โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "อาชีพใหม่" ที่ผู้ชายทั่วโลกหวาดกลัว...!

สยามรัฐ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 07.28 น.

กลายเป็นกระแสร้อนทั่วโลก! หลังเกิดเหตุการณ์ชวนอึดอัดกลางคอนเสิร์ต “Coldplay” ที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกล้องในงานแพนไปยังแฟนเพลงคู่หนึ่งที่กำลังกอดกันอย่างมีความสุข แต่เมื่อทั้งสองเห็นว่าตัวเองขึ้นจอขนาดยักษ์ หญิงสาวรีบหันหลังให้กล้อง ส่วนฝ่ายชายรีบนั่งหลบกล้องทันที

ภาพดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตเริ่มสืบค้นและพบว่าชายคนดังกล่าวคือ CPO ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีครอบครัวและลูกแล้ว ขณะที่ผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันกลับไม่ใช่ภรรยา แต่เป็น “กิ๊ก” ที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน สุดท้ายภรรยาของ CPO รายนี้ประกาศ "หย่า" ทันที

เหตุการณ์นี้จุดกระแสให้สังคมกลับมาตั้งคำถามถึงพฤติกรรมการ “นอกใจ” ซึ่งพบมากขึ้นในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับได้หรือจับไม่ได้ โดยเฉพาะในประเทศบราซิลที่ขณะนี้กำลังมี “อาชีพใหม่” เกิดขึ้น และได้รับความนิยมอย่างมาก

"นักทดสอบความซื่อสัตย์" หรือ Loyalty Tester กำลังได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok และ Instagram โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่สงสัยในพฤติกรรมของแฟน หรือสามี

สำหรับวิธีการทำงานของ "นักทดสอบความซื่อสัตย์" มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เริ่มตั้งแต่ 1.รับงานจากลูกค้า ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ไม่มั่นใจในคู่รักของตน 2.ติดต่อเป้าหมาย โดยนักทดสอบจะส่งข้อความหาเป้าหมายผ่านช่องทางโซเชียล เช่น WhatsApp, Instagram โดยแกล้งทำเป็นรู้จักกันผิดคน

3.หลอกล่อด้วยบทสนทนา เป็นขั้นตอนที่จะเริ่มพูดคุยในเชิงชู้สาวเพื่อทดสอบว่าเป้าหมายจะตอบสนองอย่างไร และ4.รวบรวมหลักฐาน หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นักทดสอบจะเก็บหลักฐาน เช่น แชต หรือภาพ แล้วส่งให้ลูกค้า

แม้จะได้รับความนิยม และสร้างรายได้อย่างดีในบราซิล บางรายทำเงินได้หลายหมื่นบาทต่อเดือนจากการทดสอบลักษณะนี้ แต่อาชีพนี้ก็เผชิญกับเสียงวิจารณ์ทางด้านจริยธรรมและกฎหมายอย่างหนักในหลายมิติ ได้แก่ 1.ละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งการหลอกล่อคู่รักในลักษณะนี้ถือเป็นการบุกรุกสิทธิส่วนบุคคล

2.ผลลัพธ์ไม่น่าเชื่อถือ 100% เพราะพฤติกรรมของคนอาจเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ 3.ผลกระทบทางอารมณ์ เพราะการถูกจับได้หรือล้มเหลวในการทดสอบอาจสร้างความเสียหายทางจิตใจอย่างรุนแรง และ4.สถานะทางกฎหมายยังคลุมเครือ แม้การจ้างนักสืบในบราซิลจะไม่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า การหลอกล่อเช่นนี้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการทางกฎหมายได้หรือไม่

ถึงแม้ว่า "อาชีพนักทดสอบความซื่อสัตย์" จะสะท้อนถึงปัญหาความไว้วางใจในความสัมพันธ์ยุคดิจิทัล และเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดเผยความจริง แต่ก็มาพร้อมกับคำถามด้านศีลธรรมและกฎหมายที่ยังต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะหลายฝ่ายยังเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมา มีแต่ด้านลบแค่อย่างเดียวเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...