โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

BlackRock ชูกลยุทธ์ลงทุนปี 69 โฟกัส AI-รายได้-กระจายความเสี่ยง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ม.ค. เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 03.32 น.

BlackRock ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในปี 2569 โดยประเมินว่าการลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ชู 3 กลยุทธ์ โฟกัส AI-รายได้-กระจายความเสี่ยง เน้นเลือกเจาะจงมากกว่าลงทั้งตลาด

11 ม.ค. 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่าแบล็กร็อก (BlackRock) บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก เริ่มต้นปี 2569 ด้วยแผนการลงทุนที่ชัดเจน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างรายได้ (Income) และการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ท่ามกลางสภาพตลาดที่มีความผันผวนสูงและโครงสร้างผลตอบแทนที่กระจุกตัวมากขึ้น

เจย์ เจคอบส์ (Jay Jacobs) หัวหน้าฝ่ายกองทุน ETF หุ้นของแบล็กร็อก อธิบายผ่านรายการ “ETF Edge” ของ CNBC ว่า กลยุทธ์การลงทุนของแบล็กร็อกในปีนี้ยังคงให้น้ำหนักกับการเติบโต แต่หัวใจสำคัญคือ “ความแม่นยำในการเลือกลงทุน” ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการกระจายการลงทุนแบบครอบคลุมทั้งตลาด

เขาระบุว่า นักลงทุนจำเป็นต้องโฟกัสให้ชัดเจน ว่า โอกาสการเติบโตที่แท้จริงของตลาดอยู่ตรงจุดใด และเลือกลงทุนในธีมหรือกลุ่มที่มีศักยภาพโดดเด่น เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีในสภาพแวดล้อมการลงทุนปัจจุบัน

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานแนวโน้มการลงทุนประจำปี 2569 ของแบล็กร็อก ภายใต้หัวข้อ “AI, income & diversifiers” ที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งระบุว่า AI ยังคงเป็นวัฏจักรการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และยังไม่เข้าสู่ช่วงอิ่มตัว โดยการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการเติบโตของกำไรบริษัทได้รับแรงหนุนจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่อง

แบล็กร็อกยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการกองทุน ETF ที่เน้นการลงทุนในธีม AI โดยกองทุน iShares A.I. Innovation and Tech Active ETF สามารถระดมสินทรัพย์ภายใต้การบริหารได้มากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังมีกองทุน ETF ด้าน AI อีกหลายกองที่มีมูลค่าสินทรัพย์เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ อาทิ Roundhill Generative AI & Technology ETF, Ark Autonomous Technology and Robotics ETF, Global X Robotics and Artificial Intelligence ETF และ Global X Artificial Intelligence and Technology ETF เป็นต้น

ในด้านโครงสร้างตลาด เจคอบส์ชี้ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเผชิญภาวะ “ความกระจุกตัวสูง” โดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัวเป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนหลักของตลาด ซึ่งหุ้นกลุ่ม “Magnificent Seven” มีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 40% ของดัชนี S&P 500 เขาระบุว่าระดับความกระจุกตัวดังกล่าวกำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดในเชิงประวัติศาสตร์ และเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนเริ่มพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นว่าต้องการรับความเสี่ยงจากความกระจุกตัวในระดับใด โดยบางส่วนเลือกขยายการลงทุนไปยังหุ้นที่มีน้ำหนักเท่ากัน (equal-weight) เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากการพึ่งพาหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว

อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญ คือ การสร้างรายได้จากการลงทุน โดยแบล็กร็อกมองว่า สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาลง ซึ่งตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ จะกดดันผลตอบแทนจากเงินสดและกองทุนตลาดเงิน นักลงทุนที่เคยพึ่งพาสินทรัพย์เหล่านี้เพื่อสร้างรายได้อาจจำเป็นต้องปรับพอร์ต และมองหาแหล่งรายได้ทางเลือกใหม่

ในด้านการกระจายความเสี่ยงแบล็กร็อกระบุว่า ความผันผวนของตลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น ขณะที่การเป็นผู้นำตลาดกระจุกตัวในวงแคบ ส่งผลให้โมเดลพอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิมที่ใช้พันธบัตรช่วยลดความเสี่ยงจากหุ้น เช่น พอร์ต 60:40 มีประสิทธิภาพลดลงในช่วงตลาดตึงเครียด นักลงทุนจึงเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่มีพฤติกรรมแตกต่างจากทั้งหุ้นและพันธบัตร เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน

ทั้งนี้ เจคอบส์เตือนว่า แม้นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างมากจากตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่การคาดหวังว่าผลตอบแทนระดับดังกล่าวจะดำเนินต่อไปในอัตราเดียวกัน อาจเป็นความเสี่ยง โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 13.5% ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าอัตราผลตอบแทนในอนาคตมีแนวโน้มลดลงจากระดับดังกล่าว

ที่มา : www.cnbc.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...