โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไทย’ หวั่นต้นทุนแซงเวียดนาม ลุ้นสหรัฐเคาะภาษีนำเข้าต่ำกว่า 20%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.55 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.15 น.

สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้ากับเวียดนามสำเร็จ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยข้อตกลงการค้ากับเวียดนามที่ได้ข้อสรุปก่อนเส้นตายในยสัปดาห์หน้าหลังจากเจรจาอย่างเข้มข้นกันมาหลายรอบ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน ประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2568) ตามเวลาสหรัฐว่า เวียดนามจะถูกสหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 20% สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐและ 40% สำหรับสินค้าประเทศอื่นที่ถือว่าส่งออกผ่านประเทศเวียดนาขณะเดียวกันเวียดนามจะยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าของสินค้าสหรัฐทั้งหมด

สำหรับข้อตกลงกับเวียดนามเป็นข้อตกลงที่ 3 ต่อจากสหราชอาณาจักรและจีน เพราะคู่ค้าเร่งทำข้อตกลงกับสหรัฐก่อนเส้นตายวันที่ 9 ก.ค.2568 โดยทรัมป์กำหนดอัตราภาษีนำเข้าจากเวียดนาม 46% เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ช่วงต้นเดือน เม.ย.ซึ่งเรียกเก็บจากหลายสิบประเทศ แต่ต่อมาได้ปรับลดเหลือ 10% เพื่อให้สำหรับการเจรจา

เวียดนามเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาลทรัมป์ เพราะที่ปรึกษาระดับสูงของประธานาธิบดีบางคนมองว่าเวียดนามเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพยายามคานอำนาจจีนในเอเชีย ขณะเดียวกันเวียดนามกลายมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าหลักสำหรับผู้บริโภคอเมริกัน

ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่ปีการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังตลาดสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะผู้ผลิตย้ายฐานจากจีนไปเวียดนาม เวียดนามเป็นซัพพลายเออร์สิ่งทอ และชุดกีฬารายใหญ่ โดยมีโรงงานสำหรับบริษัทต่างๆ เช่น Nike , Gap และ Lululemon Athletica

ตามข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากร เวียดนามเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่อันดับ 6 ในการนำเข้าสินค้าของสหรัฐเมื่อปี 2567 ส่งสินค้ามูลค่าเกือบ 137,000 ล้านดอลลาร์ โดยเวียดนามเกินดุลการค้ากับสหรัฐอันดับ 3 รองจากจีนและเม็กซิโก โดยการส่งออกเดือน พ.ค.พุ่งขึ้น 35% เพราะพยายามส่งสินค้าขึ้นเรือให้เร็วสุดก่อนถึงกำหนดเส้นตาย

สรท.ห่วงต้นทุนสินค้าเวียดนามต่ำกว่า

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การที่เวียดนามปิดดีลภาษีสหรัฐได้ โดยสินค้าส่งออกไปสหรัฐถูกเก็บ 20% มีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบแต่ไม่ได้ผลดีสำหรับไทย โดยโอกาสที่ไทยจะปิดตัวเลขที่ 20% ก็มีเหมือนกัน

สำหรับประเด็นที่ไทยได้เปรียบ คือ การที่ไทยเร่งแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์ส่งออกไปสหรัฐ ทำให้สหรัฐเห็นว่าไทยจริงใจแก้ปัญหาไม่ให้ประเทศอื่นมาสวมแหล่งกำเนิดเป็นสินค้าไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐ โดยถ้าทีมเจรจาไทยใช้ประเด็นนี้ต่อรองก็มีโอกาสที่ไทยจะปิดดีลตัวเลขได้ต่ำกว่า 20% ซึ่งมูลค่าการส่งออกที่ลดลงจากการเข้มงวดเรื่องนี้อาจต้องนำม่เปรียบเทียบกับเวียดนามที่ไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ

