โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาร์ป (Sharp) ปิดตำนานเจ้าเทคโนโลยีจอแอลซีดี ตัดใจขายโรงงานผลิตจอแอลซีดี (LCD) ในญี่ปุ่นให้ฟ็อกซ์คอนน์ของไต้หวัน ทีวีจีนตีและยึดตลาดทีวีในญี่ปุ่นเรียบร้อย

BTimes

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ชาร์ป(Sharp) บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่าได้ตัดสินใจขายโรงงานผลิตจอภาพประเภทแอลซีดี (LCD) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น จอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ที่เมืองคาเมยามะ อยู่ทางตะวันตกของจังหวัดมิเอะ โดยขายให้กับฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ซึ่ง เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ซัพพลายเออร์ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์ชื่อดังระดับโลกให้กับ แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งอยู่ในไต้หวัน สาเหตุจากตลาดและธุรกิจโทรทัศน์ในญี่ปุ่นแข่งขันอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจากประเทศจีน

โรงงานคาเมยามะของชาร์ป ถือเป็นโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีคุณภาพระดับสูงของโลกจนกระทั่งได้รับฉายาว่าคาเมยามะโมเดล นอกจากนี้ ยังเป็นโรงงานที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ชาร์ปมาอย่างยาวนาน

ย้อนกลับไปเมื่อ 15 พฤษภาคม 2024 ชาร์ป (Sharp) ประกาศยุติการผลิตจอภาพแอลซีดี (LCD) ภายในสิ้นเดือนกันยายนปี 2024 ที่โรงงานชาร์ปในเมืองซาไก โอซากา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งโรงงานดังกล่าวเป็นบริษัทในเครือของชาร์ปมีชื่อว่า ซาไก ดิสเพลย์ โปรดักส์ หรือเอสดีพี ผลิตจอภาพแอลซีดีใช้ในการประกอบกับโทรทัศน์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่ต้องใช้จอภาพแอลซีดีในสินค้าอื่นๆ

โรงงานเอสดีพีแห่งนี้เป็นโรงงานที่ผลิตจอภาพแอลซีดีสำหรับโทรทัศน์ การยุติการผลิตอย่างถาวรส่งผลให้ญี่ปุ่นไม่มีกำลังการผลิตจอภาพขนาดใหญ่อีกต่อไป นอกจากนี้ ชาร์ปได้ตัดสินใจตัดขายธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าเทคโนโลยี รวมทั้งธุรกิจผลิตชิ้นส่วนกล่องที่ใช้ในสมาร์ทโฟน และธุรกิจผลิตเซมมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในจอภาพ

สาเหตุจากตลาดจอภาพโทรทัศน์ระบบแอลซีดีชะลอตัว และตกต่ำต่อเนื่องในหลายปีผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านตลาดจอภาพโทรทัศน์แอลซีดี (LCD) มาเป็นจอภาพระบบโอแอลอีดี(OLED) ซึ่งใช้ในการผลิตจอสมาร์ทโฟน และแท็ปเล็ต โดยเฉพาะในรุ่นพรีเมี่ยม ทำให้ตลาดจอภาพแอลซีดีทรุดต่ำลง สงครามลดราคาโทรทัศน์เกิดขึ้นรุนแรงระหว่างแบรนด์โทรทัศน์จีนและเกาหลีใต้ ซึ่งกระทบถึงแบรนด์โทรทัศน์ญี่ปุ่น ทำให้ชาร์ปต้องตัดลดค่าใช้จ่ายในหน่วยธุรกิจดังกล่าว

การยุติผลิตในครั้งนี้ ชาร์ปกำลังพิจารณาจะโยกย้ายพนักงานสายวิศวกรของบริษัทในเครือมีชื่อว่าชาร์ป ดิสเพลย์ เทคโนโลยี ไปยังบริษัทผลิตไมโครชิปแห่งใหม่ที่อยู่ในเครือของกลุ่มโซนี่ กรุ๊ป ซึ่งมีการผลิตจอภาพขนาดเล็กและขนาดกลางสำหรับสมาร์ทโฟน

โรงงานเอสดีพีในเครือของบริษัทชาร์ปมีอายุมาถึง 15 ปี ด้วยการลงทุนมูลค่าราว 430,000 ล้านเยน หรือ 2,700 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 99,900 ล้านบาท ในช่วงกว่าทศวรรษผ่านมา ชาร์ปเผชิญกับผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่โดยเฉพาะสถานะการเงินในช่วงระหว่าง ปี 2012 ถึง 2016 ซึ่งมีสาเหตุมาจากบริษัทเอสดีพีมีผลประกอบการที่เลวร้าย ผลการดำเนินงานสิ้นสุดปีงบประมาณในเดือนมีนาคมที่ผ่านไป พบว่าบริษัทเอสดีพีมีผลขาดทุนในธุรกิจจอภาพแอลซีดีสูงถึง 188,400 ล้านเยน หรือ 44,274 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจจอภาพแอลซีดีของบริษัทชาร์ปมีผลประกอบการขาดทุนจากการดำเนินงานในช่วงระหว่าง เดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมในปีผ่านมาสูงถึง 49,400 ล้านเยน หรือกว่า 11,609 ล้านบาท ซึ่งเลวร้ายกว่าในช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้านั้นที่มีผลขาดทุน 22,100 ล้านเยน หรือกว่า 5,194 ล้านบาท ชาร์ป เปิดเผยต่อไปว่าจะปรับโครงสร้างธุรกิจและหันไปเน้นในตลาดพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ

ทั้งนี้ ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ซึ่ง เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ซัพพลายเออร์ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์ชื่อดังระดับโลกให้กับ แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งอยู่ในไต้หวัน และยังเป็นบริษัทแม่ของชาร์ป ได้ประกาศเข้าดำเนินกิจการโรงงานดังกล่าวต่อเนื่องโดยเปลี่ยนไปเป็นศูนย์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือศูนย์ข้อมูลเอไอของฟ็อกซ์คอนน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...