ทรัมป์ ไฟเขียวดีล U.S. Steel–Nippon พร้อม Golden Share ให้รัฐบาลสหรัฐคุมอำนาจ
ทรัมป์ ไฟเขียวดีล U.S. Steel-Nippon พร้อม Golden Share ให้รัฐบาลสหรัฐคุมอำนาจ พร้อมข้อผูกพันการลงทุน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2028
วันที่ 14 มิถุนายน 2568 เวลา 07.30 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เมื่อวันศุกร์ อนุมัติการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท U.S. Steel ของสหรัฐ กับบริษัท Nippon Steel ของญี่ปุ่น หลังทั้งสองบริษัทลงนามในข้อตกลงด้านความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับรัฐบาลสหรัฐ
U.S. Steel และ Nippon ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมอบ “Golden Share” ให้แก่รัฐบาลสหรัฐ พร้อมข้อผูกพันบางประการที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาล การผลิตภายในประเทศ และการค้า โดยทั้งสองบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่ารัฐบาลจะมีอำนาจอะไรภายใต้การถือครอง Golden Share นี้
“การอนุมัติด้านกฎระเบียบที่จำเป็นทั้งหมดได้รับแล้ว และการเป็นพันธมิตรกำลังจะเสร็จสิ้นในเร็ว ๆ นี้”ทั้งสองบริษัทกล่าวในแถลงการณ์
ข้อตกลงด้านความมั่นคงแห่งชาติกำหนดให้ Nippon ลงทุนใหม่ในสหรัฐ มูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2571โดยรวมถึงโครงการก่อสร้างใหม่ (greenfield project) ที่จะแล้วเสร็จหลังจากปี 2571
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า Golden Share จะมอบอำนาจควบคุมโดยสมบูรณ์ให้กับประธานาธิบดี โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่วุฒิสมาชิกเดฟ แมคคอร์มิก จากเพนซิลเวเนีย ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อเดือนก่อนว่า Golden Share จะเปิดทางให้รัฐบาลสามารถควบคุมที่นั่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทได้หลายตำแหน่ง
ทรัมป์เคยคัดค้านการขายกิจการของ U.S. Steel ให้ Nippon ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 โดยทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างแสดงจุดยืนปกป้องบริษัทสัญชาติอเมริกันจากคู่แข่งต่างชาติ
อย่างไรก็ตามหลังเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์เริ่มอ่อนท่าที และสั่งให้มีการทบทวนข้อตกลงอีกครั้งในเดือนเมษายน ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยสั่งระงับการขายกิจการดังกล่าวในช่วงปลายวาระ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง แม้ญี่ปุ่นจะเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ
ทรัมป์หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าการควบรวมกิจการหรือการเข้าซื้อกิจการ โดยเรียกข้อตกลงนี้ว่าความเป็นหุ้นส่วน ผ่านโพสต์ใน Truth Social เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม และย้ำว่า U.S. Steel จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐระหว่างการปราศรัยกับพนักงานโรงงานใกล้เมืองพิตต์สเบิร์กเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม
อย่างไรก็ตาม ในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันที่ 8 เมษายน U.S. Steel ระบุชัดเจนว่าจะกลายเป็บริษัทย่อยที่ Nippon North America เป็นเจ้าของทั้งหมด
ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงการควบรวมกิจการ ทำให้ถ้อยคำของทรัมป์ที่เรียกดีลนี้ว่า “หุ้นส่วน” สร้างความสับสนในหมู่นักลงทุนและผู้นำสหภาพแรงงาน
ทรัมป์กล่าวกับพนักงาน U.S. Steel ว่า Nippon จะเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม ขณะเดียวกันรัฐบาลของเขาก็กำลังเจรจาการค้ากับญี่ปุ่น โดยนักลงทุนเฝ้ารอว่าทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงที่เลี่ยงภาษีนำเข้าระดับสูงได้หรือไม่
ประธานาธิบดีเผยว่า Nippon ตกลงที่จะเดินเครื่องเตาหลอมเหล็ก (blast furnaces) ในสหรัฐต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี และไม่มีแผนเลิกจ้างงาน โดยเขารับรองว่าจะไม่มีการย้ายงานออกนอกประเทศพร้อมประกาศมอบโบนัส 5,000 ดอลลาร์ให้พนักงาน
ทรัมป์ยังประกาศว่าเขาได้เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 50% ในการกล่าวสุนทรพจน์กับคนงาน ซึ่งภาษีนี้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน
อ้างอิง : cnbc.com