ทั้งนี้การที่สินค้าเวียดนามถูกเก็บภาษีที่ 20% เพราะเปิดให้สหรัฐหมด โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐภาษี 0% ซึ่งไทยทำไม่ได้ เพราะต้องปกป้องการผลิตในประเทศ โดยอาจทำให้ไทยเสียเปรียบเวียดนามในการต่อรองกับสหรัฐ

“เวียดนามเก่งมากที่ปิดดีลได้ 20 % ซึ่งไทยจะเสียเปรียบหากได้ 20% เพราะต้นทุนการผลิตสินค้าต่ำกว่าไทยมาก ดังนั้นเวียดนามได้เปรียบไทยในการส่งออกสินค้าเดียวกันไปสหรัฐ ดังนั้นเราหวังว่าทีมเจรจาจะเจรจาและปิดดีลได้น้อยกว่าเวียดนาม” นายธนากร กล่าว

ชี้ไทยต้องได้ภาษีต่ำกว่าเวียดนาม

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกิตติมศักดิ์ สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐและเวียดนามกระทบนักลงทุนไทยที่ลงทุนในเวียดนาม แต่จะกระทบแค่ไหนต้องประเมินผลการเจรจาของประเทศอื่น เช่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย

รวมทั้งการสรุปภาษีเวียดนามครั้งนี้ทำให้ความหวังที่ไทยจะได้อัตราภาษี 10% หรือต่ำกว่า 20% ยากขึ้นแม้เวียดนามไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเลย แต่สหรัฐยังเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนาม 20%

ทั้งนี้ หากสหรัฐเก็บภาษีไทยเท่ากับเวียดนามก็ทำให้ไทยเสียเปรียบเพราะต้นทุนการผลิตเวียดนามถูกกว่าไทย 5-10% ดังนั้น ข้อสรุปที่ดีที่สุดต้องเจรจาภาษีในระดับที่ต่ำกว่าเวียดนาม แต่โอกาสเป็นไปได้น้อย เพราะเวียดนามยอมแลกภาษี 0% เพื่อไม่ให้ถูกเก็บภาษี 46% เพราะหากเก็บอัตราดังกล่าวจะกระทบเวียดนามมาก

“รัฐบาลเวียดนามทำงานเร็ว ขณะที่ไทยมีขั้นตอนมากและช้า การตัดสินใจมีเงื่อนไขมากกว่าเวียดนาม และการที่ไทยจะไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐหรือภาษี 0% โอกาสเป็นไปได้ยาก” นายสนั่น กล่าว

นอกจากนี้ มีการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจเวียดนาม กรณีสหรัฐเก็บภาษีเวียดนามอัตรา 20% กระทบต่อจีดีพี 1% แต่หากเก็บอัตรา 40% จะกระทบจีดีพี 2.0-2.5%

มั่นใจไทยโดนภาษีต่ำกว่าเวียดนาม

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย กล่าวว่า เวียดนามเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ปิดดีลกับสหรัฐ ซึ่งอัตราภาษี 20% จะเป็นบรรทัดฐานให้ประเทศอื่นที่เจรจากับสหรัฐ โดยขณะนี้ยังไม่รู้ว่ารายละเอียดผลการเจรจาหรือข้อเสนอของเวียดนามนอกจากอัตราภาษีที่สหรัฐลดลงมาเหลือ 20%

ดังนั้น ต้องติดตามผลการเจรจาของไทยจะปิดดีลอัตราภาษีตอบโต้เท่าไร 2 ส่วน คือ

1.ข้อสรุปอัตราภาษีของไทยเท่ากับเวียดนามจะทำให้การส่งออกของไทยไปเวียดนามยังไปได้

2.ข้อสรุปอัตราภาษีของไทยที่สูงกว่าแต่ไม่มากจะยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

ทั้งนี้ ไทยยื่นข้อเสนอไป 5 ข้อ ก่อนหน้านี้ และต้องดูว่าทีมเจรจาของนายพิชัย จะมีข้อเสนออื่นเพิ่มอย่างไร ซึ่งมั่นใจว่าอัตราภาษีของไทยที่ถูกสหรัฐเก็บไม่น่าจะมากกว่าเวียดนาม โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐเคยพูดว่าข้อเสนอของไทยน่าสนใจ

