โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถควรรู้! น้ำยาหม้อน้ำสีชมพูกับสีเขียว ต่างกันอย่างไร?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2568 เวลา 11.48 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถควรรู้! น้ำยาหม้อน้ำสีชมพูกับสีเขียว ต่างกันอย่างไร?

ใช้รถควรรู้! น้ำยาหม้อน้ำสีชมพูกับสีเขียว ต่างกันอย่างไร?

คุณสมบัติสำคัญของการเติมน้ำยาหม้อน้ำ คือ
ก่อนจะไปพูดถึงความแตกต่างของสีสันที่บรรจุอยู่ในน้ำยาหล่อเย็น (Coolant) อยากพูดถึงคุณสมบัติสำคัญกันสักนิดครับเพื่อให้ทุกคนเข้าใจเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการเติมน้ำยาดังกล่าวอยู่ตลอด หน้าที่ของน้ำยาหม้อน้ำ ประกอบไปด้วย

- เพิ่มระดับจุดเดือดของน้ำเพื่อให้ความร้อนภายในเครื่องยนต์ระบายออกได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดอาการเครื่องร้อนจัด
- ควบคุม ถ่ายเท และช่วยระบายอุณหภูมิออกจากระบบหล่อเย็น ไม่ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดเช่นกันครับ
- ช่วยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างภายในหม้อน้ำ
- ลดการเกิดปัญหาหม้อน้ำอุดตันบริเวณรังผึ้งจากการเกิดตะกอน
- ไม่ก่อให้เกิดสนิมขึ้นกับชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์ รวมถึงลดโอกาสเกิดการกัดกร่อนภายในระบบหล่อเย็นซึ่งเต็มไปด้วยอะไหล่หลายตัวทั้งทำจากโลหะและไม่ใช่โลหะ เช่น ท่อยางหม้อน้ำ ปั๊มน้ำ เสื้อสูบ เทอร์โมสตัท หม้อน้ำ ซีลปั๊มน้ำ เป็นต้น

สีของน้ำยาหม้อน้ำต่างกันอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สีของน้ำยาหม้อน้ำ ไม่ได้มีมาตรฐานสากล หมายความว่าน้ำยาสีเขียวจากยี่ห้อหนึ่ง อาจมีคุณสมบัติไม่เหมือนกับน้ำยาสีเขียวของอีกยี่ห้อก็ได้ สีเป็นเพียงสิ่งที่ผู้ผลิตใส่เข้ามาเพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นรอยรั่วซึมและเพื่อแยกประเภทผลิตภัณฑ์ของตนเอง แต่ความแตกต่างที่แท้จริง อยู่ที่สูตร หรือ เทคโนโลยี ของสารป้องกันการกัดกร่อน ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

1. IAT (Inorganic Additive Technology) - สูตรดั้งเดิม

- สีที่พบบ่อย: สีเขียว

- อายุการใช้งาน: สั้นที่สุด ประมาณ 2 ปี หรือทุกๆ 40,000 - 50,000 กิโลเมตร

- เหมาะกับรถ: รถยนต์รุ่นเก่า (โดยเฉพาะรถก่อนช่วงปี 2000) ที่มีหม้อน้ำและชิ้นส่วนในระบบหล่อเย็นเป็นเหล็กหรือทองแดงเป็นหลัก

2. OAT (Organic Acid Technology) - สูตรใหม่ ยืดอายุการใช้งาน

- สีที่พบบ่อย: สีส้ม, สีแดง (บางครั้งอาจเป็นสีอื่น)

- อายุการใช้งาน: ยาวนานมาก ประมาณ 5 ปี หรือทุกๆ 150,000 - 200,000 กิโลเมตร

- เหมาะกับรถ: รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้หม้อน้ำและชิ้นส่วนที่เป็นอะลูมิเนียม

3. HOAT (Hybrid Organic Acid Technology) - สูตรไฮบริด

สีที่พบบ่อย: สีชมพู, สีฟ้า, สีเหลือง (มักเป็นสีเฉพาะของค่ายรถ)

อายุการใช้งาน: ยาวนานมาก เหมือนกับ OAT

เหมาะกับรถ: รถยนต์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน สูตรนี้เป็นการผสมผสานข้อดีของ IAT และ OAT เข้าด้วยกันเพื่อให้การปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับวัสดุหลายชนิดในระบบหล่อเย็น

- สีชมพู: มักเป็นสูตรเฉพาะของ Toyota, Lexus

- สีฟ้า: มักเป็นสูตรเฉพาะของ Honda, Nissan

น้ำยาหม้อน้ำสีชมพูกับสีเขียว แตกต่างกันหรือไม่
เมื่อเข้าใจคุณสมบัติกันไปแล้วคราวนี้ก็มาถึงเรื่องที่หลายคนสงสัยกันเยอะมากนะครับว่าสรุปแล้ว น้ำยาหม้อน้ำสีชมพูกับสีเขียวแตกต่างกันหรือไม่? คำตอบคือ ไม่มีความแตกต่างใด ๆ กันเลยครับ ด้วยส่วนผสมหลักทั้งหมดของน้ำยาหล่อเย็นเป็นสูตรเดียวกันแทบจะเป๊ะเลยด้วยซ้ำ

ส่วนเหตุผลที่สีสันแตกต่างกันเกิดจากการผสมสีลงไปเพื่อให้สังเกตเห็นจุดรั่วซึม รอยรั่วต่าง ๆ ภายในห้องเครื่องได้ชัดเจน แถมทั้ง 2 สียังสามารถเติมผสมกันได้อีกต่างหาก แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำกันครับเพราะเวลาเปลี่ยนถ่ายก็ต้องเอาน้ำยาของเก่าออกจนหมดเพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด

เมื่อเข้าใจความแตกต่างของสีสันกันไปแล้วทุกคนคงสบายใจขึ้นกว่าเดิม ซึ่งใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ดี ๆ อยู่ขอแนะนำน้ำยาหม้อน้ำ ซุปเปอร์ คูลแลนท์ ออร์แกนิค เทคโนโลยี มี 2 สีคือ สีชมพูและสีเขียว ให้เลือกใช้ตามความต้องการของผู้ใช้รถ ซึ่งสีที่แตกต่างกันไม่มีผลใด ๆ ต่อส่วนประกอบหรือคุณสมบัติของน้ำยาหล่อเย็น จึงสามารถใช้ทดแทนกันได้โดยไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์แน่นอนครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...