โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ไม่ขอยอมความ! ยาย น.ร.หญิงถูกรุมทำร้าย แจ้งเอาผิดถึงที่สุด โผล่อีกคลิปตบโรงเรียนเดิม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 มี.ค. 2567 เวลา 12.55 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2567 เวลา 12.55 น.

ใครว่าจบด้วยดี ยายเด็กสมาธิสั้น แจ้งความขอดำเนินคดีถึงที่สุด ด้าน รองเลขาฯ สพฐ. ลงพื้นที่ ขณะที่คลิปตบสนั่นโผล่อีกคลิปที่โรงเรียนเดิม

ความรุนแรงในโรงเรียนยังไม่จบ หลังโซเชียลแชร์คลิปพาพเหตุการณ์ ทำร้ายร่างกายอีกคลิป เป็นคลิปล่าสุด ซึ่งโรงเรียนก็คือโรงเรียนเดิม ในพื้นที่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม รองเลขา สพฐ. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ด้านยายนักเรียนที่ถูกกระทำ แจ้งความดำเนินคดีเอาเรื่องที่ให้ถึงที่สุด

ไล่เรียงไปที่เหตุการณ์แรก ที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นภาพนักเรียนเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ป.5 จำนวน 3-4 คน ยืนรุมล้อมเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.5 เช่นเดียวกัน โดยน้องคนนี้เป็นเด็กสมาธิสั้น ประเภทพัฒนาการช้า แต่อยู่คนละห้องกับกลุ่มเด็กที่มารุมทำร้าย สาเหตุเพราะน้องที่ถูกทำร้ายได้มาตามหาปากกาลบคำผิดที่เพื่อนยืมไป แต่ว่าไม่ได้ของคืน จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันและด่าทอกันไปถึงบุพการี จนเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ซึ่งในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม ทางโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดเหตุที่ปรากฏในคลิปได้เรียกทั้งกลุ่มเด็กที่กระทำ และเด็กที่ถูกกระทำมาพบและพุดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมีนายอำเภอนาดูน ผอ.โรงเรียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอนาดูน และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.มหาสารคาม มาร่วมพูดคุยปรับความเข้าใจกัน

โดยเด็กหญิงที่ถูกเพื่อนทำร้าย นั้นเป็นเด็กมีอาการสมาธิสั้น ประเภทการเรียนรู้ช้า ซึ่งสาเหตุมาจากน้องผู้หญิงที่ถูกทำร้าย ได้มาตามหาปากกาลบคำผิด แต่พวกกลุ่มเด็กอีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้เอาไป จึงเกิดการทะเลาะวิวาท และด่าทอถึงบุพการี จนเกิดการทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งในการพูดคุยเจรจาและปรับความเข้าใจกัน ตลอดจนขอโทษกันและกันและให้ผู้ปกครองไปช่วยดูแลพฤติกรรมและเยียวยาเด็กที่ถูกทำร้ายอย่างใกล้ชิด โดยมีภาพเผยแพร่ภาพนิ่ง เป็นภาพเด็กนักเรียนหันหลังให้กล้อง แล้วยกมือไหว้ ขอโทษทางผู้ปกครอง และคณะครู

แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา มีการแชร์คลิปการทำร้ายร่างกายกันในโรงเรียนอีกครั้ง ผ่านทางโซเชียลซึ่งจากข้อมูลพบว่าสถานที่และนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาวิวาท เป็นโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีอีกครั้ง เป็นโรงเรีนเดิม ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นการทำร้ายกันในห้องน้ำหญิง

โดยในคลิป ปรากฎภาพนักเรียนเสื้อสีส้มได้ลงมือทำร้ายนักเรียนที่ใส่เสื้อสีเขียว ที่บริเวณในห้องน้ำ โดยมีนักเรียนคนอื่นๆต่างก็ยืนดู ยืนมองอยู่ โดยที่นักเรียนเสื้อสีเขียว ไม่ได้มีการตอบโต้ หรือสู้กลับ มีการส่งเสียงกันในคลิปบอกให้คนที่ถูกตีนั้นสู้กลับ จะให้ถูกตุ๊บ ตุ๊บ อยู่ฝั่งเดียวไม่ได้ ตีให้มันแล้วๆไป ยังไงก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ที่โรงเรียนอีกครั้ง สอบถาม นายประสาท ราชจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ทั้งนี้หลังจากที่ปรากฏคลิปอีกคลิปหนึ่ง ที่ปรากฏภาพนักเรียนมีการทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้น ก็พบว่าเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าการใช้สื่อตรงนี้เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งปัจจุบันการโพสต์คลิปพวกนี้ก็เป็นการหารายได้ประเภทหนึ่ง เห็นผู้ปกครองทำคลิปสร้างรายได้อะไรต่างๆ ก็เลยอยากจะลองดูเป็นการเลียนแบบของสังคม ที่ทำให้มียอดไลค์ ยอดแชร์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับในส่วนโรงเรียนก็จะหามาตรการ ดูแลพฤติกรรมเด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิด ให้มากยิ่งขึ้น กำชับครูประจำชั้นให้จับตาดู หากเกิดความขัดแย้งระหว่างนักเรียนให้เร่งพูดคุยและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอีก นอกจากนี้จะมีการอบรมนักเรียนในโรงเรียนให้รู้จักถึงประโยชน์และโทษของโซเชียล และรู้ถึงความเหมาะสมของข้อมูลที่จะอัพโหลดหรือเผยแพร่ ในสื่อสังคม Social ต่างๆ

