โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“วิโรจน์” รื้อ แคมเปญ “ลากทหารขึ้นศาลพลเรือน” ตรวจสอบซ้อมทรมาน

PostToday

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 05.25 น.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังศาลทหารชั้นฎีกามีคำพิพากษาในคดีการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 โดยจำเลยเป็นรุ่นพี่ที่ธำรงวินัยจนถึงขั้นเสียชีวิต ถูกตัดสินให้จำคุก 4 เดือน 16 วัน แต่ ให้รอลงอาญา 2 ปี

นายวิโรจน์ ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบว่า ครอบครัวของน้องเมยมีความพยายามจะรื้อฟื้นคดีในส่วนอาญา โดยกรรมาธิการฯ จะเข้าช่วยรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด และสอบถามไปยังกระทรวงยุติธรรมว่า มีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ใดบ้างที่สามารถรื้อฟื้นคดีได้ แม้คำพิพากษาจะถึงที่สุดแล้วในชั้นศาลทหารสูงสุด แต่เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเยียวยาครอบครัว รวมถึงสิทธิและสวัสดิการที่ควรได้รับอย่างเหมาะสม

นายวิโรจน์ ยังเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้ทหารที่กระทำผิดทุกคดีขึ้นศาลอาญาทุจริต โดยระบุว่า หลายกรณีของการทำร้ายหรือทารุณกรรมในค่ายทหาร ไม่ใช่การ “ธำรงวินัย” แต่เข้าข่ายการซ้อมทรมาน และเป็นการกลั่นแกล้งผู้ไม่สยบต่อระบบอุปถัมภ์ในกองทัพ ซึ่งกฎหมายต้องสามารถปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกกระทำได้อย่างแท้จริง

“ถ้าศาลทหารยังดำรงอยู่ในรูปแบบนี้ วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดก็จะไม่จบสิ้น” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์ ได้ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องลงนามสัตยาบันในพิธีสารเลือกรับของ อนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมาน (OPCAT) เพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และคณะอนุกรรมการของสหประชาชาติ สามารถเข้าตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัวในค่ายทหาร

“วิโรจน์” รื้อ “ล่าทหารขึ้นศาลพลเรือน” หลัง คดีน้องเมย ตัดสิน

โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะเป็นการตรวจสอบเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการซ้อมทรมานเท่านั้น

นายวิโรจน์ตั้งคำถามถึงโทษจำคุกที่รอลงอาญา และการเปิดโอกาสให้จำเลยรับราชการต่อไปว่า

“โทษแบบนี้เป็นประโยชน์กับใคร? เราจะนำคนที่ฆ่าพวกเดียวกันไปรับราชการทหาร หรือเป็นตำรวจหรือ?”

พร้อมเรียกร้องให้ 5 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ พิจารณาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในกองทัพ ที่ตกไปในวาระ 2 และ 3 ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยผลักดันและทำแคมเปญ “ล่าทหารขึ้นศาลพลเรือน”

โดยมีนางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมอยู่ในภาพโปสเตอร์แคมเปญด้วย แต่กลับไม่มีการผลักดันต่อจนร่างกฎหมายตกไป

“วิโรจน์” รื้อ “ล่าทหารขึ้นศาลพลเรือน” หลัง คดีน้องเมย ตัดสิน

“เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่เห็นความหมายแล้ว คณะกรรมาธิการฯ จะรับหน้าที่นี้ต่อ โดยจะเปิดล่ารายชื่อภาคประชาชน และยื่นเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้” นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...