โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" หนี้ล่องหนที่ระบบมองไม่เห็น โลกการเงินเร่งนำ BNPL เข้าระบบเครดิต

Thairath Money

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 06.37 น.
ภาพไฮไลต์

ทำไมโลกการเงินเริ่มจริงจังกับ BNPL ในระบบเครดิต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา“Buy Now, Pay Later” (BNPL) หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ได้กลายเป็นรูปแบบสินเชื่อที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นแค่โปรโมชั่นการผ่อนจ่ายของร้านค้า กลับกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ผู้บริโภคจำนวนมากใช้เป็น "บันไดทางรอด" เพื่อประคองสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุผลนี้เองที่กำลังเปลี่ยน BNPL ให้กลายเป็น “ปัจจัยเสี่ยงใหม่” ที่ผู้ให้สินเชื่อทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่สถาบันการเงินรวมถึงเครดิตบูโรเริ่มจับตาเช่นเดียวกัน

เดิมที BNPL ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายกว่าสินเชื่อแบบเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีประวัติเครดิตมาก่อน แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของบริการ BNPL กลับกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไร้การกำกับ ไม่มีการรายงานข้อมูลต่อเครดิตบูโรหรือหน่วยงานรัฐ และเปิดช่องให้เกิดหนี้ที่มองไม่เห็นหรือ “หนี้ล่องหน” หรือ Phantom Debt

BNPL เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคสำหรับกระจายภาระการจ่ายเงิน เช่น การแบ่งจ่ายของชิ้นใหญ่ หรือซื้อของใช้จำเป็นในช่วงสิ้นเดือน แต่ความสะดวกนี้เองก็เป็นกับดักที่ทำให้หลายคนใช้จ่ายเกินตัวโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อมีบัญชี BNPL หลายรายการพร้อมกัน เช่น ผ่อนโทรศัพท์ ซื้อของออนไลน์ หรือจ่ายค่าบริการรายเดือนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ระบบเครดิตของประเทศก็ยังนับว่าเขา “ไม่มีหนี้”

ดังนั้น สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงปริมาณการใช้จ่ายที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่คือ การที่ข้อมูลหนี้ BNPL ส่วนใหญ่ไม่ถูกบันทึกในระบบเครดิตใด ๆ ทำให้ผู้ปล่อยกู้และสถาบันการเงินมองไม่เห็นพฤติกรรมหนี้ที่แท้จริงของลูกค้า และมากไปกว่านั้นในหลายประเทศ BNPL ไม่ถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมสินเชื่อ และไม่จำเป็นต้องรายงานต่อเครดิตบูโร นั่นทำให้เกิดช่องโหว่ใหญ่ในระบบความเสี่ยง ผู้กู้บางรายอาจมีหนี้ BNPL ซ้อนกันหลายสิบรายการ โดยที่ไม่มีใครรู้

ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ทั้งดอกเบี้ยขาขึ้น หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การมองไม่เห็นเงาหนี้ที่แท้จริงนี้ กำลังสร้างความกังวลให้กับผู้ปล่อยกู้และผู้กำกับดูแลทั่วโลก ข้อมูลล่าสุดในปี 2021 พบว่าเพียง 5 บริษัท BNPL รายใหญ่ในสหรัฐฯ ก็ได้ปล่อยสินเชื่อรวมมูลค่ากว่า 24.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นมาก

ด้านนักวิจัยจากธนาคารกลางนิวยอร์ก(New York Fed) ได้ออกโรงเตือน พร้อมเผยตัวเลขจากการสำรวจในปี 2023 ซึ่งพบว่า 32.7% ของผู้ใช้ BNPL มีคะแนนเครดิตต่ำกว่า 620 และเคยถูกปฏิเสธสินเชื่อหรือมีประวัติค้างชำระ กลุ่มนี้มีสัดส่วนเพียง 16.6% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด แต่กลับเป็นผู้ใช้ BNPL ในสัดส่วนที่สูงเกินคาด กล่าวคือ กลุ่มผู้ใช้ BNPL ส่วนใหญ่นั้นมีสถานะการเงินเปราะบางอยู่แล้ว BNPL อาจเป็นแรงเสริมให้คนเปราะบางยิ่งเปราะบางกว่าเดิม และทำให้เกิดข้อกังวลว่า ระบบ BNPL จะมีความยืดหยุ่นเพียงพอหรือไม่ หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะช็อกหรือถดถอย