โดยรายงานข่าวแจ้งว่าในวันนี้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะลงพื้นที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับทางโรงเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่ หน่วยงานในสังกัดส.พ.ป.มหาสารคาม เขต 2, กรมกิจการเด็ก สนง.พมจ.มค. , จนท.รพ.นาดูน และคณะกรรมการสถานศึกษา เข้าร่วมหารือ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

โดย นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผอ.โรงเรียนและคุณครูทั้ง 17 คน ต้องมีการวางมาตรการดูแลนักเรียนปกติและนักเรียนที่เป็นเด็กพิเศษใหม่ทั้งหมด โดยจะต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในลักษณะนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องชี้แจงให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้าใจถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลาน จะต้องร่วมกันที่จะทำให้เด็กนักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่จะทำให้มองว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำและอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำ

ส่วนการดูแลนักเรียนจะแยกเป็นดูแลนักเรียนที่ถูกทำร้าย จะมีการเยียวยาจิตใจและจัดให้มีการเรียนการสอนอีกรู้แบบหนึ่งที่เหมาะสม ส่วนนักเรียนที่ทำร้ายเพื่อน มีพฤติกรรมรุนแรงจะอบรมและดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้ปกครอง และสุดท้ายคือกลุ่มกองเชียร์ หรือผู้อยู่ในเหตุการณ์จะต้องมีการให้ความรู้ไม่เห็นความรุนแรงเป็นเรื่องปกติและช่วยยับยั้ง

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าคลิปทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีอยู่ในโรงเรียน ดังนั้นคุณครูและ ผอ.โรงเรียน ต่างไม่อยากให้เกิดขึ้นและรู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งจะให้ทางโรงเรียนได้แจ้งข้อมูลการดูแลนักเรียนขณะนั้นโดยละเลียดอีกที และรายงานว่ากระบวนแก้ไขปัญหาหรือแนวทางต่างๆ ที่จะปรับเปลี่ยนเข้ามาที่กระทรวงฯ อีกด้วย

สำหรับการลงโทษนักเรียน ต้องเข้าใจว่าเวลาที่เราจะลงโทษอะไรนักเรียนต้องมีการคุยกันก่อน แล้วหาต้นตอของสาเหตุที่ชัดเจน รวมถึงเบื้องลึกของพฤติกรรมของเด็กคนนี้อยู่ในครอบครัวแบบไหน เราจะคุยแล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขา ต้องดูความเหมาะสม เพราะอาจเป็นแผลระยะยาวที่จะตามมาได้ จึงจะให้พวกนักจิตวิทยา และสหวิชาชีพมาช่วยกัน แต่สิ่งที่สำคัญ ตอนนี้เราต้องดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนนักเรียนทุกฝ่ายก่อน

ขณะเดียวกันจากข่าวก่อนหน้านี้ ที่ออกมาว่า จบกันด้วยดีนั้น ต่อมานักข่าวได้รับการติดต่อจากยายของเด็กนักเรียนผู้เสียหายว่า ไม่ใช่ตามที่เป็นข่าวออกไปก่อนหน้า ยายในฐานะผู้ปกครอง อยากที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.นาดูน ไว้แล้ว เพราะเมื่อเห็นคลิปแล้วรู้สึกว่าทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้