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่อัตราภาษีของไทยน้อยกว่าเวียดนาม โดยดูจากมูลค่าดุลการค้าที่เวียดนามได้ดุลการค้ามากกว่าไทย อีกทั้งไทยจริงใจแก้ปัญหาการสวมสิทธิสินค้าส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วระหว่างที่เจรจากับสหรัฐ

มองดีลเวียดนามเฉลยข้อสอบให้ไทย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐและเวียดนามเป็นการ “เฉลยข้อสอบ” ให้ทีมไทยแลนด์ที่นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งไทยจัดในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจคล้ายเวียดนามจึงอาจเผชิญมาตรการภาษีแบบเดียวกัน

ทั้งนี้ ไทยอยู่ช่วงเริ่มต้นเริ่มเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 แบบตัวต่อตัวครั้งแรกหลังจากประชุมรูปแบบออนไลน์ ดังนั้น การที่สหรัฐได้ข้อสรุปกับเวียดนามก่อน เพราะเวียดนามเจรจากับสหรัฐก่อนไทย

“หากเวียดนามลดภาษีลงจากเดิม 46% เหลือ 20% น่าจะเจรจาให้ภาษีสินค้าไทยลดลงมาอยู่ที่ 15% ถือเป็นตัวเลขพอแข่งขันได้ ส่วนภาษีกรณีการสวมสิทธิ์ที่เวียดนามโดน 40% อาจต่อรองให้อยู่ที่ 30% หากคิดสัดส่วนอ้างอิงเดียวกัน หรือไม่อาจโดนเก็บที่ 40% เท่าเวียดนาม เพราะสหรัฐตรวจสอบเข้มงวดรายอุตสาหกรรมเพื่อสกัดกั้นประเทศคู่แข่ง” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า การสวมสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐกระทบการส่งออกไปสหรัฐ และทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมกว่าครึ่งหนึ่งของ 47 กลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ ส.อ.ท.ได้รับผลกระทบรุนแรง หากปล่อยไว้เช่นนี้จะทำให้อุตสาหกรรมและ SME ของไทยอ่อนแอลงและอาจต้องปิดกิจการ

“ดับลิวเอชเอ”ชี้หนุนลงทุนเวียดนาม

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การที่สหรัฐปิดดีลเจรจาภาษีกับเสียดนามเรียบร้อยแล้วนั้น ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมที่เวียดนามน่าจะดีขึ้นจากเดิมที่โดนเก็บภาษีนำเข้า 46% เหลือ 20% เพราะในช่วงแรกลูกค้ายังงงอยู่ที่เพราะคาดว่าน่าจะต่ำกว่าที่ได้ประกาศครั้งแรก

สำหรับการเจรจาของไทยเท่าที่ติดตามข่าวอาจจะอยู่ที่ 18% จาก 36% และคาดว่าจะต่อรองให้ได้ 10% ซึ่งก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าอะไรก็ตามถ้าไทยโดนภาษีที่ต่ำกว่าเวียดนามหรือไม่สูงกว่าเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศไทยเพราะว่า จากการที่สหรัฐได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าครั้งแรกในไทยได้มีการเซอร์เวย์ลูกค้าที่ปัจจุบันมีการส่งออกไปสหรัฐอสูง โดยลูกค้า 70% มองว่าหากไทยโดนภาษีที่ 10% ก็ยังรับได้ ส่วนลูกค้าอีก 30% มองว่าถ้าไม่เกิน 20% ก็รับได้ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องดู

“หากไทยโดนเก็บภาษีนำเข้าที่ 18% ตามที่หลายคนมองหรือต่ำกว่านี้ก็น่าสนใจ ซึ่งขอให้ต่ำกว่าเวียดนามเข้าไว้ ส่วนการที่เวียดนามจะเป็นประเทศคู่แข่งกับไทยก็ไม่ใช่ direct เสมอไปเพราะปัจจุบันการที่จะลงทุนประเทศไหนอยู่ที่ว่าอุตสาหกรรมนั้นต้องการอะไร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...