อ่านเพิ่มเติม

เล็งบันทึก BNPL ในระบบ Credit Scoring จริงจัง

ล่าสุดFICO บริษัทจัดอันดับเครดิตระดับโลก ผู้พัฒนาโมเดลให้คะแนนเครดิตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐฯ เดินหน้านำข้อมูล BNPL เข้าสู่โมเดลคะแนนเครดิตอย่างเป็นระบบ เตรียมเปิดตัวโมเดล“FICO Score 10 BNPL” และ “FICO Score 10 T BNPL” ภายในปีนี้ โดยจะเป็นครั้งแรกที่ข้อมูล BNPL ถูกนำมาใช้คำนวณคะแนนเครดิตอย่างเป็นระบบในสหรัฐอเมริกา

เดิมทีในเชิงเทคนิค BNPL ไม่ได้เหมือนบัตรเครดิตหรือสินเชื่อทั่วไป เพราะผู้ใช้มักเปิดบัญชีใหม่และปิดบัญชีภายในไม่กี่วันหรือนับสัปดาห์ และการใช้วงเงินเต็มจำนวนในทันที ซึ่งถ้าเป็นระบบเดิมจะส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิต

FICO จึงไม่สามารถนำข้อมูล BNPL มาใส่ในโมเดลเก่าแบบตรง ๆ ได้ แต่ได้ร่วมมือกับ Affirm ผู้ให้บริการ BNPL รายใหญ่ เพื่อออกแบบวิธีประมวลผลใหม่ โดย “รวมข้อมูลสินเชื่อ BNPL หลายรายการ” เข้าด้วยกันในแบบที่ไม่ส่งผลเสียเกินจริงต่อผู้บริโภค

โดย FICO ระบุว่า โมเดลใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ปล่อยกู้เห็นภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีประวัติเครดิต และคนรุ่นใหม่จำนวนมากยังไม่มีประวัติเครดิตที่ยาวนาน ถ้าใช้ BNPL อย่างรับผิดชอบ นี่อาจเป็นโอกาสในการสร้างเครดิตให้กับพวกเขา

ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ อาทิ อังกฤษ และออสเตรเลีย กำลังเดินหน้านำข้อมูล BNPL เข้าสู่ระบบเครดิตอย่างเป็นทางการ ประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ใน “จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ” ว่าจะเดินตามอย่างไรให้สมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน และการควบคุมความเสี่ยงในระบบสินเชื่อโดยรวม

ปัจจุบันตลาด BNPL ไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เข้ามาทุกปี ทั้งจากฟินเทค บริษัทอีคอมเมิร์ซ ทำให้สถาบันการเงินและเครดิตบูโร (NCB) ให้ความสนใจแนวทางเดียวกัน เพื่อสะท้อนพฤติกรรมหนี้ของผู้บริโภคได้ครบถ้วนมากขึ้น

ทั้งแนวทางการบันทึกข้อมูล BNPL กับผู้ให้บริการบางราย โดยเน้นการจัดระบบข้อมูลที่เหมาะสม ไม่กระทบผู้บริโภคที่ชำระตรงเวลา ขณะเดียวกัน ธนาคารไทยขนาดใหญ่บางแห่งก็เริ่มทดลองพัฒนา Credit Scoring ทางเลือก ที่สามารถประเมินพฤติกรรม BNPL และการผ่อนจ่ายผ่านช่องทางดิจิทัล แม้จะอยู่นอกระบบบูโรก็ตาม

ทางเลือกที่ทั้งเปิดโอกาส และเปิดความเสี่ยง

BNPL อาจเป็นทั้งทางรอดและทางเสี่ยง ถ้าใช้ดี ก็อาจเป็นเครื่องมือสร้างเครดิตของคนรุ่นใหม่ แต่ถ้าใช้เกินตัวก็อาจเป็นฟองสบู่หนี้ที่สังคมมองไม่เห็นจนกว่าจะสายเกินไป ในฐานะผู้บริโภคเราควรศึกษาเงื่อนไขการให้บริการของแต่ละบริษัท BNPL ให้ดีก่อนใช้บริการ และควรชำระเงินให้ตรงตามกำหนด เพื่อรักษาสถานะทางการเงินที่ดี เพราะแม้ BNPL จะไม่ได้ถูกบันทึกในเครดิตบูโรโดยตรง แต่การไม่ชำระเงินตามกำหนดอาจส่งผลเสียต่อประวัติการชำระเงินได้ในท้ายที่สุด

อ้างอิงข้อมูล CNN

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" หนี้ล่องหนที่ระบบมองไม่เห็น โลกการเงินเร่งนำ BNPL เข้าระบบเครดิต

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...