โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กูรูเมืองนอกแนะนำ "ซูเปอร์ฟู้ด" ตัวช่วยป้องกัน "กลิ่นแก่" คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอ๋อ

sanook.com

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 17.17 น. • Sanook
ผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัย เผยที่มา

ผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัย เผยที่มา "กลิ่นแก่" พร้อมแนะนำ “ซูเปอร์ฟู้ด” ชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยลดกลิ่นเหล่านี้ได้

กลิ่นตัวของผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในกลิ่นที่หลายคนจำได้ทันที และมักจะไม่พึงประสงค์นัก กลิ่นนี้มักจะคล้ายลูกเหม็น กระดาษเปียก ความอับชื้นในห้องใต้ดิน อาหารกระป๋องหมดอายุ และใบไม้แห้งผุพัง

แม้ที่ผ่านมาเราจะคิดว่ากลิ่นนี้เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัยได้อธิบายถึงสาเหตุที่แท้จริงของกลิ่นนี้ พร้อมเผยว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” ชนิดหนึ่งสามารถช่วยลดกลิ่นเหล่านี้ได้

"กลิ่นแก่" เกิดจากอะไร?

“กลิ่นตัวของผู้สูงอายุเกิดจากการเกิดออกซิเดชันของไขมันบนผิวหนัง และเมื่อร่างกายมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ กลิ่นจะสะสมขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งเมื่อเราแก่ตัวลง การผลัดเซลล์ผิวจะช้าลง กลิ่นจึงอยู่ได้นานขึ้น” เลสลี่ เคนนี่ ผู้ก่อตั้ง Oxford Healthspan และโค้ชสุขภาพที่ได้รับการรับรองจาก Bulletproof กล่าวกับ The Post

Instagram / @lesliesnewprime

เคนนี่เปรียบกระบวนการออกซิเดชันของไขมันในร่างกายเหมือนกับการที่โลหะขึ้นสนิม

“มันเป็นเรื่องของทั้งร่างกายเลยค่ะ” เธออธิบาย “กลิ่นที่เกิดขึ้นมาจากสารประกอบที่ชื่อว่า 2-nonenal ซึ่งก็คือไขมันที่ผิวหนังที่เสื่อมสภาพคล้ายกับขึ้นสนิมนั่นเอง”

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบป้องกันอนุมูลอิสระตามธรรมชาติของผิวหนังก็จะอ่อนแอลง ส่งผลให้ไขมันบนผิวถูกออกซิไดซ์มากขึ้น และเกิดสาร 2-nonenal ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการสลายตัวของกรดไขมันโอเมก้า-7 บนผิวหนัง

เคนนี่กล่าวว่า กลิ่นตัวของผู้สูงอายุไม่เหมือนกลิ่นตัวทั่วไป เพราะไม่สามารถล้างออกหรือกลบด้วยน้ำหอมได้

“น้ำหอมไม่ช่วยอะไรเลยค่ะ มันแค่ไปทับกลิ่นเดิมไว้ แล้วทำให้กลิ่นยิ่งอับกว่าเดิมด้วยซ้ำ” เธอกล่าว

“การอาบน้ำบ่อยขึ้นก็ไม่ช่วย เพราะเซลล์ผิวผลัดตัวช้าลง และไขมันที่ผิวหนังก็สลายได้ยาก กลิ่นจึงยังคงอยู่”

วิธีจัดการกับ "กลิ่นแก่" อย่างได้ผล?

“ต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอกค่ะ” เคนนี่กล่าว พร้อมอธิบายว่า โภชนาการโดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่อุดมด้วย"เห็ด" เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันกลิ่นจากภายในสู่ภายนอก

เห็ดเต็มไปด้วยกรดอะมิโนชื่อเออร์โกไทโอนีน (ergothioneine) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยยับยั้งการเกิดออกซิเดชันของไขมันก่อนที่กลิ่นตัวผู้สูงอายุจะสะสม

งานวิจัยยังระบุว่า เออร์โกไทโอนีนช่วยให้ร่างกายมีกลิ่นสดชื่น และช่วยเสริมสมองให้คิดไวขึ้น โดยอาหารที่มีเห็ดเป็นส่วนประกอบมาก สามารถลดความเสี่ยงในการเสื่อมสมรรถภาพทางความคิดได้ถึงครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ เห็ดยังเป็นแหล่งของสเปอร์มิไดน์ (spermidine) สารอินทรีย์ที่กระตุ้นกระบวนการออโตฟาจี (autophagy) ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ด้วยการกำจัดส่วนที่เสียหายและนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่

กระบวนการออโตฟาจีมีบทบาทสำคัญในการชะลอวัย ป้องกันโรค รักษาประสิทธิภาพการเผาผลาญ และลดกลิ่นเฉพาะตัวของผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคนนี่กล่าวว่า เห็ดทุกชนิดช่วยให้ร่างกายมีกลิ่นสดชื่นเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่กลิ่นเหมือนห้องเก็บของรกร้าง แต่ "เห็ดชิตาเกะ" หรือที่คนไทยเรียกว่า "เห็ดหอม" และ "เห็ดนางรม" ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรับสารอาหาร

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเกิดออกซิเดชันของไขมันที่ทำให้มีกลิ่นตัวของผู้สูงอายุเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยร่วมกัน คือ ฮอร์โมนที่ลดลง และการผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลง

“เมื่อฮอร์โมนลดลง กลิ่นนี้ก็สะสมมากขึ้น และเมื่อเราแก่ตัว เซลล์ผิวก็ผลัดตัวช้าลง ทำให้กลิ่นติดทนนาน” เธอกล่าว

ด้วยคุณสมบัติของเออร์โกไทโอนีนที่ยับยั้งการเกิดออกซิเดชันของไขมัน และสเปอร์มิไดน์ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการออโตฟาจี เคนนี่จึงเรียกเห็ดว่า “อาหารที่สมบูรณ์แบบในการต่อสู้กับกลิ่นนี้”

เคนนี่กล่าวกับ The Post ว่า เห็ดไม่ใช่แค่ยาป้องกัน แต่ยังเป็นยารักษาอีกด้วย

“เมื่อเราเข้าสู่ช่วงก่อนหมดประจำเดือนและหมดประจำเดือน การรับประทานอาหารที่มีเออร์โกไทโอนีนสูงอย่างเห็ด จะช่วยป้องกันการเกิดกลิ่นตัวนี้ได้” เธอกล่าว

“และถ้าคุณอายุมากแล้วอยากกำจัดกลิ่นนี้ เห็ดก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีสเปอร์มิไดน์ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวให้เร็วขึ้น”

นอกจากช่วยให้เรามีกลิ่นสดชื่นเหมือนวัยหนุ่มสาว เห็ดยังช่วยชะลอการลุกลามของมะเร็ง ลดความดันโลหิต ปรับปรุงการตอบสนองของอินซูลิน ปกป้องสมองจากความเสียหาย และดูแลสุขภาพกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย

งานวิจัยอื่นพบความเชื่อมโยงระหว่างการรับประทานเห็ดกับความเสี่ยงที่ลดลงของมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านม

ศูนย์มะเร็ง MD Anderson มหาวิทยาลัยเท็กซัส ระบุว่า สารสกัดจากเห็ดถูกนำมาใช้เสริมการรักษามะเร็งในญี่ปุ่นและจีนอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเห็ดมีวิตามินดีสูง ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...