โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 06.11 น.
ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย กลุ่มชาติพันธุ์ได้สิทธิเป็นไทยตามกฎหมาย

ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.

น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่  29  ตุลาคม  2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่  30  มิถุนายน  2568

กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน

- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8

- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง  6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)

- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)

ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิง

รัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ

ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...