โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เปลี่ยนประเทศไทยด้วยข้อมูล เจาะลึกแผน “Big Data และ AI”

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.56 น. • เดลินิวส์
ปัจจุบันเรื่อง “Big Data” หรือ “ข้อมูลขนาดใหญ่” กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมหาศาล สามารถ….

ปัจจุบันเรื่อง “Big Data” หรือ “ข้อมูลขนาดใหญ่” กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมหาศาล สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ได้ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน

สำหรับประเทศไทย กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ให้รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล อย่างบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ผ่านการผลักดันแผนยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

โดยมีสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บีดีไอ(BDI) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเป็นองค์กรรัฐในการขับเคลื่อนข้อมูลของประเทศ ให้เป็นรูปธรรม คือ การทำให้ข้อมูลจากทุกภาคส่วน ไม่เพียงแค่ถูกจัดเก็บอย่างมีระบบ แต่สามารถนำไปใช้งานได้จริง เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบาย ยกระดับบริการสาธารณะ และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

“ธีรณี อจลากุล” ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บีดีไอ บอกว่า จัดตั้งขึ้นมาครบ 2 ปี ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Big Data และ AI จะผ่าน 3 แกนหลัก คือ 1.แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) 2. ThaiLLM โครงสร้างพื้นฐาน AI ภาษาไทยแบบโอเพนซอร์ส และ 3.การพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม พลิกโฉมหน่วยงานรัฐ สู่ระบบที่ใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ผอ.บีดีไอ บอกถึงการพัฒนา โครงการ แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู) (Data Integration and Intelligence Platform (D-II)) ว่า D-II ไม่ได้เป็นการสร้างระบบข้อมูลขึ้นมาใหม่ แต่ทำหน้าที่บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่แล้วจากหลายภาคส่วนของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลบนแพลตฟอร์มโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ บีดีไอ เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “Data-Driven Nation” อย่างแท้จริง

“เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ คือ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ผ่านบริการสำคัญ อาทิ การสร้างถนนทางเทคโนโลยีของข้อมูล หรือ Data Linkage Engine เพื่อรองรับการเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกับ D-II Data Catalog ระบบบัญชีข้อมูล และ D-II Analytics Services ทั้งที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้เครือข่ายของถนนพร้อมรับการเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลจากประตูของหน่วยงานฯ นอกจากนี้ยังมี Dashboard and Analytics Tools ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงที่ถูกเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบฯ รวมถึง Central Hashing กระบวนการแทนค่าข้อมูลสำคัญ โดยที่ไม่สามารถถอดรหัสหรือกระทำการใดๆ เพื่อที่จะกลับไปยังข้อมูลต้นฉบับได้หากไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการปกป้องข้อมูลตามกฎหมายฯ”

ส่วนการพัฒนา “ ThaiLLM หรือ Thai Large Language Model “ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย แบบ Open Source/Open License นั้น ทาง ผอ.บีดีไอ บอกว่า โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(กองทุนดีอีฉ โดยทาง บีดีไอ ได้ร่วมมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ThaiLLM

“โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือกับหน่วยงานผู้นำด้าน AI ของประเทศไทย ที่รวมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ภาษาไทย ที่เข้าใจบริบทของภาษาและวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนักเทคโนโลยี สามารถนำไปใช้งานและต่อยอดได้อย่างกว้างขวาง”

โดยปัจจุบันโครงการ ThaiLLM ดำเนินการมาแล้ว 3 เดือน สามารถรวบรวมข้อมูลภาษาไทยจากกระทรวงดีอี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเอกสารที่หอสมุดแห่งชาติเป็นผู้ถือสิทธิ์ได้แล้วเสร็จ รวมถึงมีการพัฒนาและใช้งาน ThaiLLM Data Bank ซึ่งมีปริมาณข้อมูลภาษาไทยมากกว่า 245 GB และดำเนินการให้อยู่ในรูปแบบของโทเคนได้ประมาณ 55 ล้านล้านโทเคน หรือคิดเป็น 55% ของปริมาณเป้าหมายเพื่อทำการพัฒนาโมเดลขนาดเล็ก และขนาดกลางเบื้องต้น

ส่วนการพัฒนากำลังคนด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ นั้น ทาง “ธีรณี อจลากุล” บอกว่า ได้มีการออกแบบร่างหลักสูตร เรียนรู้ด้าน AI และ LLM เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรไทยให้สามารถเข้าใจ ออกแบบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกผ่านการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเน้นการเรียนการสอน และการประเมินทักษะแบบ Micro-Credentials เพื่อปูรากฐานให้เข้าใจถึงประโยชน์ของการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

“โครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย (Thai AI Collaboration) และสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศ (AI Ecosystem) ให้เข้มแข็งตามแนวทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในที่ประชุมคณะกรรมการ AI แห่งชาติ หรือ บอร์ด AI แห่งชาติ ซึ่งจะสามารถช่วยให้ประเทศไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน ผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาคด้าน AI”

“ธีรณี อจลากุล” บอกอีกว่า ทาง บีดีไอยังให้ความสำคัญกับการออกแบบกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือหลักในการลดอุปสรรคด้านการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และระหว่างรัฐกับเอกชน โดยมีกลไกกลางที่ชัดเจน มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย และมีเอกสารแม่แบบรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล (Data Governance)

สุดท้ายแล้วหวังว่า การขับเคลื่อน “Big Data” และ AI” ผ่าน 3 แกนหลัก ดังกล่าว จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเต็มศักยภาพ สร้างความเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

จิราวัฒน์ จารุพันธ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...