โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คอนโดฯกทม. Q2 เปิดใหม่ต่ำสุดรอบ 16 ปี สัญญาณวิกฤตโอกาสใหม่ตลาดอสังหาฯ?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.41 น.

คอนโดฯกทม. Q2 เปิดใหม่ต่ำสุดรอบ 16 ปี สัญญาณวิกฤตโอกาสใหม่ตลาดอสังหาฯ?

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ต้องเผชิญกับการชะลอตัวครั้งใหญ่ ยูนิตเปิดขายใหม่ลดลง 94.2% เหลือเพียง 373 ยูนิตเท่านั้น ต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 16 ปี ท่ามกลางปัจจัยลบที่รุมเร้าส่งผลให้ผู้ซื้อต้องชะลอการตัดสินใจ ผู้พัฒนาหลายรายเลือกที่จะชะลอแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไปและมุ่งเน้นระบายสต็อกเก่า แม้ภาพรวมดูท้าทายแต่ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทยยังมองว่าในช่วงครึ่งหลังของปีภาพรวมตลาดอาจปรับตัวดีขึ้น หากภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นใหม่ๆ หรืออัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลง ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ อาจกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คอนโดใกล้รถไฟฟ้า แคมปัสคอนโด และคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพชั้นในที่มีกลุ่มลูกค้าชัดเจน กลยุทธ์พัฒนาจะเน้นเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มพรีเมียม

เช่น นักลงทุนต่างชาติและกลุ่มผู้บริหารมืออาชีพที่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพและความสะดวกสบาย
ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย แนะนำว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาทองสำหรับผู้ซื้อที่มีความพร้อมทางการเงิน ซึ่งตอนนี้ถือเป็นโอกาสทองในการเจรจาราคาที่ดีกว่าปกติ พร้อมโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษมากมาย แต่ผู้ซื้อจะต้องระมัดระวังและต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เลือกผู้พัฒนาที่มีผลงานน่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับทำเลที่รัฐมีแผนลงทุนในอนาคต เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดและสร้างความมั่นคงในระยะยาว

“ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการชะลอตัวอย่างรุนแรง โดยมีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่เพียงแค่ 2 โครงการ 373 ยูนิตเท่านั้นและทั้ง 2 โครงการเป็นการพัฒนาโดยผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปรับตัวลดลงมากถึง 94.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 16 ปีนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งต่ำกว่าแม้กระทั้งในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่มูลค่าโครงการใหม่เหลือเพียงแค่ 2,100 ล้านบาท เท่านั้นจากปกติโดยทั่วไปมูลค่าการลงทุนรายไตรมาสอยู่ในช่วง 10,000 – 30,000 ล้านบาท”

นายภัทรชัยกล่าวว่า ความเงียบของตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วงรอจังหวะใหม่อย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความชะลอตัวนี้มีความหลากหลายและซับซ้อน ตั้งแต่อุปสงค์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านกลุ่ม real demand ต้องชะลอการตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนและนโยบายรัฐที่ยังไม่ชัดเจน ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน

แม้ตัวเลขในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา จะดูน่ากังวล แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าตลาดอาจเริ่มฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะหากมีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ ผู้พัฒนาโครงการที่ยังคงอยู่ในตลาดจะเลือกลงทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเน้นทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน เช่น ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน, พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า หรือเขตปริมณฑลที่เข้าถึงง่าย ขณะเดียวกัน กลยุทธ์การพัฒนาโครงการจะมีความเฉพาะทางมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีความพร้อม เช่น กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ, กลุ่มคนทำงานระดับสูง หรือผู้ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว

“แม้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะดูซบเซา แต่ในความเงียบนั้น อาจกำลังก่อร่างสร้างจังหวะใหม่ การชะลอตัวในวันนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวในวันข้างหน้า โดยเฉพาะหากภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เพิ่มเติม หรืออัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลงอย่างเป็นรูปธรรม เพราะทุกจุดต่ำสุดล้วนมีโอกาสที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมา หากมองเห็นโอกาสและวางแผนอย่างรอบคอบ”

นายภัทรชัยกล่าวว่า แนะนำว่าในภาวะที่ผู้พัฒนาชะลอการเปิดตัวใหม่ และบางรายเร่งระบายสต็อกเดิม ผู้ซื้อที่มีความพร้อมทางการเงินจะพบว่านี่คือช่วงเวลาทองในการเจรจาราคาที่ดีกว่าปกติ และอาจได้ข้อเสนอส่งเสริมการขายที่คุ้มค่ามากกว่าช่วงที่ตลาดร้อนแรง แต่อย่างไรก็ตามผู้ซื้อควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ควบคู่ไปอย่างรอบคอบก่อนการลงทุน เช่น เลือกโครงการที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเน้นไปที่ผู้พัฒนาที่มีผลงานที่ดีและมีประวัติส่งมอบโครงการตรงเวลา รวมถึงการมองหาโครงการใกล้แนวรถไฟฟ้าหรือทำเลที่ภาครัฐมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตามผู้ซื้อจะต้องวางแผนการเงินอย่างระมัดระวังและควรพิจารณาเงินดาวน์ที่มากขึ้น เพื่อลดภาระดอกเบี้ยผ่อนในภาวะที่ดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับสูง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คอนโดฯกทม. Q2 เปิดใหม่ต่ำสุดรอบ 16 ปี สัญญาณวิกฤตโอกาสใหม่ตลาดอสังหาฯ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...