โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. คุมเช่าซื้อลีสซิ่งฯ หุ้นไฟแนนซ์ ใครรับผลกระทบมากสุด?

PostToday

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

หลังจากที่มีการออกประกาศ “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568” (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ) ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2568 และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2568 เป็นต้นไป

สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป

เดือน ก.ค.2568

  • ธปท. จัด focus group กับสมาคมที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมเช่าซื้อฯ สมาคม leasing

เดือน ส.ค.-ก.ย.2568

  • เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศ ธปท.เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแล
  • ผู้ประกอบธุรกิจเริ่มมารายงานตัวกับ ธปท. ผ่านเว็บไซต์ ธปท.

เดือน ต.ค.-พ.ย.2568

  • ธปท. ดำเนินการตามกระบวนการออกประกาศ ธปท.

เดือน ธ.ค.2568

  • พ.ร.ฎ. มีผลบังคับใช้ (2 ธ.ค.2568)
  • ประกาศ ธปท. มีผลบังคับใช้

ไตรมาส 1/2569

  • สิ้นสุดระยะเวลาการรายงานตัว

ย้อนกลับไปถึงที่มาและความจำเป็นในการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของ ธปท. เนื่องจากประชาชาชนใช้บริการเช่าซื้อและลีสซิ่งในวงกว้าง โดยข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนจำแนกตามวัตถุประสงค์ ณ เดือน ธ.ค.2567 ยอดธุรกรรมคงค้างสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10% ของยอดหนี้ครัวเรือนของประเทศ โดยประมาณ 1 ใน 3 ของยอดธุรกรรมคงค้างดังกล่าว เป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ

ประกอบกับจำนวนเรื่องร้องเรียนมายัง ธปท. ในเรื่องการให้บริการมีค่อนข้างสูง เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน, การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่สอดคล้องกับรายได้, ปัญหาค่าธรรมเนียม และปัญหายอดหนี้

โดยผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่เป็นธรรม และได้รับข้อมูลที่โปร่งใส เพียงพอต่อการตัดสินใจ และเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน และการบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับประโยชน์จากการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ แบ่งออกเป็น

ผู้ใช้บริการ

  • ได้รับบริการที่มีมาตรฐาน ราคาเหมาะสม ได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
  • มีข้อมูลเพียงพอเพื่อให้เลือกใช้บริการได้อย่างเหมาะสม

ผู้ประกอบธุรกิจ

  • ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
  • เพิ่มการแข่งขันที่เท่าเทียมจากการขยายกลุ่มผู้ให้บริการที่มาอยู่ภายใต้กำกับ

ระบบเศรษฐกิจการเงิน

  • หน่วยงานกำกับดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินได้ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อและลีสซิ่งฯ ได้แก่ นิติบุคคลที่ทำธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติ กำกับดูแลในลักษณะ activity-based ไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่มีกฎหมาย/หน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสหกรณ์แท็กซี่

ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อและลีสซิ่งฯ

รถยนต์ หมายถึง รถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
  • รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน
  • รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อ
  • รถยนต์บริการธุรกิจ
  • รถยนต์บริการทัศนาจร
  • รถยนต์บริการให้เช่า
  • รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

รถจักรยานยนต์

  • รถจักรยานยนต์
  • รถจักรยานยนต์สาธารณะ

การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ธปท. อาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ในการออกหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจและการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม, การดูแลเรื่องการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) เช่น การโฆษณา การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ เป็นต้น, การดูแลเรื่องการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) เช่น กระบวนการขายผลิตภัณฑ์ การดูแลข้อมูลลูกค้า และการแก้ไขจัดการเรื่องร้องเรียน เป็นต้น

นอกจากนี้ ธปท.จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแลการแจ้งเปลี่ยนแปลง และการขอผ่อนผันเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ การตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งกิจการ สินทรัพย์ หนี้สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสามารถสั่งให้แก้ไขการดำเนินงานในกรณีที่ธุรกิจไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่งฯ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรม หรือเอาเปรียบลูกค้า จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

ขณะที่หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ จะต้องมีการรายงานตัว, ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งการรายงานข้อมูลที่จำเป็น และจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ (โทษปรับ จำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ)

ด้านอัตราดอกเบี้ย ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดย “รถยนต์ใหม่” คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 10 % “รถยนต์มือสอง” คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% และ “รถจักรยานยนต์” คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 23%

อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะต้องมีการทบทวนทุก 3 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะครบ 3 ปี ในเดือน ต.ค.2568 ดังนั้นดอกเบี้ยในรอบใหม่จะเข้ามาอยู่ในการดูแลของ ธปท.

บล.กรุงศรี ระบุว่า จากการเข้ามากำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของ ธปท. เรายังคงมุมมองเดิมต่อกลุ่ม Bank ที่จะไม่ได้รับผลกระทบ จากธนาคารดำเนินภายใต้พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินอยู่แล้ว

ส่วนกลุ่ม Consumer Finance จะได้รับผลกระทบในการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อจะมีความเข้มงวดมากขึ้น เช่น หลักเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อ เป็นต้น

โดย Consumer Finance ที่มีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเรียงจากมากไปน้อย ดังนี้

  • SAWAD, THANI (29%)
  • MICRO (17%)
  • AEONTS (8%)
  • MTC (4%)
  • KTC (2%)

ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “NEUTRAL” (ราคาพื้นฐานสูงกว่าราคาตลาดไม่เกิน 5% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่เกิน 5%) ต่อกลุ่ม Bank คง KBANK (ราคาเป้าหมาย 170 บาท) และ KTB (ราคาเป้าหมาย 25 บาท) เป็น Top Pick และคงคำแนะนำ BULLISH (หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมได้รับคำแนะน า “Buy” หรือคำแนะนำเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกลุ่มอุตสาหกรรมคือ “Buy” และ “Trading Buy”) ต่อกลุ่ม Consumer Finance คง MTC (ราคาเป้าหมาย 58 บาท) เป็น Top Pick

ดังนั้น Consumer Finance ที่มีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาก มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบมากตามไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...