นักข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่หมู่บ้านหนึ่ง ในตำบลหัวดง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นบ้านของเด็กที่ถูกทำร้ายในคลิป พบกับ นางทองส่วน อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นยายของเด็กที่ถูกทำร้าย ที่มีอาการสมาธิสั้น ที่ถูกกลุ่มเพื่อนรุมทำลาย กล่าวว่า วันที่หลานสาวถูกทำร้ายร่างกาย ตนเองไม่ทราบเรื่อง เพราะกลับมาบ้านตนเย็นก็เห็นหลานนิ่งเงียบ มีอาการซึมและไม่ยอมกินข้าว เอาแต่นอน พอตอนเช้าไปโรงเรียนก็มีอาการหวาดกลัว ตนก็รู้สึกแปลกใจแต่ยังไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ต่อมาได้รับการติดต่อจากทางโรงเรียนว่ามีเรื่องกัน ก็ไปที่โรงเรียนมีการพูดคุยขอโทษกัน แต่ตอนนั้นตนเองยังไม่เห็นคลิป ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรรุนแรง จนกระทั่งเมื่อมาเห็นคลิปที่หลานตนถูกกลุ่มเพื่อนรุมทำร้ายร่างกายทั้งตบ เตะ จับร่างกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ก็รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าหลานจะถูกกระทำรุนแรงขนาดนี้ หลานของตนไม่ใช่เด็กออทิสติก แต่เป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า

ซึ่งในวันที่โรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่าย ทางโรงเรียนได้เป็นฝ่ายให้ข้อมูลแก่สื่อและสังคมว่ากรณีเด็กทำร้ายกันนั้นจบลงแล้ว มีการทำความเข้าใจกันตามรูปที่ปรากฏ โดยให้เด็กกอดและจับมือกัน จากนั้นก็มีเพียงเจ้าหน้าที่จากเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาพูดคุยไม่นานและก็ทำเหมือนจบกันไป ส่วนรผู้ปกครองของกลุ่มเด็กที่มาทำร้ายหลายก็ยังไม่มาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาตนรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชก เพราะไม่ได้พูดคุยให้สัมภาษณ์กับสื่อ หรือให้ข้อมูลอาการบาดเจ็บของหลานเลย ขณะนี้หลานตนมีอาการหวาดกลัว ไม่อยากไปโรงเรียน และยังมีอาการบาดเจ็บที่ปรากฏตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ลำตัวมีรอยพกช้ำ ขาบวม ส่วนบริเวณกกหูที่ถูกเพื่อนตบก็ยังมีอาการปวดบวมอยู่ ซึ่งทุกครั้งทีเห็นร่องรอยที่ถูกกระทำบนตัวหลานก็รู้สึกเจ็บปวดใจมาก ยิ่งเมื่อได้เห้นคลิปก็รู้สึกสะเทือนใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ไม่คิดว่าหลานตนซึ่งเป็นคนที่มีพัฒนาการช้าแบบนี้ ไม่เคยทำร้ายใคร แต่กลับต้องมาถูกรุมทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงเช่นนี้

พอเห็นคลิปจึงได้ แจ้งกับผู้ใหญ่บ้านและให้ผู้ใหญ่บ้านพาไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.นาดูน เพราะว่าครอบครัวอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะพ่อแม่ของหลานต้องทำงานรับจ้างขับรถที่กรุงเทพ มีภาระงานที่รัดตัวจึงเดินทางกลับมาจัดการเรื่องนี้ลำบาก มีเพียงตนซึ่งอายุมาก ก็ไม่รู้จะเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องนี้กับใคร อีกทั้งพอเห็นคลิปทีไร ก็น้ำตาตกทุกที สลดใจ หดหู่ใจมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลานโดนกระทำอย่างไม่ใช่คน วันเสาร์ที่ผ่านมาแค่จัดฉากให้เด็กจับมือกัน ขอโทษกัน

ทางโรงเรียนคงไม่อยากให้เสียหาย มีนายอำเภอเป็นคนให้ข่าว ว่าจบกันด้วยดี ตอนนี้อยากให้นักข่าวช่วยเหลือ ให้ความเป็นธรรมให้กับหลานตนด้วย อยากให้กลุ่มผู้กระทำได้รับโทษให้สาสมกับที่ทำกับหลานตน อยากให้รู้บ้างว่า หากกลุ่มนั้นถูกกระทำบ้างจะรู้สึกอย่างไร จะรู้สึกแบบไหน ที่โรงเรียนบอกว่าจะเยียวยาก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า อยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะญาติพี่น้องที่เห็นคลิป ก็โทรมาบอกให้กำลังใจ ใครเห็นก็ร้องไห้โฮ ไม่คิดว่าหลานจะถูกกระทำรุนแรงขนาดนี้ ตอนนี้จะไม่ให้หลานไปเรียนแล้ว ให้ย้ายโรงเรียนแน่นอน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของหลาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ขอยอมความ! ยาย น.ร.หญิงถูกรุมทำร้าย แจ้งเอาผิดถึงที่สุด โผล่อีกคลิปตบโรงเรียนเดิม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...