โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ทนายบิ๊กโจ๊ก” ยื่นร้อง ป.ป.ช. คัดค้านส่งสำนวนกลับให้ ตำรวจ 4 ประเด็น หวั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรม

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 04.06 น.

“ทนายบิ๊กโจ๊ก” ยื่นร้อง ป.ป.ช. คัดค้านส่งสำนวนกลับให้ ตำรวจ 4 ประเด็น หวั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุ ตำรวจเป็นคู่กรณี ยัน “บิ๊กโจ๊ก” ยังอยู่ไทย ไม่คิดหนี พร้อม สู้สุดซอย

เวลา 10.00 น. วันที่ 7 ม.ค.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อคัดค้านไม่ให้ตีสำนวนกลับไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำคดี เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเป็นเพราะเป็นคู่ความกันระหว่างตำรวจและลูกความของตน

นายสัญญาภัชระ พบประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับความชอบธรรมของพยานหลักฐานต่างๆ ในสำนวนของพนักงานสอบสวน ใน 4 ประเด็น ได้แก่
1.ประเด็นการรวบรวมพยานหลักฐานอาจมิชอบด้วยกฎหมาย
2.ประเด็นพยานบุคคลสำคัญอาจถูกแนะนำ จูงใจ ขู่เข็ญหลอกหลวงโดยมิชอบเพื่อใส่ความผู้ต้องหา 3.ประเด็นไม่ดำเนินคดีกับพันตำรวจเอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตคนสนิทของบิ๊กโจ๊กที่ออกมาแฉเรื่องการรับสินบนทองคำ
4.ประเด็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้มีการแถลงข่าวในวันที่ 6 มกราคม หลังจากที่ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไปแล้ว ว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลสำนวนการสอบสวนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช. อันเป็นข้อมูลความลับของราชการ ขัดต่อมาตรา 36 , 37 ว่าด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่

นอกจากนี้ยังร้องขอคัดค้านหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วจะส่งคืนสำนวนให้พนักงานสอบสวน แทนที่ ป.ป.ช จะดำเนินการเอง เพราะมองว่าคดีนี้เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. จากการที่มีตำรวจยศสูงกว่าระดับอำนวยการขึ้นไปตกเป็นผู้ต้องหา และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง นอกจากนี้ผู้ต้องหาคนหนึ่งก็เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนการดำเนินการของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ไม่ควรจะต้องส่งคืนสำนวนกลับไปสู่ขั้นตอนของตำรวจ เพราะคณะพนักงานสอบสวนหลายนายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน และหลายนายก็เป็นคู่กรณีกับ "บิ๊กโจ๊ก" จึงเกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาประเด็นต่างๆ เหล่านี้

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ส่วนใครจะผิดจะถูกอย่างไร ก็ให้ว่าไปตามพยานหลักฐาน เพียงแต่ขอให้การรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เป็นไปด้วยชอบของกฎหมาย เพราะหลักฐานปัจจุบันก็มีข้อพิรุธสงสัยจากการที่พยานบางคนถูกอุ้มไปบังคับให้เขียนคำให้การซัดทอดบิ๊กโจ๊ก อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. บอกว่าสำนวนต้องส่งกลับไปให้ตำรวจ ตนเองก็พร้อมยอมรับ แต่ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกอย่าง

เมื่อถามว่ามีมติของ ป.ป.ช. โอนไปให้ตำรวจจะใช้อำนาจอะไรในการคัดค้านต่อไป นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตรงนี้ตนขอไม่ก้าวล่วง แต่ครั้งก่อนในกระบวนการต้องเป็นขั้นตอนของ ป.ป.ช. ซึ่งจริงๆแล้วต้องเป็นขั้นตอนที่ไปข้างหน้า เพราะหากกลับไปที่ตำรวจก็เหมือนย้อนหลัง ประกอบกับว่าชุดพนักงานสอบสวนที่บอกว่าจะย้อนกลับไปเราก็บอกเราว่าเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะมันมีข้อมูลอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

นายสัญญาภัชระ กล่าวต่อว่า ตนเป็นทนายมา 33 ปีมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมโดยส่วนใหญ่ของประเทศเป็นกระบวนการที่หวังได้ ดังนั้นเราต้องยึดมั่นแต่ที่ขอความเป็นธรรมเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหา และทำให้สังคมได้มีความเชื่อมั่นในขั้นตอนการดำเนินการ

นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่า อยากให้เป็นไปตามขั้นตอนในเมื่อเรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. ก็ให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. เพราะเชื่อว่า ป.ป.ช. ไม่ยอมมาเสียหลักการกับเรื่องแค่บุคคล เพราะองค์กรเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า โดยตนและลูกความเชื่อมั่นในคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการทำตามหน้าที่

เมื่อถามว่าตอนนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อยู่ในประเทศไทยใช่หรือไม่ นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่าอยู่ในประเทศไทย เพราะเมื่อเช้า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็มีการเซ็นเอกสารให้ตน และหากจะออกนอกประเทศจริง ก็คงไม่ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมยืนยันว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีความคิดที่จะเดินทางออกนอกประเทศ และยังคงยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนทองคำ ใดๆ ทิ้งสิ้น ไม่เคยสั่งให้ใคร เอาทองของใคร ไปให้ใคร ซึ่งตอนแรกพนักงานสอบสวนให้โอกาสยื่นคำให้การเพิ่มเติมถึงวันที่ 15 มกราคม แต่กลายเป็นว่าพนักงานสอบสวนกลับส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. วันที่ 5 มกราคม ไม่ให้โอกาส พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือแจ้งว่าจะมีการเลื่อนส่งสำนวนใดๆ

เมื่อถามว่าจะสู้คดีถึงที่สุดใช่หรือไม่ นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้สุดซอย และตนมั่นใจในส่วนของลูกความของตน

เมื่อถามว่าไม่ว่าจะพิจารณาตีกลับหรือไม่ตีกลับก็ยอมรับได้ใช่หรือไม่ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ต้องดูเหตุผลว่าคณะกรรมการมีความเห็นว่าอย่างไร ถ้าเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องเรายอมรับได้เพราะอะไรที่ถูกต้องไม่มีใครที่จะยอมรับไม่ได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...