โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ้างข้อจำกัดจากอียูห้ามส่งอาวุธให้จีน! เยอรมนีปฏิเสธขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้ไทย

The Better

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 11.05 น. • THE BETTER
เยอรมนีปฏิเสธขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้ไทย อ้างข้อจำกัดจากอียูห้ามส่งอาวุธให้จีน “ภูมิธรรม”  ทวิภาคีรมว.กห.เยอรมัน ย้ำไทยเดินหน้าร่วมมือด้านกลาโหม-เทคโนโลยีกับเบอร์ลินต่อเนื่อง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ได้เข้าพบหารือกับนายบอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อกระชับความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ

ในการหารือครั้งนี้ นายภูมิธรรมได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่เยอรมนีจะขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้ไทย ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเรือดำน้ำที่ไทยจัดซื้อจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีได้ชี้แจงว่า เยอรมนีไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ เนื่องจากข้อจำกัดของสหภาพยุโรป (EU) ที่ห้ามส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ให้จีน อันมีผลต่อการขายชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับจีน

แม้จะติดข้อจำกัดด้านยุทโธปกรณ์ แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงยืนยันความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับเยอรมนี ซึ่งมีมายาวนานถึง 163 ปี และมีพัฒนาการในความร่วมมือด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ เยอรมนีเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในสหภาพยุโรป

นายภูมิธรรมยังได้แสดงความยินดีกับเยอรมนีที่จัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยมีนายฟรีดริช แมร์ซ เป็นนายกรัฐมนตรี และกล่าวชื่นชมที่นายพิสโตริอุสยังคงดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพของนโยบายด้านความมั่นคงของเยอรมนี นอกจากนี้ ยังได้กล่าวยกย่องการที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม United Nations Peacekeeping Ministerial Meeting ครั้งที่ 6 (UNPKM 2025) ซึ่งไทยเข้าร่วมด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ในโอกาสนี้ ไทยยังประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกอบรมภายใต้โครงการความร่วมมือไตรภาคี (Triangular Partnership Programme: TPP) ในช่วงปี 2570-2571 พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือกับเยอรมนีในการฝึกอบรมกำลังพลด้านปฏิบัติการรักษาสันติภาพ

ความร่วมมือทางทหารไทย-เยอรมนีมีพัฒนาการที่ชัดเจน อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือน การสนับสนุนที่นั่งเรียนในหลักสูตรทหาร และการจัดการประชุมหารือในระดับทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ไทยและเยอรมนีได้จัดประชุมโครงการความร่วมมือด้านกลาโหมประจำปี 2568 (Bilateral Annual Cooperation Programme Talks) และการหารือด้านความมั่นคงระดับเสนาธิการ (Politico-Military Staff Talks) ครั้งที่ 7 ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจและการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ไทยขอบคุณเยอรมนีที่ให้การสนับสนุนกำลังพลไทยในการศึกษาวิชาทหารในเยอรมนี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพและความเป็นมืออาชีพของทหารไทย

นอกจากนี้ ไทยยังได้แสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือกับเยอรมนีในด้านเทคโนโลยีทางทหาร โดยเฉพาะด้านไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รวมทั้งขอความร่วมมือในด้านการแพทย์ทหารผ่านความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์แพทย์ทหารนานาชาติของเยอรมนีและศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนของไทย

กระทรวงกลาโหมของไทยยังได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและลดการพึ่งพาต่างประเทศ โดยมุ่งเป้าพัฒนาใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ยานพาหนะเพื่อความมั่นคง อุตสาหกรรมต่อเรือ อากาศยานไร้คนขับ และอาวุธและกระสุน พร้อมทั้งเชิญชวนเยอรมนีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเข้าร่วมงาน Defense & Security 2025 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น

ในด้านความร่วมมือพหุภาคี ไทยยินดีที่เยอรมนีได้รับสถานะประเทศผู้สังเกตการณ์ในคณะทำงานของอาเซียนด้านความมั่นคงไซเบอร์และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติในกรอบ ADMM-Plus ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างภูมิภาคอาเซียนและยุโรปในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...