โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

บ้านสมเด็จโพลล์ เผยแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ได้คะแนนไล่เลี่ยกัน

77kaoded

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2565 เวลา 10.10 น. • 77 ข่าวเด็ด

โพลจาก ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ชี้ ประชาชน 32.2% คิดว่ายังไม่มีบุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ขณะที่คะแนนแคนดิเดตแต่ละคนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนสเปกผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่อยากได้ คือ "มีความซื่อสัตย์โปร่งใส"

วันนี้ (13 มีนาคม 2565) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,143 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 5-9 มีนาคม 2565 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คน ต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะเป็นเสียงสะท้อนของคนกรุงเทพมหานครในด้านปัญหาต่าง ๆ โดยผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. กำหนดนโยบายและบริหารราชการของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามกฎหมาย
2. สั่ง อนุญาต อนุมัติ เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร
3. แต่งตั้งและถอดถอน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่งตั้งและถอดถอนผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือเป็นคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติราชการใดๆ
4. บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย
5. วางระเบียบเพื่อให้งานของกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
6. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และกฎหมายอื่นๆ

ในส่วนของของสภากรุงเทพมหานคร เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบในการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และมีอำนาจตรวจสอบติดตามการบริหารของฝ่ายบริหาร ด้วยการตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ เปิดอภิปรายทั่วไป และโดยเฉพาะการทำหน้าที่ผ่านคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร

ซึ่งผลการสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์:

  • เพศชาย 48.3% และเพศหญิง 51.7%
  • อายุ ต่ำกว่า 20 ปี % 0.8%, 20 – 25 ปี 7.6%, 26 – 30 ปี % 16.5 31 – 35 ปี % 23.1, 36 – 40 ปี 23.7%, 41 - 45 ปี 16.3%, 46 - 50 ปี 9.7% และมากกว่า 50 ปี 2.2%
  • อาชีพ นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา 7.1%, ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 22.2%, พนักงานบริษัทเอกชน 26.2%, พ่อค้า/แม่ค้า 14.6%, แม่บ้าน/พ่อบ้าน 12% และรับจ้างทั่วไป 17.9%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยากได้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มีคุณสมบัติ "มีความซื่อสัตย์โปร่งใส" มากที่สุด 26.2%, อันดับที่ 2 คือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ 16.5%, อันดับที่ 3 คือมีความขยันทุ่มเทในการทำงาน 16.2%, อันดับที่ 4 คือมีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม 13% และอันดับที่ 5 คือมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 10.2%

ส่วนคุณสมบัติสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่อยากได้มากที่สุด คือ "มีความซื่อสัตย์โปร่งใส" มากที่สุด 29.6%, อันดับ 2 คือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน 20.1%, อันดับ 3 คือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม 14.3%, อันดับ 4 คือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ 13.9% และ อันดับ 5 คือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว 8.4%

ในส่วนของนโยบายที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ให้ความสำคัญ อันดับที่ 1 คือ ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต 27.4%, อันดับที่ 2 คือด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาเมือง 15.9%, อันดับที่ 3 คือด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม 14.7%, อันดับที่ 4 คือ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ 14% และอันดับที่ 5 คือ ด้านการจราจรและขนส่งมวลชน 12.3%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับ 1 คือ ปัญหาการคอรัปชั่น 33.3%, อันดับ 2 คือ ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย 12.8%, อันดับ 3 คือ ปัญหาสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมาย 10.6%, อันดับ 4 คือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 10.1% และ อันดับ 5 คือ ปัญหาการจัดการน้ำเสีย 9.7%

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. คือ จากกลุ่มหรือพรรคการเมือง 35.2%, รองลงมา คือ ตัวผู้สมัคร 32.5% และนโยบายการพัฒนา กทม. 32.3%

คิดว่าการเลือกผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ควรมาจากกลุ่มหรือพรรคการเมืองเดียวกัน 30.9% ไม่มาจากกลุ่มหรือพรรคการเมืองเดียวกัน 30.1% และยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไรมากที่สุด 39.0%

เมื่อถามว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากที่สุด ประชาชนระบุดังนี้

  • อันดับ 1 คือ ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม 32.2%
  • อันดับ 2 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 16.2%
  • อันดับ 3 คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง 15.1%
  • อันดับ 4 คือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร 12.3%
  • อันดับ 5 คือ นางสาวรสนา โตสิตระกูล 11.9%

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...