พบซาก ‘กระทิงทับลาน’ ดับกลางป่ายูคา ผงะเจอตะกั่วฝังโคนเขา กระดูกหุ้มแกะไม่ออก
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. เจ้าหน้าที่เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 (คลองน้ำมัน) พร้อมผู้นำชุมชนบ้านทุ่งตะเคียน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชุดเฝ้าระวังช้างป่าอำเภอครบุรี ตรวจพบซากกระทิงตายบริเวณที่ทำกินของราษฎรที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 500 เมตร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ที่มีสภาพการใช้ประโยชน์เป็นแปลงยูคาลิปตัส ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและห่างจากแนวเขตอุทยานฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร
จากการตรวจสอบพบว่า เป็นซากกระทิงเพศผู้ ตัวเต็มวัย อายุมากกว่า 5 ปี น้ำหนักประมาณ 800 กิโลกรัม น้ำหนักซากประมาณ 100 กิโลกรัม ความยาวซาก 200 เซนติเมตร ความยาวกองมูล 150 เซนติเมตร ความห่างเขา 26 เซนติเมตร ความโตโคนเขา 30 เซนติเมตร ความกว้างกะโหลก 23 เซนติเมตร ความยาวหัว 57 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังตรวจพบร่องรอยของตะกั่วขนาด 4 มิลลิเมตร ติดอยู่บริเวณโคนเขาด้านซ้ายในลักษณะที่กระดูกหุ้มจนแกะไม่หลุด คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ลงความเห็นว่า สาเหตุการตายเกิดจากการตายตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการล่า
ภายหลังการตรวจสภาพพื้นที่โดยรอบ และสภาพซากไม่มีร่องรอยการชำแหละแต่อย่างใด ภายหลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการเผาทำลายซากกระทิงตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค และทำการเก็บซากส่วนหัวพร้อมเขาไปเก็บรักษา นำเรื่องไปลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรครบุรีไว้เป็นหลักฐานต่อไป
ทั้งนี้ จากข้อสันนิษฐานโดยทางนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เชื่อได้ว่ากระทิงตัวดังกล่าวน่าจะลงไปหากินอยู่ใกล้พื้นที่การเกษตรของชุมชนนานแล้ว และอาจเคยมีปัญหาเรื่องการเข้าไปทำลายพืชเกษตรจึงถูกยิงไล่โดยอาวุธปืนลูกซอง แต่ก็เชื่อว่าเป็นแผลที่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว สังเกตจากเนื้อกระดูกได้ห่อหุ้มลูกตะกั่วดังกล่าวไว้
ส่วนสาเหตุการตายของกระทิง พบว่าในช่วงที่ผ่านมามีกระทิงต้องเสียชีวิตด้วยการติดเชื้อบริเวณลูกตาจนทำให้ตาบอด เพราะถูกแมลงวันตา (eye fly) เกาะและดูดน้ำเลี้ยงบริเวณตาอยู่บ่อยครั้ง จึงเชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุการตายของกระทิงตัวดังกล่าวเช่นกัน โดยจะได้นำเรื่องนี้พูดคุยหารือกับผู้นำชุมชน ตลอดจนหน่วยงานฝ่ายปกครองและหน่วยงานด้านการเกษตร ที่ควบคุมการเลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป.