โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา จุดเปลี่ยนสำคัญประเทศไทย ‘ศึกชิงอำนาจรัฐ’

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ปี 2569 ถือว่ามีความสำคัญ เพราะมีการเลือกตั้งสส.ในบ้านเรา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีการคาดหมาย จะเป็นการช่วงชิงอำนาจรัฐ ระหว่าง “ภูมิใจไทย” กับ” ประชาชน” ซึ่งต้องรอดูว่า พรรคการเมืองไหนจะคว้าโอกาสในการเป็นแกนนำรัฐบาล

ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญ หลังกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. ) กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 69 เป็นวันเลือกตั้งสส. ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่ประเทศไทยจะได้ฝ่ายบริหารชุดใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร โดยหลายคนคาดหมายว่า น่าจะเป็นการช่วงชิงอำนาจรัฐ ระหว่างพรรคภูมิใจไทย(ภท. ) ภายใต้การนำของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล“ ซึ่งวันนี้ยังมีสถานะนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภท. กับ พรรคประชาชน (ปชน. ) ที่มี “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ “ ทำหน้าที่เป็นแม่ทัพ โดยมีพรรคขนาดกลางเป็นตัวแปรสำคัญ ซึ่งหนีไม่พ้น พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคกล้าธรรม ( กธ.) แต่เมื่อพรรคสีส้มประกาศไม่จับกับพรรคสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคกธ. และยืนยันว่า หากพรรคภท.ได้เสียงข้างมาก ก็จะไม่ขอร่วมรัฐบาลด้วย ดังนั้นจึงต้องถือว่าเป็นเดิมพันครั้งสำคัญ นอกจากนี้”นายณัฐพงษ์ “ยังเรียกร้องให้ ทุกพรรคการเมือง ยึดหลักการ ถ้าพรรคไหนได้เสียงมาเป็นลำดับ 1 ต้องได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน หลังการเลือกตั้งเมื่อปี 62 และ 66 พรรคที่ได้เสียงมากที่สุด กลับไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล ซึ่งคงต้องรอดูในที่สุดหลักการดังกล่าว จะมีใครสนองตอบหรือไม่ เพราะพรรคสีส้มมักถูกเชื่อมโยง กับประเด็นกฎหมายอาญามาตรา 112 แม้จะไม่ได้กำหนดเป็นนโยบายหาเสียง แต่การเปิดทางให้บรรดาคนที่มีคดีมาตรา 112 และศาลอาญาตัดสินว่ามีความผิดแล้ว ลงสมัครได้ จะถูกตั้งเป็นเงื่อนไขทางการเมืองหรือไม่

สำหรับพรรคภท. ที่ซึ่งมี”สีน้ำเงิน” เป็นสัญลักษณ์ ใช่สโลแกน”พูดแล้วทำพลัส”ชูนโยบาย: ความมั่นคง–ทหารอาสา–เมดอินไทยแลนด์–เศรษฐกิจ 10 พลัส อาทิเช่น 1.ระบบทหารเกณฑ์ ทหารอาสาเต็มรูปแบบ เปิดรับ ทหารอาสา 100,000 คน รับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท/เดือน คัดคนสมัครใจ เพิ่มคุณภาพกองทัพ ตอบโจทย์เยาวชนยุคใหม่ ลดภาระบังคับเกณฑ์ 2. คนละครึ่งพลัส ชำระหนี้ 2,400 บาท 3. นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส อาทิเช่นคนตัวเล็กพลัส – บัตรสวัสดิการรัฐ+คนละครึ่ง+ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาท ดันสินค้าไทยโกอินเตอร์ลงทุนพลัส – รัฐร่วมลงทุนระยะยาว -ผลิตได้ ขายออกพลัส – ช่วยผู้ผลิต–หาตลาด -Trade Plus – อัปเกรดอุตสาหกรรมส่งออก -Green Plus – เศรษฐกิจสีเขียว -Digital–AI Plus – AI ถึงบ้าน งานถึงมือ - การศึกษาเท่าเทียมพลัส – เรียนฟรีทุกเวลา -สูงวัยพลัส – งาน+รายได้+การดูแล -Thailand Plus – รัฐฉับไวคนไทยแฮปปี้

ส่วนพรรคปชน. ซึ่งใช้สีส้ม เป็นสัญลักษณ์ โดยชูสโลแกน”ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก“ โดยชูนโยบาย 1) 100 วันแรก – เติมเงินเข้าระบบกระตุ้นการใช้จ่าย คนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน, หวยใบเสร็จ” จูงใจจับจ่าย กระตุ้น SMEs, สินเชื่อเอื้อทุนน้อย 2.6 แสนล้านบาท, ตั้งระบบ Data Bureau ล้างบัญชีม้า-ทุนเทา-สินค้าผิดกฎหมาย 2) ปีแรก – ขยายสวัสดิการ ลดค่าครองชีพฐานราก แม่ตั้งครรภ์รับ 3,000 บาท, เด็กเล็ก 600 เป็น 1,200 บาท ใน 4 ปี, ผู้สูงอายุ 600 เป็น 1,000 บาท ปีแรกและ 1,500 บาท ใน 4 ปี, อาสาดูแลผู้ป่วยติดเตียง 70,000 ตำแหน่ง เงินเดือน 15,000 บาท, ค่าโดยสารร่วม 8-45 บาทตลอดทาง, ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท ให้ 1.5 ล้านครัวเรือน 3) เมกะโปรเจกต์ส้ม เมือง–ขยะ–EV–ศูนย์เด็กเล็ก ประกอบด้วย ลงทุนท้องถิ่น 2 แสนล้านบาท ภายใน 4 ปี, สร้างเศรษฐกิจชุมชน“ทุกอำเภอมีสินค้าขายได้” 4) เป้าหมายรัฐบาล 1 สมัย อุตสาหกรรมอนาคต ประกอบด้วย เครื่องมือแพทย์, ป้องกันประเทศ, Smart Grid, Digital Government, งบสร้างอุตสาหกรรมใหม่ 6.5 แสนล้านบาท

