girl Love) โดยสร้างความร่วมมือกับสตูดิโอต่าง ๆ เช่น Shine ที่ทำงานร่วมกับ BeOnCloud, Knock Out หมัดน็อกล็อกหัวใจ และ Queendom ที่เป็นซีรีส์ GL เรื่องแรกของ WeTV เป็นต้น
“WeTV ยังมีรายการเฟ้นหาไอดอลวงใหม่ CHUANG Asia เป็นเรือธงสำคัญ โดยซีซั่นแรก (ปี 2024) ได้เดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปชื่อ Gen1es ส่วนซีซั่นสอง (ปี 2025) เพิ่งประกาศผู้ชนะที่เตรียมจะเดบิวต์ ซึ่งความสำเร็จของทั้งสองซีซั่นสะท้อนว่าไทยมีศักยภาพในการผลิตรายการวาไรตี้อื่น ๆ อีก”
จากข้อมูล ณ เดือน ธ.ค. 2024 ระบุว่า มีฐานผู้ใช้ 13.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน อายุ 18-35 ปี ที่สนใจคอนเทนต์เอเชีย โดยเฉพาะซีรีส์จีน และอนิเมะ โดย 60% ของกลุ่มผู้ใช้อยู่ในกรุงเทพฯ อีก 40% อยู่ในหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด
บุกเบิก Tencent Cloud
ด้าน “จิมมี่ เฉิน” กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรองประธาน เทนเซ็นต์ คลาวด์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า Tencent Cloud เริ่มให้บริการในปี 2013 เพื่อซัพพอร์ตการทำงานของโซลูชั่นที่อยู่ในอีโคซิสเต็มของเครือ ก่อนขยายการให้บริการมาไทยในปี 2018
“เมื่อการระบาดของโควิด-19 จบลง ก็ได้ส่ง Local Team มาทำตลาดในไทยอย่างจริงจัง โดยมีโอกาสทำงานร่วมกับเครือ ซี.พี. และ CPAxtra ในการอัพสเกลโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่ง Tencent Cloud ยังพัฒนาแอป AI ที่มีชื่อว่า หยวนเป่า (Yuanbao) เพื่อเตรียมพร้อมการเข้าสู่ยุคของ AI อย่างเต็มรูปแบบ”
บริการของ Tencent Cloud จะอยู่เบื้องหลังการเติบโตขององค์กรต่าง ๆ ยิ่งในยุคที่ AI มีบทบาทสำคัญ ก็พร้อมซัพพอร์ตการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลของไทยต่อไป
ลุยจัดแข่งอีสปอร์ต
“แอนดรู มานูเกรียน” หัวหน้าฝ่ายการดำเนินการเกมมิ่ง บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกม Level Infinite ภายใต้ Tencent Games ทำตลาดหลายรูปแบบ มีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ และสร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ผ่านการทำ Brand Collaboration ทำให้เกมเข้าถึงผู้เล่นในประเทศนั้น ๆ มากขึ้นด้วย Localize Strategy เช่น การแปลภาษา และจัดอีเวนต์ต่าง ๆ เป็นต้น
อีกทั้งยังมีการโปรโมตเกมผ่านอีเวนต์ ด้วยการเข้าร่วมงานมหาสงกรานต์ และไปออกบูทในงาน Thailand Game Show ต่อเนื่อง รวมถึงเข้าไปทำสตรีตอาร์ตในย่านทรงวาด โดยใช้แคแร็กเตอร์ในเกม PUBG เป็นต้น
“อีเวนต์ใหญ่ของ Level Infinite ปีนี้ คือการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก PUBG Mobile Global Championship หรือ PMGC ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในช่วงปลายปี 2025 ด้วย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดอาณาจักร Tencent บิ๊กเทคจีนที่มีมากกว่า ‘ความบันเทิง’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net