เดือดปุดๆ! ลั่นไม่นิรโทษคดี 112 เป็นแค่ฉันทามติคนกลุ่มหนึ่ง มีอำนาจได้ด้วยเสื้อคลุมจงรักภักดี หากินกับความขัดแย้ง
17 กรกฎาคม 2568 - นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป็นความจริงที่ว่าการนิรโทษกรรมคดี 112 นั้น ยังมีความเห็นต่างและความกังวลกันอยู่มาก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผลที่เราจะบอกว่า ยังไม่ควรนิรโทษกรรมคดี 112 เพราะสังคมยังไม่มีฉันทามติเรื่องนี้ หรือจะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่แทนที่จะสร้างความสมานฉันท์
ที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะการนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านนั้น มีเป้าหมายเพื่อเปิดประตูไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้ง แล้วชวนคนที่เคยบาดหมางกันมาแสวงหาฉันทามติใหม่ของสังคมที่เราสามารถจะอยู่ร่วมกันได้ แม้จะยังเห็นต่างกัน
พูดอีกอย่างคือ การนิรโทษกรรมและการสร้างความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านอื่นๆ นั้น โดยปกติแล้ว จะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสภาวะที่สังคมยังหาฉันทามติกันไม่ได้ ความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ เพื่อสร้างโอกาสและความเป็นไปได้ในการคลี่คลายความขัดแย้ง แล้วหันมาแสวงหาฉันทามติใหม่ สร้างข้อตกลงทางสังคมที่พอจะรับกันได้ อยู่ร่วมกันได้ เห็นต่างกันได้ แพ้ชนะกันได้ โดยไม่ต้องทำร้ายทำลายกันอย่างรุนแรง
ดังนั้น การบอกว่ายังนิรโทษกรรมคดี 112 ไม่ได้ เพราะสังคมยังไม่มีฉันทามติในเรื่องนี้ หรือจะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่ จึงเป็นความบอดใบ้ต่อความอยุติธรรมและความขัดแย้งที่ดำรงอยู่จริง อ้างว่ากลัวความขัดแย้งในอนาคตเพียงเพราะกำลังแสวงหาประโยชน์จากความขัดแย้งในปัจจุบัน
ฉันทามติที่มี จึงเป็นเพียงฉันทามติ 112 ที่คนกลุ่มหนึ่งสามารถมีอำนาจได้ด้วยเสื้อคลุมจงรักภักดี หากินกับความขัดแย้ง โดยไม่ต้องสนใจว่าอนาคตของบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
ที่หลายท่านบอกว่าไม่ควรนิรโทษฯ คดี 112 ด้วยเหตุผลต่างๆ นานานั้น เราล้วนรู้อยู่เต็มอกว่าเหตุผลที่แท้จริงคือ นักการเมืองส่วนใหญ่ไม่อยากเดือดร้อน เลยโยนภาระทางการเมืองนี้ให้เป็นพระราชภาระ เช่นให้ไปขอพระราชทานอภัยโทษดีกว่า ดังนั้น ที่ปากบอกว่าจะปกป้องสถาบันกัน เอาเข้าจริงมีแต่พวกที่หวังอาศัยเรื่องสถาบันเป็นโล่ห์ปกป้องอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองกันทั้งนั้น