โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 507.24 จุด ขานรับความตึงเครียดตะวันออกกลางคลี่คลาย

efinanceThai

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 00.43 น.

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 507.24 จุด ขานรับความตึงเครียดตะวันออกกลางคลี่คลาย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มิ.ย. 68 7:43: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันอังคาร (24 มิ.ย.) โดยปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% หลังนักลงทุนตอบรับการเจรจาสงบศึกระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ขณะเดียวกันยังจับตาดูถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อสภาคองเกรส เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 507.24 จุด หรือ 1.19% ปิดที่ 43,089.02 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 67.01 จุด หรือ 1.11% ปิดที่ 6,092.18 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 281.56 จุด หรือ 1.43% ปิดที่ 19,912.53 จุด

ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงในคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้าวานนี้ (24 มิ.ย.) ตามเวลาไทย และดูเหมือนอิสราเอลจะละเมิดข้อตกลงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าถ้อยแถลงเกี่ยวกับการหยุดยิงนับเป็นสัญญาณของการลดความตึงเครียด และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลด้านอุปทานที่คลี่คลายลง ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลง

ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวต่อหน้าคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ โดยย้ำมุมมองของเขาว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสามารถรอได้จนกว่าจะเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเสริมว่า เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะรอเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของเศรษฐกิจก่อนที่จะพิจารณาการปรับเปลี่ยนใด ๆ ต่อจุดยืนนโยบายของเรา

ตลาดการเงิน คาดว่ามีโอกาส 20% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลักในการประชุมนโยบายเดือนก.ค. และคาดว่ามีโอกาส 70% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนก.ย.

หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน ปรับตัวลดลงมากที่สุดโดยลดลง 1.5% ส่วนหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 พบว่าหุ้น Tesla ปรับตัวลดลง 2.4%

ด้านหุ้นสายการบิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง โดยดัชนี S&P 1500 Airlines เพิ่มขึ้น 2.4% แต่หุ้นกลุ่มการรป้องกันประเทศลดลง โดยหุ้น Lockheed Martin ลดลง 2.6% และ RTX Corp ลดลง 2.7% ขณะที่หุ้น Broadcom ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลัง HSBC ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน จาก ถือ เป็น ซื้อ โดยปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.9% ด้านหุ้นบริษัทขนส่งพัสดุ FedEx ดิ่งลงกว่า 4% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาส

ด้านเศรษฐกิจ พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวลดลงในเดือนมิ.ย. ขณะที่มุมมองเชิงลบเกี่ยวกับตลาดแรงงาน ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2021 โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลข GDP ขั้นสุดท้ายของไตรมาสแรกในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภค และการเติบโตของรายได้

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...