โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

งานวิจัยชี้ฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น ทำ “เท็กซัส” น้ำท่วมหนัก จนเกินที่จะควบคุม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 04.30 น.
เหตุการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเท็กซัสช่วงวันชาติสหรัฐฯ งานวิจัยใหม่เผยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากฝีมือมนุษย์เป็นตัวเร่งให้ฝนตกหนักขึ้นและน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาก่อน

ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เท็กซัส ฮิลล์คันทรี ระหว่างซานอันโตนิโอและออสติน ทำให้น้ำท่วมรุนแรงในช่วงวันชาติสหรัฐฯ (4 ก.ค.) โดยน้ำท่วมคร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 รายใน 6 มณฑล และยังสูญหายอีกหลายร้อยราย ล่าสุดมีงานวิจัยยืนยันว่า ภาวะน้ำท่วมรุนแรงในครั้งนี้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

น้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ค.) หลังจากฝนตกหนักผิดปกติ ทำให้น้ำในแม่น้ำกวาดาลูเป (Guadalupe River) เพิ่มระดับสูงขึ้นถึง 8 เมตรภายในเวลาเพียง 45 นาที ส่งผลให้แม่น้ำล้นตลิ่ง พัดพาทำลายทุกอย่างที่อยู่ในเส้นทาง ฝนตกสะสมมากกว่า 254 มิลลิเมตรในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในพื้นที่ดังกล่าว

งานวิจัยนี้จัดทำโดย ClimaMeterซึ่งเป็นโครงการวิเคราะห์เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในบริบทของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติของฝรั่งเศส (CNRS) ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบสภาพอากาศในช่วงปี 1950-1986 กับช่วงปี 1987-2023 ในพื้นที่เท็กซัสตอนกลาง พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความรุนแรงของฝนตกหนักและน้ำท่วมนี้ มากกว่าปัจจัยความแปรปรวนตามธรรมชาติอย่างเดียว

โดยพบว่า อุณหภูมิในพื้นที่ทางตอนใต้ของบริเวณน้ำท่วมเพิ่มขึ้นสูงถึง 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้นประมาณ 2 มิลลิเมตรต่อวัน หรือราว 7% ในบางพื้นที่ของเท็กซัสตอนกลาง โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างซานอันโตนิโอและออสติน ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศเอื้อให้เกิดฝนตกหนักอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ นักวิจัยยังระบุว่า ปัจจัยอื่นที่ไม่ได้ถูกวิเคราะห์ในงานวิจัยครั้งนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การขยายตัวของเมือง และความล้มเหลวของระบบเตือนภัย อาจทำให้น้ำท่วมรุนแรงขึ้นไปอีกด้วย

งานวิจัยนี้จัดทำโดย ClimaMeterซึ่งเป็นโครงการวิเคราะห์เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในบริบทของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติของฝรั่งเศส (CNRS) ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบสภาพอากาศในช่วงปี 1950-1986 กับช่วงปี 1987-2023 ในพื้นที่เท็กซัสตอนกลาง พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความรุนแรงของฝนตกหนักและน้ำท่วมนี้ มากกว่าปัจจัยความแปรปรวนตามธรรมชาติอย่างเดียว

โดยพบว่า อุณหภูมิในพื้นที่ทางตอนใต้ของบริเวณน้ำท่วมเพิ่มขึ้นสูงถึง 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้นประมาณ 2 มิลลิเมตรต่อวัน หรือราว 7% ในบางพื้นที่ของเท็กซัสตอนกลาง โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างซานอันโตนิโอและออสติน ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศเอื้อให้เกิดฝนตกหนักอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ นักวิจัยยังระบุว่า ปัจจัยอื่นที่ไม่ได้ถูกวิเคราะห์ในงานวิจัยครั้งนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การขยายตัวของเมือง และความล้มเหลวของระบบเตือนภัย อาจทำให้น้ำท่วมรุนแรงขึ้นไปอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...