ราคาทองวันนี้ (14 มิ.ย. 2568) เปิดตลาดขึ้น 50 บาท
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันเสาร์ที่ 14 มิ.ย. 2568 ประกาศราคาทองรอบเดียว เปิดตลาด ขึ้น 50 บาท YLG ชี้ทองคำระยะยาวแข็งแกร่ง ลุ้นทดสอบ 3,500 ดอลลาร์อีกครั้ง
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 52,450.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 52,550.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 51,407.56 บาท/บาททองคำ และขายออก 53,350.00 บาท/บาททองคำ
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 7,363 บาท
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 13,925 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 27,050 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 106,600 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 267,500 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 3,432.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 32.38 บาท/ดอลลาร์
YLG ชี้ทองคำระยะยาวแข็งแกร่ง ลุ้นทดสอบ 3,500 ดอลลาร์อีกครั้ง ขานรับสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด
โดยวายแอลจีชี้ระยะยาวทองคำยังไปได้ต่อหลังธนาคารกลางยุโรปเผยข้อมูลธนาคารกลางทั่วโลกให้น้ำหนักทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับสองเป็นรองเพียงเงินดอลลาร์สหรัฐ เหตุเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและกระจายความเสี่ยง พร้อมระบุประเทศกำลังพัฒนายังมีความต้องการทองคำสูง
พร้อมปัจจัยเร่งการปรับตัวขึ้นของราคาในระยะสั้น ในฐานะสินทรัยพ์ปลอดภัย ท่ามกลางตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดขึ้น หลังอิสราเอลได้ทำการโจมตีใส่ทางอิหร่านช่วงเช้าที่ผ่านมา
ปีนี้เป้าหมายแรกมองที่เดิม 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ระยะสั้นจะทรงตัวเหตุปีนี้ทำจุดสูงสุดใหม่ไปหลายรอบแล้ว พร้อมกับได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ส่งผลผันผวนระยะสั้น แต่ระยะสั้นเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้งขานรับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
แนะนักลงทุนระยะสั้นซื้อขายเก็งกำไรภายในกรอบ 3,354-3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ด้านทองไทยมีลุ้นเคลื่อนไหวในกรอบ 51,600-53,850 บาทต่อบาททองคำ พร้อมแนะสำหรับการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส เพิ่มโอกาสการลงทุนด้วยการใช้เงินลงทุน 10% ของมูลค่า
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรปได้รายงานข้อมูลด้านทุนสำรองสำหรับปี 2567 ที่พบว่าทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเป็นรองเพียงดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น โดย ณ สิ้นปี 2567 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 20% แซงหน้าเงินยูโรที่มีสัดส่วน 16% เป็นรองเพียงเงินดอลลาร์ที่มีสัดส่วน 46.0% ซึ่งสัดส่วนทองคำดังกล่าว นับว่าเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนเฉลี่ยที่ 10% ในช่วงระหว่างปี 2553-2562 สวนทางกับเงินดอลลาร์และเงินยูโร ที่ถูกลดสัดส่วนในทุนสำรองลง
รายงานนี้ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดทองคำ เนื่องจากแสดงถึงการให้ความสำคัญของทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกในฐานะทุนสำรองฯ ซึ่งสามารถป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและเพื่อกระจายความเสี่ยงในการถือครอง อย่างไรก็ดีธนาคารกลางยุโรปยังระบุว่า ทองคำมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะประเทศที่กังวลเกี่ยวกับการคว่ำบาตรและการลดบทบาทของสกุลเงินหลักในระบบการเงินระหว่างประเทศ จากข้อมูลนี้จึงมองว่าความต้องการของธนาคารกลางหลายแห่งจะยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่านักวิเคราะห์จากต่างประเทศจะระบุว่าความต้องการของธนาคารกลางอาจจะมีกำลังลดน้อยลงเนื่องจากบางแห่งสะสมไว้จนใกล้เต็มเพดาน แต่ก็จะยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องจากหลายๆชาติแม้จะไม่หวือหวาเช่นในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ราคาทองคำได้ปัจจัยความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญระหว่างอิสราเอล-อิหร่านเข้ามาสนับสนุนและเพิ่มความหวือหวาในระยะสั้นอีกครั้ง โดยเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่ากองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อโครงการนิวเคลียร์และฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามเหล่านี้ ซึ่งอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลได้ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นกรณีพิเศษ" เนื่องมาจากการที่อิสราเอล "โจมตีอิหร่านแบบชิงลงมือก่อน (pre-emptive strike)” ซึ่งถือเป็นวิธีการป้องกันตนเองรูปแบบหนึ่ง
การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ โมฮัมหมัด ฮอสเซน บาเกรี เสนาธิการทหารสูงสุดของกองทัพอิหร่าน ฮอสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และ โกแลม-อาลี ราชิด ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางกาตัม อัล-อันบียา ของอิหร่านได้เสียชีวิต ซึ่งทำให้อิหร่านเตรียมจะตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลอย่างรุนแรงและเด็ดขาด และเจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่ารายละเอียดการตอบโต้ของอิหร่านนั้น กำลังอยู่ระหว่างการหารือในระดับสูงสุด
ทั้งนี้ในระยะสั้นราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยเป็นการปรับลดลงหลังจากที่ได้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่หลายรอบในปีนี้ แต่ประเด็นการตั้งกำแพงภาษีการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่มีความชัดเจนก็ได้ส่งผลกระทบให้ราคาทองคำผันผวน ขณะที่ประเด็นความตึงเครียดอิวราเอล-อิหร่าน ทำให้ทองคำเริ่มเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยมองว่าทองคำยังมีโอกาสไปต่อได้ในระยะยาวทั้งจากปัจจัยการสะสมของธนาคารกลาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดย YLG ยังคงเป้าหมายทองคำของปีนี้ไว้ที่ 3,500 – 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับคำแนะนำการลงทุนทองคำ ในระยะสั้นมองว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 3,354-3,377 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้าน 3,467-3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ส่วนทองคำในประเทศ มองว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 51,600-51,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่กรอบแนวต้าน 53,350-53,850 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาทระดับ 33.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)
ส่วนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สแนะนำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นทท. ตลาดระยะใกล้แผ่ว ! “จีน-มาเลเซีย” ลดลง
ข้อควรรู้ ! “เงินเฟ้อ” เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจอย่างไร?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาทองวันนี้ (14 มิ.ย. 2568) เปิดตลาดขึ้น 50 บาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com