ด้าน” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ “หัวหน้าพรรคพท. และแคนดิเดตนายกฯ พรรคพท.โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ว่า หลังจากฟังดีเบท ผมขออธิบายหลักประชาธิปไตยเพิ่มเติมว่า พรรคที่ได้คะแนนหรือที่นั่งอันดับ 1 ไม่ได้มีสิทธิบังคับให้ทุกพรรคต้องโหวตให้ตัวเองเป็นรัฐบาล สิ่งที่มีอยู่จริงคือ “ธรรมเนียมให้พรรคอันดับ 1 ได้รวบรวมเสียงก่อน” เพื่อสะท้อนเจตจำนงประชาชน แต่ไม่ใช่ใบสั่งให้ใครต้องยกมือให้หัวใจของระบบรัฐสภาไม่ใช่อันดับ 1 แต่คือเสียงข้างมากในสภา ถ้ารวมเสียงไม่ได้ ก็ไม่มีใครเป็นหนี้ต้องโหวตให้ นี่คือประชาธิปไตย ไม่ใช่พิธีกรรมตามอันดับคะแนน การยกเหตุผลว่า “ได้ที่ 1 แล้ว คนอื่นไม่โหวตคือไม่เคารพประชาชน” เป็นการตีความที่อันตรายเพราะเท่ากับลดค่าประชาธิปไตยให้เหลือแค่ตัวเลขอันดับ ไม่ใช่กระบวนการถ่วงดุลในสภา ประชาชนเลือก สส. ไม่ใช่เลือก “นายกฯ ล่วงหน้า” เราต้องแยกแยะให้ออกครับ”

ส่วนประเด็นที่นักวิชาการบางคน ออกมาพาดพิงนักการเมืองหญิงบางคนนั้น ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ สะท้อนความไร้วุฒิภาวะ ระบุว่าตามที่ปรากฏกรณีอาจารย์สถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นชาติกำเนิดและปูมหลังครอบครัวของผู้สมัครสส. หญิง พรรคปชน. ทางกสม. เห็นว่าการกระทำที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แม้ทุกคนจะมีเสรีภาพทางความคิดและมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นโดยเสรี แต่การแสดงความเห็นนั้นต้องเคารพและไม่ละเมิดในสิทธิของผู้อื่น ไม่ใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม หยาบคาย สร้างความเกลียดชัง ลดทอน ดูหมิ่น ด้อยค่า ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียในเกียรติยศชื่อเสียง ด้วยเหตุนี้ กสม. จึงขอให้สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด เร่งตรวจสอบพฤติกรรม และจริยธรรมของบุคลากรของสถาบัน นอกจากนี้ ขอให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะบุคคลสาธารณะ ที่มีส่วนชี้นำสังคมเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของผู้อื่นและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรับผิดชอบ

ด้าน” น.ส.ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร “รองโฆษกพรรครักชาติ (รช.) กล่าวถึงกรณี “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” อดีตสส.กทม. พรรคปชน. ถูกนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์โดยพาดพิงถึงครอบครัวว่าการกระทำดังกล่าว มีเจตนาเพื่อดิสเครดิตด้วยการด้อยค่าผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่อารยชนไม่พึงกระทำโดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะ เป็นถึงอาจารย์ มีต้นทุนทางสังคมที่ดี ครอบครัวสมบูรณ์ และการศึกษาสูงควรตระหนักว่า การพยายามดึงคนอื่นให้ต่ำลง ไม่ได้ทำให้ตนเองสูงส่งขึ้นแต่กลับทำให้ผู้ถูกกระทำดูโดดเด่นและมีวุฒิภาวะมากกว่า

“คนเราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกอาชีพพ่อ แม่หรือฐานะไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเลือกได้คือการกระทำและคำพูด ว่าจะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรจะพูดจาทิ่มแทงความรู้สึกคนอื่นหรือไม่ ต่อให้คุณเติบโตมาในครอบครัวที่พร้อมแต่การกระทำของคุณคือพยายามดึงคนอื่นต่ำลง มันไม่ได้ทำให้ตัวคุณสูงขึ้นเลย” รองโฆษกพรรคปชน.กล่าวและ ยังเรียกร้องให้สร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง ว่าจุดเริ่มต้นของสังคมที่ดีคือ การเมืองที่สะอาดที่แข่งขันกันด้วยนโยบาย ข้อมูล และเจตนารมณ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติไม่ใช่การมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการสกปรกเช่นนี้

ต้องรอดูท่าทีของสถาบันการศึกษาดังกล่าว จะดำเนินการอย่างไรกับนักวิชาการที่ออกมาวิจารณ์ภูมิหลังของ สส.หญิงพรรคปชน.หรือไม่ แม้อาจารย์คนดังกล่าวจะออกมาขอโทษและระบุว่า ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร

“ทีมข่าวการเมือง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...