โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

‘ศิริราช’ บูมเมดิคอลฮับบางโพ เป้าหมายดึงต่างชาติทั่วโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 23.26 น.
ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

“ศิริราช” อัพเดตบิ๊กโปรเจ็กต์ Medical Hub บางโพ 1.7 หมื่นล้าน รออนุมัติ EIA คาดสร้างเสร็จใน 5 ปี ตั้งเป้าดึงต่างชาติใช้บริการ ราคาเทียบเท่าปิยมหาราชการุณย์ ย้ำเงินกำไรหนุน รพ.ศิริราชเดิม ช่วยผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษา ชี้สังคมสูงวัยโจทย์ใหญ่ประเทศไทย เผยศิริราชลอยฟ้าล่าช้า หลังรถไฟฟ้าขุดเจอแนวกำแพงเมืองเก่าธนบุรี กรมศิลปากรเร่งเคลียร์เดินหน้าต่อ

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (บางโพ) ขณะนี้มีความคืบหน้าบ้างแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากผ่านการพิจารณาอนุมัติแล้วจะเร่งดำเนินการหาผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างต่อไป คาดว่าจะดำเนินการเรื่องแบบให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 ส่วนงานก่อสร้างทั้งโครงการจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2574

โครงการดังกล่าวเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งใหม่ ตั้งอยู่บนที่ดินบริจาคริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีผู้บริจาคที่ดิน 2 ราย (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้มอบที่ดินให้กับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อใช้ประโยชน์ตามที่เห็นสมควร นับเป็นความเชื่อมั่นที่มีต่อโรงพยาบาล และน่ายินดีอย่างยิ่งที่ประชาชนเห็นในสิ่งที่ศิริราชทำมาโดยตลอด และจะทำต่อไปในอนาคต

ด้วยความที่ศิริราชมีความเข้มแข็งและเชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางการแพทย์ จึงตั้งใจนำที่ดินผืนนี้ไปสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อประชาชนให้มากที่สุด

โดยเน้นการบริการทางการแพทย์ชั้นสูงระดับเหนือตติยภูมิ สู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศและในระดับนานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาคเอเชีย

ดึงต่างชาติ-หนุน รพ.เดิม

ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า การจะเป็น Medical Hub ได้นั้น ประเทศไทยต้องมีความสามารถในการรองรับคนไข้ต่างชาติ ตอนนี้มีคนไข้ต่างชาติที่เป็นผู้ใช้แรงงานได้มารักษาผ่านสิทธิต่าง ๆ จำนวนมาก

อีกส่วน คือชาวต่างชาติที่ตั้งใจเดินทางมารักษาในไทยโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศแถบเอเชีย โดยศิริราชสามารถให้บริการได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโรงพยาบาลรัฐใด ๆ ทำได้

คาดว่า ระยะแรกจะมีผู้ใช้บริการเป็นชาวต่างชาติราว 10-20% พร้อมย้ำว่า สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (บางโพ) ยังคงเป็นสถานบริการสำหรับประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ

“เชื่อว่าอนาคตชาวต่างชาติที่มารับการรักษาจะเข้าใจว่า ที่นี่เป็นโรงพยาบาลของภาครัฐ แม้จะดำเนินงานแบบเอกชน และเข้าใจว่า กำไรที่ได้จากการค่ารักษาพยาบาลจะมีส่วนช่วยเหลือคนไข้อีกจำนวนมาก ที่ผ่านมาโรงพยาบาลศิริราชดูแลคนไข้ทุกภาคส่วน ทุกสิทธิการรักษา และรีเฟอร์คนไข้สิทธิ 30 บาทมากที่สุดแล้วในขณะนี้” ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวและว่า

นอกจากให้บริการทางการแพทย์แล้ว สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ จะเป็นสถานที่เรียน วิจัย และฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคตด้วย

ด้วยชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ของโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ประกอบกับอาจารย์แพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน เชื่อว่าชาวต่างชาติจะมาใช้บริการในโรงพยาบาลแห่งใหม่เป็นจำนวนมาก

ซึ่งค่าบริการจะมีลักษณะเดียวกันกับโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ในปัจจุบัน และกำไรทุกบาททุกสตางค์จะย้อนกลับมาช่วยเหลือการดำเนินงานของโรงพยาบาลศิริราชต่อไป

“รายได้และกำไรจากสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (บางโพ) จะช่วยพัฒนาโรงพยาบาลศิริราช ทุกวันนี้ต้องดูแลรักษาคนไข้ทุกสิทธิการรักษา ซึ่งปี ๆ หนึ่งศิริราชต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งส่วนของอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ และยาที่มีราคาแพง”

ปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราชมีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการ 1.5 หมื่นคนต่อวัน ส่วนศิริราชปิยมหาราชการุณย์มีผู้ใช้บริการ 2.5 พันคนต่อวัน

เมื่อรวมกับศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช สมุทรสาคร และ SIRIRAJ H SOLUTIONS ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ทั้งระบบจะมีผู้ใช้บริการร่วม 2.2 หมื่นคนต่อวัน ถือว่ามากที่สุดแล้วในประเทศไทย

คาดเสร็จตามแผน-5 ปีกำไร

ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 16,960.59 ล้านบาท สร้างโครงการดังกล่าวนั้น แบ่งเป็น งบประมาณปี 2569-2574 จำนวน 11,048.33 ล้านบาท คิดเป็น 65% และเงินนอกงบประมาณจากศิริราชเอง 5,912.27 ล้านบาท คิดเป็น 35%

ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ไว้รองรับ 3,397 คน โดยทยอยเป็นเฟส ๆ ผ่านการสร้างเครือข่ายพันธมิตรจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในไทย เพื่อให้มีบุคลากรเพียงพอในช่วงเวลาที่กำหนด

สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (บางโพ) จะเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์ขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีระบบการขนส่งทางเรือ รถไฟฟ้า และอยู่ใกล้อาคารรัฐสภา เชื่อมั่นว่ามาตรฐานของศิริราชจะทำให้ประชาชนและชาวต่างชาติมาใช้บริการ เป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบคึกคักขึ้น

คาดว่า จะมีผู้ป่วยนอกปีละไม่น้อยกว่า 650,000 คน ผู้ป่วยในปีละ 20,000 คน เป็นอาคารสูง 19 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 1.5 แสนตารางเมตร มีหอผู้ป่วยขนาด 442 เตียง หอผู้ป่วยพิเศษ 352 เตียง หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) 90 เตียง ห้องผ่าตัด 22 ห้อง ที่จอดรถชั้นใต้ดิน 3 ชั้น รองรับได้ 800 คัน

อย่างไรก็ตาม คงต้องใช้เวลาสักระยะที่จะเห็นการเติบโตในเชิงตัวเลขของโครงการใหม่ดังกล่าว หากผลประกอบการเป็นไปตามแผน คาดว่าหลังเปิดให้บริการ 4-5 ปี จะทำกำไรได้

ยกตัวอย่างเมื่อครั้ง รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เปิดให้บริการได้ 5-6 ปี จึงเริ่มมีกำไรส่งกลับมาช่วยโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบัน จนก้าวสู่ปีที่ 14 แล้ว นับเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญมาก ปัจจุบันก็มีคนไข้มารับบริการจำนวนมาก

Medical Hub ต้องบูรณาการ

ศ.นพ.อภิชาติ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการผลักดันประเทศไทยให้เป็น Medical Hub ว่า มาตรฐานด้านการแพทย์และการบริการ ประเทศไทยอยู่ในระดับดีมาก และราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังน่าอยู่อาศัย มีความโดดเด่นในเชิงวัฒนธรรม อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการบูรณาการร่วมกันทั้งระบบ

คงต้องประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทยมั่นคงและปลอดภัย เชื่อว่า Medical Hub ของไทยจะเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ผ่านการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ผู้ที่มาใช้บริการและชาวต่างชาติประทับใจ

สังคมสูงวัย โจทย์ใหญ่ไทย

ศ.นพ.อภิชาติ ย้ำว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยวันนี้ คือการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคสังคมต้องทำงานร่วมกัน จะทำอย่างไรให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพดี ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่การใช้ชีวิตก่อนเกษียณ สิ่งนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยแพทย์เพียงลำพัง ต้องช่วยกันทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัว บุคลากร และเทคโนโลยี ต้องบูรณาการร่วมกัน

ศิริราชเองให้ความสำคัญเรื่องผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก โดยเปิดศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช สมุทรสาคร เพื่อเป็นแม่แบบในการดูแล หลังทำการรักษาแบบฉับพลันแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาลต้องใช้สำหรับคนไข้หนัก

เมื่อผ่านช่วงวิกฤตแล้ว ผู้สูงอายุควรทำกายภาพบำบัดหรือการฟื้นฟู ซึ่งไม่ต้องอาศัยแพทย์หรือเครื่องมือที่มีวิทยาการสูง แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากคนในครอบครัว การให้ความรู้สมาชิกครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องให้ความรู้กับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เดินหน้า ศิริราชลอยฟ้า

ส่วนความคืบหน้าโครงการอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช ที่จะสร้างอาคารสูง 15 ชั้น เหนือสถานีจุดเชื่อมรถไฟฟ้า 2 สาย คือสายสีส้มและสีแดงอ่อน ด้วยงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม.เมื่อปี 2565 รวม 3,851.27 ล้านบาทนั้น

ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า เป็นอีกโปรเจ็กต์ใหญ่ที่ศิริราชกำลังดำเนินการอยู่ แต่ต้องล่าช้าไปช่วงหนึ่ง เพราะระหว่างก่อสร้างขุดไปพบแนวกำแพงเมืองธนบุรีที่สมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกรมศิลปากรเข้ามาช่วยดูแลพื้นที่ ซึ่งใกล้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างต่อได้ปลายปีนี้ หรือต้นปี 2569 จะแล้วเสร็จในปี 2572

โครงการอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช จะขึ้นตรงต่อโรงพยาบาลศิริราช โดยหวังผลให้ประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งเข้ารับการรักษา การตรวจ การผ่าตัดขนาดเล็ก หรือการมาใช้บริการเพียงวันเดียว

เพื่อลดภาระความแออัดของโรงพยาบาลศิริราช ที่จำเป็นต้องใช้รถเข็น เตียง หรือคนไข้หนัก นับเป็นนวัตกรรมที่สำคัญ เพราะยังไม่เคยมีอาคารสถานพยาบาลบนสถานีรถไฟฟ้ามาก่อน

โครงการนี้อยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ มีหอผู้ป่วยใน หอผู้ป่วยหนัก (ICU) ศูนย์ตรวจต่าง ๆ โดยให้บริการเหมือนกับโรงพยาบาลศิริราช รองรับสิทธิการรักษาทั้ง 30 บาท ประกันสังคม และสิทธิข้าราชการ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศิริราช’ บูมเมดิคอลฮับบางโพ เป้าหมายดึงต่างชาติทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...