โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แม่ทัพภาค2สั่งปิดด่านชายแดนติดต่อเขมร 3 จังหวัด ตอบโต้ไร้มนุษยธรรม

JS100

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 00.55 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.39 น. • JS100:จส.100
แม่ทัพภาค2สั่งปิดด่านชายแดนติดต่อเขมร 3 จังหวัด ตอบโต้ไร้มนุษยธรรม

การปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบ ตามที่ได้มีคำสั่งกองทัพภาคที่๒ (เฉพาะ) เรื่อง มาตรการยกระดับการควบคุม การผ่านแดน ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดบุรีรัมย์

ในห้วงเวลาได้ปรากฏเหตุการณ์ลอบวางทุ่นระเบิดบริเวณพื้นที่ชายแดนช่องบก และ ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จนเป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บสาหัส อันเกิดขึ้นภายในเขตราชอาณาจักรไทย
โดยสันนิษฐานว่า เป็นการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ที่ไร้มนุษยธรรม และละเมิดอธิปไตย ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพ และเสถียรภาพบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ
กองทัพภาคที่2 จึงกำหนดให้ปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีมาตรการ ดังนี้
1.งดการผ่านเข้า - ออก ของยานพาหนะทุกประเภท
2. งดการเดินทางผ่านเข้า-ออก ของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
3.งดการเยี่ยมชมปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย ของนักท่องเที่ยว
เพื่อปรับปรุงระบบการรักษาความปลอดภัย
ทั้งนี้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย มิให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะ-เช่นนี้อีกต่อไป และแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วย ในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตย และขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่24 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป
#ปืดด่านขายแดนเขมร
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...